“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวลิเวอร์พูลประจำวันพุธที่ 4 ธันวาคม 2562

1.คลอปป์กับบัลลงดอร์ที่ปราชัย

คลอปป์ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีฟานไดซ์ปราชัยในงานประกาศรางวัลบัลลงดอร์ต่อเมสซี่ เอาไว้ว่า

“มันก็แค่รางวัลที่ประกาศจากนักข่าวใช่ไหม สำหรับผมมันไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น คนส่วนใหญ่ก็คงคิดแบบเดียวกันกับผม

“ผมอายุไม่น้อย ผมเห็นนักเตะระดับท๊อปมากมาย เปเล่ ฟรานซ์ มาราดอนนา แต่ผมจะยืนยันอีกครั้งเหมือนกับที่ผมเคยยืนยันมาแล้ว สี่แสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าครั้งว่า บางที ลิโอเนล เมสซี่ อาจเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาก็ได้

“แต่รางวัลบัลลงดอร์สำหรับซีซั่นที่แล้ว ก็ควรตัดสินจากการพิจารณาเพียงแค่ซีซั่นที่แล้วเท่านั้น ซึ่งในชีวิตผม ผมจำไม่ได้เลยว่าเคยเห็นนักเตะเซ็นเตอร์แบ็คที่โดดเด่นได้มากเท่ากับเวอร์กิลในซีซั่นที่ผ่านมา แต่เอาเถอะการเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองหลังก็คงสร้างความประทับใจได้ไม่มากเท่ากับผู้เล่นแนวรุกเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าเวอร์กิลจะไม่ชนะในรางวัลนี้ผมเองก็ไม่แปลกใจอะไร

“แต่สิ่งที่ผมแปลกใจก็คือ บทสัมภาษณ์ของเวอร์กิลขณะที่เมสซี่กำลังขึ้นไปรับรางวัล เขาพูดว่า ‘เมสซี่คือนักเตะที่ให้เขาการยอมรับ’ ใช่ไหม นั่นแหละคือสิ่งที่ผมแปลกใจ เพราะเขาเป็นคนที่มหัศจรรย์สำหรับผมเสมอ แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับรางวัลนั้นก็ตาม

“ฤดูกาลที่แล้วมันมหัศจรรย์สำหรับพวกผมมากเลยนะ (คลอปป์น่าจะพยายามโยงเรื่องบัลลงดอร์ที่ใช้ซีซั่นก่อนในการตัดสินกับผลงานของลิเวอร์พูล) เราเป็นแชมป์ยุโรป ทุกคนรู้ดีว่าเราโดดเด่นแค่ไหน เราได้แต้มมากถึง 97 แต้ม และผมคิดว่าถ้าย้อนเวลากลับไปสักสามปีผู้คนคงคิดไม่ออกเลยว่าลิเวอร์พูลมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

“มันสุดยอดไปเลยนะ แต่ยังไงซะความสำเร็จกับความล้มเหลวก็คืออดีตที่ไม่มีวันหวนกลับเหมือนกัน ดังนั้นเราไปลุยคว้าความสำเร็จชิ้นใหม่กันดีกว่า ปีนี้ไม่ได้บัลลงดอร์ แต่ใช่ว่าปีหน้าจะไร้ความหวัง”

รักบอสครับ

2.อัพเดทอาการบาดเจ็บก่อนเกมเอฟเวอร์ตัน

มาติป – โจเอลต้องการเวลามากกว่านี้ เขามีอาการดีขึ้นนะ แต่ยังไม่ถึงขั้นที่เราจะตั้งความหวังให้เขากลายเป็นตัวจริงได้ เขายังต้องการเวลาอีกนิดสำหรับความฟิต อาการเจ็บระยะยาวหายไปแล้ว (เยอร์เก็น คลอปป์ประกาศเอาไว้)

ชากิรี่ – ฟิตแล้วจ้า แต่ซาลาห์ก็ฟิตเหมือนกัน (อดทนหน่อยนะพ่อมดน้อยมะขามข้อเดียว)

ฟาบินโย่ – ยังคงเจ็บอยู่ คงได้เห็นหมอปลาอีกทีก็ราวๆ ต้นมกรา

ไคลน์ – อาการบาดเจ็บตรงหัวเข่าของไคลน์คืออาการบาดเจ็บระยะยาว ดังนั้นซีซั่นนี้เราอาจไม่เห็นเขาเลยก็ได้

3.โอกาสซื้อนักเตะเข้าทีมเดือนมกรา

ตลาดนักเตะจะเปิดตั้งแต่วันที่  1-31 มกราคม 2020 เยอร์เก็น คลอปป์ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้เอาไว้ (หลังจากที่ปล่อยให้เดอะค้อปทั้งหลายทนอยุ่กับความแห้งแล้งไปพักใหญ่)

นักข่าวถามคลอปป์ว่า คุณรู้สึกตกใจไหมที่เป๊ป กวาดิโอลาห์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าแมนซิตี้จะไม่ซื้อใครเข้ามาเพิ่มในช่วงต้นเดือนมกราคมนี้

คลอปป์ตอบกลับไปดังนี้ครับ… “ผมจะไม่พูดหรอกว่า แมนซิตี้จะปิดหน้าต่างของตัวเองช่วงเดือนมกราหรือเปิดเอาไว้ มันไม่สำคัญสำหรับผม แต่ถ้าคุณถามผมว่ามกรานี้ตลาดนักเตะของลิเวอร์พูลเป็นยังไง ผมก็บอกได้เลยครับว่า หน้าต่างการซื้อขายของลิเวอร์พูลพร้อมเปิดออกอีกครั้งแล้ว (หลังจากที่ปิดสนิทมาสักพัก) ขอกระซิบเอาไว้เลยนะครับว่า มันพร้อมกว่าครั้งไหนๆ ด้วย (We’re pretty much always ready)”

