ปัจจัยที่ทำให้คลอปป์ต่อสัญญากับหงส์แดงจนถึงปี 2024 คืออะไร ?

การพบกันระหว่างสโมสรลิเวอร์พูล และ เอฟเวอร์ตันในศึกเอฟเอฟคัพเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 24 แล้ว นี่คือเป็นจำนวนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน

ความน่าสนใจสำหรับเกมนี้ที่คนวงการฟุตบอลจับตามองก็คือ เจอร์เกน คลอปป์ที่ไร้พ่ายติดต่อกันมาหลายสิบนัดนั้น ดูเหมือนว่าจะแพ้ทาง คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือป้ายแดงของเอฟเวอร์ตัน เพราะตลอดปี 2019 นั้นคลอปป์ไม่สามารถนำทีมเก็บผลชนะจากนาโปลี อดีตสโมสรที่น้าอันเช่เคยเป็นกุนซือได้เลยทั้งสามการแข่งขัน (เสมอ 1 แพ้ 2)

มิหนำซ้ำ อันเชยังส่งฟูลทีมที่มีมูลค่าราคานักเตะรวมกันถึง 221.06 ล้านปอนด์ ในขณะที่บอสคลอปป์เลือกส่งทีมผสมสำรอง-เด็กที่มีมูลค่ารวมแค่ 43.95 ล้านปอนด์เท่านั้นเอง วัดกันแค่ไลน์อัพดาวรุ่งหงส์แดงที่คิดจะเคี้ยวท๊อฟฟี่ควรจะโดนพิษของลูกอมเล่นงานจนกลายเป็นฟันผุ

แต่ประทานโทษ…

ในช่วงแรก นักเตะพลังคะนองหนุ่มวิ่งไล่อย่างบ้าคลั่ง แม้ดูมั่วและทับไลน์กันบ้าง จนเปิดช่องให้ลูกทีมอันเช่ล็อตติล่อเป้าถึง 3 ครา แต่มหาบุรุษอาเดรียนไม่อนุญาตให้เป็นประตู

(คะแนนของนักเตะชุดผสมกับเอกเฉือนเอฟเวอร์ตัน 1-0)

ความคะนองและวิ่งพล่านไปทั่วสนามอดทำให้นึกถึงทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลเมื่อ 4 ปีที่แล้วไม่ได้ คลอปป์กล่าวเอาไว้ในวันแรกที่เข้ารับงานว่า “ผมขอเวลาสี่ปีในการทำให้ทีมนี้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

เขาใช้เวลาสี่ปีพาลิเวอร์พูลชุดใหญ่กลายร่างเป็นหงส์แดงผงาดฟ้าได้ตามคำสัญญา … ทว่ากับทีมชุดเล็กคลอปป์ใช้เวลาเพียง 15 นาทีช่วงพักครึ่งเท่านั้น ในการปรับหมากและทัศนคติของเหล่าเยาวชนพลังฟินิกซ์ให้กลับลงสนามพร้อมการเติบโตแบบก้าวกระโดด

เพียงแค่พลิกฝ่ามือจากครึ่งแรกเป็นครึ่งหลังเท่านั้น ทีมชุดผสมของลิเวอร์พูลจับจังหวะเกมได้ ทำเอาทีมชุดใหญ่ของเอฟเวอร์ตันหมดท่า

โดยทั่วไปแล้วการที่นักฟุตบอลเยาวชนจะทะลุขึ้นสู่ชุดใหญ่ได้สักคนนั้นอาจใช้เวลาสิบปีต่อหนึ่งคนทว่าตอนนี้ดูเหมือนลิเวอร์พูลจะมีนักเตะดาวร่งที่ทะลุขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ราวๆ สิบคนต่อหนึ่งปีได้ !

รายชื่อนักเตะคร่าวๆ ที่เติบโตจากอคาเดมี่และมีวี่แววว่าจะเป็นเครื่องจักรสีแดงตัวจริงในอนาคตต่อจาก เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนล และ โจ โกเมซ ได้แก่ เปโดร ชิริเบญ่า, เนโก วิลเลี่ยมส์, เคอร์ติส โจนส์, ฮาร์วี่ เอลเลียต, เรียน บริวสเตอร์, คีจาน่า ฮูแฟร์, อดัม ลูอิสและ ยาสเซอร์ ลารูชี่

กล่าวกันว่ารายชื่อเด็กทั้งหมดที่กล่าวมานี้ อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กุนซือวัย 52 ปีเลือกต่อสัญญากับลิเวอร์พูลออกไปก็ได้

