“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวของลิเวอร์พูลประจำวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 62

1.ปัญหาเดียวของดีลเอ็มบัปเป้

สตีเฟ่น วอร์น็อค อดีตนักเตะลิเวอร์พูลออกมาให้สัมภาษณ์ถึงดีลระหว่างลิเวอร์พูลกับเอ็มบัปเป้ว่ามีดีลนี้มีปัญหาอยู่หนึ่งอย่าง วอร์น็อคกล่าวว่า “ในระยะสองปีที่ผ่านมาลิเวอร์พูลถูกยกระดับขึ้นมาภายใต้การทำงานของ เยอร์เก็น คลอปป์ อย่างแท้จริง คือถ้าเป็นสัก 5-6 ปีที่แล้ว เราคงไม่มีสิทธิ์ฝันว่า ลิเวอร์พูลจะกลายเป็นทีมตัวเต็งในการคว้านักเตะตัวท็อประดับโลก (ได้แต่ แต่ตอนนี้มันก็เป็นไปแล้ว

“ด้วยความสัตย์จริงนะครับ มีนักเตะคนไหนบ้างไม่เป็นขุนพลภายใต้กุนซือที่ชื่อ เยอร์เก็น คลอปป์ มนต์ขลังของลิเวอร์พูลกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ไปแล้ว สามฤดูกาลล่าสุดของ ถ้าเสนอตัวได้ผมว่านักเตะทั้งหลายคงยื่นชื่อสมัครเข้าลิเวอร์พูลกันไม่ขาดสายแน่ (แหม ยกยอกันปานนั้นเลยนะวอร์น็อค)

“แต่คำถามสำคัญก็คือ แล้วไอ้หนูเอ็มบัปเป้จะมาลิเวอร์พูลไหม ทำไมจะไม่ล่ะ ? พรีเมียร์ลีคคือศึกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกฟุตบอล เขาจะไม่อยากย้ายมาเล่นกับทีมที่ดีที่สุดเพื่อทดสอบตัวเองในอังกฤษหน่อยหรือ ?

“แต่ปัญหาประการเดียวสำหรับดีลเอ็มบัปเป้กับลิเวอร์พูล ก็เหมือนกับที่รางวัลบัลลงดอร์มักจะไปออกให้กับนักเตะของบาเซโลนากับเรอัลมาดริดนั่นแหละ พอนักเตะระดับนี้เติบโตขึ้นพวกเขาจะเดินทางไปสองสถานที่แห่งนั้นเสมอ (จุก) คำถามสำคัญสำหรับเรื่องนี้ก็คือ ทำไมถึงไม่มีทีมจากอังกฤษที่สามารถกุมอำนาจของวงการลูกหนังยุโรปได้เลย ?

“สำหรับผมพรีเมียร์ลีคเหมาะสมกับเอ็มบัปเป้มากกว่าลีคไหนๆ ผมอยากเห็นเขาย้ายมาอยู่ลิเวอร์พูลนะ แต่เอ้อ นี่มันก็เป็นแค่ความคิดของผมเท่านั้น คำตอบจริงๆ ต้องไปถามเจ้าตัวเขาเองแล้วแหละ”

2.คลอปป์ถึงแอคกินสัน

คลอปป์ออกมาพูดถึงกรณีมาติน แอคกินสัน จงใจเป่าเร็วจนลิเวอร์พูลเสียประตูในเกมกับไบร์ทตันเอาไว้ว่า

“มีบางคนตั้งใจทำให้ฟรีคิกแบบนี้เกิดขึ้น (คลอปป์ใช้คำว่า Someone แต่รูปประโยคหมายถึงแอคกินสันเต็มๆ ผมว่าบอสเองก็คงรู้สึกตะหงิดใจกับกรรมการคนนี้เหมือนกัน) มันทำให้ประตูของผมกลายเป็นคนทึ่มไปเลยในวินาทีนั้น แต่(การกระทำของแอคกินสัน)คือสิ่งที่ผมจะยอมรับมัน เราสู้ต่อหลังจากนั้น อาเดรียนช่วยเราต่อมาในอีกหลายๆ จังหวะ เขาเซฟบอลจาลูกครอสได้ ปัดบอลหรืออะไรก็ตามแต่…”

นอกจากนั้นแล้วคลอปป์ยังทิ้งทายถึง การเสมอของแมนเชสเตอร์ซิตี้กับนิวคาสเซิ่ลที่ 2 ประตูต่อ 2 และการที่เขานำทัพหงส์แดงไร้พ่าย 14 เกมติดเอาไว้ว่า

“ผมหลงรักผลการแข่งขันแบบนี้ ช่วงเวลาแบบนี้มันแสนวิเศษจริงๆ แต่เราจะไม่เอา 14 เกมนี้ไปฉลองชัยที่ไหน มันจะไม่อยู่ในห้วงคำนึงของผม เพราะสิ่งเดียวที่ผมกำลังคิดอยู่ตอนนี้ก็คือเกมถัดไปเท่านั้น เอฟเวอร์ตันคือเกมใหญ่ ผมต้องทำให้รู้ว่าเราพร้อมจะรับมือกับพวกเขาในทุกๆ ทาง”