แหม วันก่อนพึ่งแปลข่าวเอ้มบัปเป้ไปด้วยซี่… ทำยังไงดีครับหยุดคิดไปไกลไม่ได้เลย (เรื่องค่าเหนื่อยเดี๋ยวไนกี้ซัพพอร์ทเอง ฮิฮิ)

เอ้ะ หรือจะเป็น…ตี๋ซอนกไม่เลวเหมือนกันนะบอส

(แต่พอถึงเวลาจริงๆ ในฐานะคนแปลข่าวของลิเวอร์พูลอยู่ทุกวี่วัน ผมคิดว่าดีลที่จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคมนี้ จะเป็นนักเตะที่ไม่เคยเป็นข่าวกับลิเวอร์พูลมาก่อนเลย เพราะพักหลังมานี้ ลิเวอร์พูลดำเนินนโยบายซื้อนักเตะแบบใต้ดนิมาโดยตลอด เพราะทีมสเกาซ์ของหงส์ได้พิสูจน์ตัวมาแล้วในหลายๆ ดีล ดังนั้นถ้าเป็นข่าวหลุดออกไปฝูงปลาสวายก็กรูกันเข้ามาแย่งขนมปังแน่นอนครับ)

4.โค้ชเบิร์นลีเทียบลิเวอร์พูลแมนซิ

ชอนไดซ์แถลงข่าวก่อนเกมที่เขาต้องพาเบิร์นลีย์เปิดบ้านพบแมนเชสเตอร์ซิตี้เอาไว้ โดยเปรียบเทียมระหว่างเรือใบสีฟ้ากับพญาหงส์เอาไว้ว่า

“ลิเวอร์พูลกำลังเรียนรู้สิ่งที่มหัศจรรย์ พวกเขากำลังเรียนรู้ว่าแม้บางวันทุกอย่างจะไม่เอื้ออำนวยให้พวกเขาเลย แต่พวกเขาก็ยังสามารถคว้าชัยชนะกลับมาได้ พวกเขาชนะเสมอแม้มันจะไม่สง่าผ่าเผยเท่าไหร่ แต่ก็ชนะ

“ผมคิดว่าสิ่งนี้คือการเติบโตของลิเวอร์พูลนะ ถ้าพวกเขาอยากคว้าแชมป์ลีคคุณไม่ต้องสนใจหรอกว่าชัยชนั้นจะได้มาด้วยวิธีการใด นั่นคือทิศทางของลิเวอร์พูลในตอนนี้ เกมวันเสาร์ที่ผ่านมา (กับไบร์ทตันที่เหลือ 10 คนในสิบห้านาทีสุดท้ายย) คือเกมที่ยากของพวกเขาเหมือนกัน แต่พวกเขาก็เอาชนะมาอีกจนได้

“ตัดภาพกลับมาที่แมนซิตี้ พวกเขาเป็นทีมระดับท็อปเช่นกัน แต่ฟอร์มพวกเขาดรอปลงเพราะอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลักบางคน แม้ว่าจะมีนักเตะระดับสูงมาทดแทน อ่อนแอ ไม่ใช่คำที่ผมใช้บ่อยนักในการพูดถึงแมนเชสเตอร์ซิตี้ แต่แค่อาการบาดเจ็บของนักไม่กี่คนก็ฉุดพวกเขาลงได้แล้ว”

รักนายชอนไดซ์ ฮิฮิ

5.สถิติก่อนเกมเมอซีไซด์ดาร์บี้

ลิเวอร์พูลกับเอฟเวอร์ตันเจอกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทีมหนึ่งกำลังลอยลมดุจพญาหงส์ ส่วนอีกทีมก็กำลังหวานน่าเคี้ยวกรุบๆ เหมือนท๊อฟฟี่สมชื่อ อย่างไรก็ดีทราบหรือไม่ว่า 17 เกมล่าสุดที่ทั้งคู่เจอกันในพรีเมียร์ลีค เป็น 17 เกมที่ลิเวอร์พูลไม่แพ้ให้กับเอฟเวอร์ตันเลยแม้แต่เกมเดียว (ชนะ 7 เสมอ 10)

ลิเวอร์พูลทำประตูในนาทีทดเจ็บมากมาย แต่ทราบหรือไม่ว่า นาทีทดเจ็บที่นานที่สุดแล้วลิเวอร์พูลทำได้เกิดขึ้นกับเอฟเวอร์ตันในซีซั่น 2018-19 โดยดิวอก โอริกี้ ในนาที 90+5

ความจริงเอฟเวอร์ตันยังช้ำในจากการโดนเทพเจ้าโอริกี้ซีอุส ทำประตูในนาทีทดเจ็บไม่หาย ทราบหรือไม่ว่า ซีซั่นนี้พวกเขาโดนลงโทษในนาทีที่ 90+_ ไปแล้วถึง 4 เกมด้วยกัน (นี่แหละคือคำสาปของโอริกี้)

สุดท้ายไม่ใช่สถิติแต่อยากบอกให้ทุกคนรู้เอาไว้ว่า มาร์ติน แอคกินสัน กรรมการที่เป่าเร็วจนลิเวอร์พูลเสียประตูในเกมกับไบร์ทตัน และเคยไม่ให้ประตูเฟอร์มิโน่จากการทำล้ำหน้าด้วยรักแร้ (หัวเราะในคอหนึ่งที) กำลังจะกลับมาประจำแท่นกรรมการ VAR ในเกมดาร์บี้คืนนี้ด้วยครับ !