เพราะอะไรน่ะหรือ ? มันก็เพราะว่า คนสวนรักต้นไม้ที่เขาปลูกขึ้นมาฉันใด คนที่หลงใหลในการปั้นนักเตะอย่างคลอปป์ก็รักการได้เห็น หินกลายเป็นเพชร ด้วยสองมือของตัวเองฉันนั้น

แต่ทั้งหมดนั่นไม่ใช่โซ่ทองเพียงเส้นเดียวที่คล้องใจคลอปป์กับสโมสรเอาไว้

มิสเตอร์ จอห์น เฮนรี่ นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ผู้นำกลยุทธ์ Money Ball ไปปลุกทีมเบสบอล บอสตัน เรดซ็อกซ์ จนยิ่งใหญ่ พยายามก็อปปี้สูตรสำเร็จของตัวเอง มาใช้กับสโมสรฟุตบอล ลิเวอร์พูล หลังจาก FSG เข้าเทคโอเวอร์เมื่อปี 2010 ชายผู้ไม่เคยรู้เรื่องราวฟุตบอลเลย เริ่มจัดการสะสางหนี้สิ้นและปัญหาภายในที่จอมมารปลิง ทอม ฮิกส์ และ จอร์จ ยิลเลตต์ ทิ้งไว้ ปลดผู้จัดการทีมรอย ฮอดจ์สัน หาแนวทางปรับปรุงแอนฟิลด์แสนเก่าและแออัด เรียนรู้เรื่องฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูล และมองหาผู้จัดการทีมที่จะตอบโจทย์ Money Ball ของเขา

ความจริงแล้วเบรนดัน ร็อดเจอร์สก็ไม่ได้เลวร้ายนัก เพียงแต่เขายังดีไม่พอและดีไม่ทันกับความเติบโตของตลาดฟุตบอลยุโรป มิสเตอร์เฮนรี่ได้วางทีมงานและระบบไว้หมดแล้ว เฮนรีเปลี่ยนลิเวอร์พูลที่กำลังช้ำชอกให้กลายเป็นหงส์แดงอีกครั้งได้ แต่…เรื่องสำคัญก็คือ เขายังไม่สามารถค้นพบผู้ที่พาลิเวอร์เบิร์ดตัวนี้บินผงาดฟ้าอีกครั้งเท่านั้นเอง

คาร์โล อันเชล็อตติ, แฟรง เดอ บัวร์, และ เจอร์เกน คลอปป์คือ 3 ตัวเลือกในตอนนั้น ทีมงานลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์เลือกเจอร์เกน คลอปป์ ในขณะที่คลอปป์ที่กำลังพักกายพักใจจากดอร์ทมุนด์อยู่ ก็ตกลงตอบรับ “มหาโปรเจ็ก” ที่อาจทำให้เขาเหนื่อยแทบใจขาดดิ้น ต้องขอบคุณพ่อสาลิกาลิ้นทอง ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด ที่อยู่เบื้องหลังการหว่านล้อมในครั้งนั้น และเขาสองคนก็กลายเป็นสหาย ใช้เวลาอยู่ด้วยกันดั่งพี่น้องร่วมสาบานจนถึงทุกวันนี้

ลิเวอร์พูลนั้นมี Transfer Committee (TC) อยู่ 3 คน ทำหน้าที่คัดสรรผู้เล่นหน้าใหม่ร่วมกันกับผู้จัดการทีม พวกเขามักมีความเห็นไม่ตรงกันกับร็อดเจอร์สเรื่องการซื้อตัว และร็อดเจอร์สก็ไม่สามารถรีดเร้นความสามารถของนักฟุตบอลที่ TC สรรหามาให้ แต่คลอปป์นั้นต่างออกไป เขาพิสูจน์ให้เห็นตั้งแต่ฤดูกาลแรกถึงความสามารถในการดึงศักยภาพของนักฟุตบอล เมื่อซัมเมอร์แรกมาถึง คลอปป์ก็แสดงให้เห็นอีกว่า ไม่ต้องเสกเงินให้ เขาก็พร้อมจะเสริมทีมอย่างเหมาะสมและพาทีมกลับไปเล่นฟุตบอลยุโรปที่นำมาซึ่งรายได้มหาศาล TC ยังคงสรรหานักฟุตบอลมาให้ แต่ความเชื่อใจทำให้คลอปป์กลายเป็น ”ผู้ชี้ขาด” มีสิทธิในการเลือกนักฟุตบอลเข้าทีมโดยไม่มีใครกล้าโต้แย้ง