3.สรุปผลการแข่งของอริหงส์แดงนัดที่ 14

แมนยูไนเต็ด – ค่ำคืนที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดโชว์ผลงานสุดยอดเยี่ยมยันเสมอแอสตัลวิลลา ภายในบ้านของตัวเองประหนึ่งฟุตบอลมิตรภาพ ไม่อยากเสียน้ำใจเลยเสมอกันไป 2-2

โบราณว่าไว้ สูงสุดคืนสู่สามัญฉันใด แมนยูไนเต็ดที่เคยยิ่งใหญ่ก็กลับหุบเหวไปฉันนั้น… ไว้อาลัยด้วยเสียงหัวเราะสามที

(ห้า ห้า ห้า)

แมนเชสเตอร์ซิตี้ – บุกไปถึงรังสาริกา แต่ขอโทษทีช่วงนี้มันเป็นขนาขึ้นของทีมที่เป็นนก เรือใบทำได้เพียงเสมอสาริกา 2-2 โดนตัดแต้มไปอีกหนึ่ง

แปลกแต่จริงแมนเชสเตอร์ทั้งสองทีมจบลงด้วยสกอร์ 2-2 เหมือนกัน ซึ่ง…เป็นเลขเดียวกับเลขท้ายสองตัวของงวดที่ 1 ธันวา พอดีเป๊ะ !

(สงสัยปลอบใจนักลงทุน ฮ่า ฮ่า)

เลสเตอร์ซิตี้ – จิ้กจอกสยามดราม่าพลิกนรกชนะลูกอมในนาทีที่ 90+4 สุดคลั่ง และเป็นเพียงทีมเดียวที่ตามหลังลิเวอร์พูลไม่เกิน 10 คะแนน (ขอโทษคิงพาวเวอร์บริษัทคนไทยด้วย แต่เชียร์จิ้งจอกสยามต่อไปลงแล้วโว้ย)

ปล. รอดเจอร์ นายไม่อยากเห็นหงส์แดงคว้าแชมป์เร้อออออ

4.ความจริงของลิเวอร์พูล

Graham Potter เฮดโค้ชของไบร์ทตันแอนด์โฮปอัลเบียน ออกมาแถลงข่าวหลังเกมว่า เขาค้นพบความจริงเกี่ยวกับลิเวอร์พูลข้อหนึ่งที่ว่า “พวกเขาเป็นทีมที่ไม่มีจุดอ่อน”

“ผมยินดีกับลิเวอร์พูลจริงๆ ฟอร์มการแข่งขันในวันนี้มันยืนยันได้อย่างชัดเจนแล้วว่า พวกเขาคือทีมระดับท็อปอย่างแท้จริง ผมรู้สึกสนุกกับเกมนี้นะ และจริงๆ ก็ไม่อยากให้มันจบลงแค่ 90 นาทีเลยด้วย ผมและลูกทีมทุกคนต่างก็ผ่านการต่อสู้กับทีมระดับท็อปมามากมาย แต่สำหรับลิเวอร์พูลแล้วพวกเขาไม่มีจุดอ่อนใดให้โจมตีเลย นั่นคือความจริงที่ผมตระหนัก

“ความจริงผมว่า ทีมผมเริ่มเกมนี้ได้ค่อนค้างดี แต่เรายืนระยะไม่ได้ เอาเถอะครับ อย่างน้อยๆ เราก็ได้แสดงความกล้าหาญในการต่อสู้ทีมที่แข็งแกร่งสุดๆ แล้ว ทุกครั้งที่บอลอยู่กับพวกเขา มันดุดันสมคำร่ำลือ

“ความจริงผมจะมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับเกมวันนี้ก็ได้ แต่ในฐานะผู้จัดการทีมผมรู้สึกผิดหวังกับผลการแข่งขัน มันไม่ควรเป็นแบบนี้ เกมวันนี้มันไม่ง่ายเลยจริงๆ”

5.ความเจ็บปวดของแมนซิตี้

ฟีลโฟรเดน ดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ซิตี้ ออกมาพูดถึงสถานการณ์ในห้องแต่งตัวหลังจากที่เรือใบสีฟ้าทำได้แค่เพียงเสมอกับนิวคาสเซิ่ลและตามหลังลิเวอร์พูลออกไปเรื่อยๆ

โฟรเดนกล่าวว่า “ในห้องแต่งตัววันนั้นมันเต็มไปด้วยความเสียใจ เราต้องการสามแต้มทุกคนรู้ดีในเรื่องนั้นและความผิดหวังก็มาเยือนหลังจากที่พวกเราเสียประตู มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกเราอีกแล้วในการกลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูง สิ่งที่เราทำได้ก็คือทำเกมต่อไปนี้ให้ดีที่สุด สำหรับผมธันวาคมเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ เพราะทีมมากมายจะทำแต้มหล่นหายไปในเวลานี้…”

เห็นใจเด็กมันจริงๆ เว้ย ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะตบบ่าแล้วกระชับแน่นๆ ดึงเด็กมันเข้ามากอดแล้วบอกไปว่า “ปีนี้ให้กูเถอะนะ สองสมัยซ้อนแล้วจะเอาอะไรอี๊กกก”

อรุณสวัสดิ์เช้าวันจันทร์แสนสุขขีครับพี่น้องหงส์แดงทุกท่าน

#เลิฟหงส์แดง

#รักสัปดาห์ที่ 14 ของพรีเมียร์ลีคจังเลยโว้ย