นอกจากปรับปรุง Main Stand หรืออัฒจันทร์จนมีความจุเพิ่มเป็น 54,074 ที่นั่งแล้ว FSG ได้พยายามหาวิธีขยายแอนฟิลด์ให้มีมากกว่าหกหมื่นที่นั่ง การเจรจากับประชาชนท้องถิ่นทำให้เขามีความเข้าใจในความเป็นสเกาเซอร์มากขึ้น เลยไปดึงตัวผู้บริหารระดับสูงมาจากบริษัทเกม EA มาทำหน้าที่ซีอีโอที่ลิเวอร์พูล คุณปีเตอร์ มัวร์เป็นคนลิเวอร์พูลโดยกำเนิด ความเข้าใจในพื้นที่ทำให้ลิเวอร์พูลเจรจากับชาวเมืองได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้เขายังช่วยไกล่เกลี่ยจนเซาแธมป์ตันยอมปล่อยตัว เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มาให้เจอร์เกน คลอปป์ในที่สุด

คลอปป์ไม่ได้เข้ามาทำเพื่อทำหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลชุดใหญ่เท่านั้น FSG ยังวางให้เขาเป็นหัวหงส์แดงในโปรเจ็ค “สร้างลิเวอร์พูลให้ยิ่งใหญ่อย่างยั่งยืน” คลอปป์สามารถเลือกโค้ชหรือบุคลากรมาช่วยงานได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะสำหรับทีมชุดใหญ่หรือชุดเยาวชน เขายังมีส่วนกับเมกะโปรเจ็ค “นิว เคิร์กบี้” สนามซ้อมขนาดใหญ่ที่ผู้เล่นชุดใหญ่และเยาวชนจะได้ลงซ้อมร่วมกันทุกวัน FSG คาดหวังให้คลอปป์สร้างหัวใจของความเป็นแชมเปี้ยนให้ทีมไปอีก 2-3 ปี จากนั้นจะโฟกัสไปที่การเปลี่ยนเยาวชนให้กลายเป็นผู้เล่นซีเนียร์ เพื่อสร้างรากฐานในวันที่ลิเวอร์พูลไม่มีเจอร์เกน คลอปป์ต่อไป ทั้งหมดนี้คือความท้าทายและความประทับใจที่ทำให้คลอปป์เลือกต่อสัญญา ทั้ง ๆ ที่ในส่วนหนึ่งของหัวใจมันแสดงออกถึงความเหนื่อยล้ากับฟุตบอลอังกฤษเต็มที

เฮนรี่เปลี่ยนคลอปป์จากผู้จัดการทีมของสโมสรให้กลายเป็นอะไรสักอย่างที่ลึกซึ้งผูกพันธ์กับสโมสรจนไม่อาจละทิ้งไปเหมือนกุนซือหลายคนที่พร้อมจะไร้เยื่อใยกับสังกัดเสมอเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง

ในบทสัมภาษณ์ของคลอปป์ในวันที่เขาเลือกต่อสัญญากับสโมสรแห่งนี้ หนุ่มใหญ่ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังนั้นพูดเอาไว้ว่า

“สโมสรแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ดี ผมไม่สามารถคิดถึงการออกจากทีมได้ สำหรับผมการต่อสัญญาเกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ว่าเราต่างก็เป็นหุ้นส่วนของกันและกัน ความรู้สึกนั้นนำพาเรามาได้ไกลเกินฝัน และยังสามารถสร้างความสำเร็จได้อีกในอนาคต ตอนที่ผมเห็นพัฒนาการของสโมสรแห่งนี้ ผมรู้ดีเลยว่าสโมสรแห่งนี้เหมือนกับต้นไม้ที่ยังคงสูงใหญ่ขึ้นได้อีก ผู้คนมักวัดความสำเร็จของจากผลงานในสนาม และแม้ว่านั่นจะเป็นการชี้วัดที่ดีที่สุด แต่ท้ายที่สุด มันไม่ใช่แค่สิ่งเดียวที่สามารถชี้วัดได้ … มันเป็นความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าที่ทำให้ผมตัดสินใจอยู่ต่อถึงปี 2024 ผู้บริหารของสโมสรทุ่มเททุกอย่างที่มีเพื่อความก้าวหน้าของที่นี่และนั่นคือความเชื่อที่ทำให้ผมต่อสัญญา”