“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวลิเวอร์พูลประจำวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 62

1.ลาก่อนคาริอุส

หนังสือพิมพ์ตรุกีที่ชื่อ Fanatik ออกมารายงานความเคลื่อนไหวของ คาริอุส อดีตผู้รักษาประตูมือหนึ่งของลิเวอร์พูลว่า กำลังถูกพิจารณาเซ็นสัญญาซื้อขาดหลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าทางสโมสรเบซิคตัสต้องการส่งตัวคาริอุสกลับคืนอ้อมกอดของ เยอร์เก็น คลอปป์

ซึ่งการเซ็นสัญญานี้อาจเกิดขึ้นในตลาดฤดูหนาวช่วงเดือนมกราคมเลยก็ได้

โชคดีนะคาริอุส กลับมาก็ไม่มีที่ให้นายยืนแล้ว ค้นหาทางที่ใช่ต่อไปในอนาคต นายไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง

2.ไม่มีอะไรดีเท่ารู้งี้(ไม่ย้ายดีกว่า)

ไม่กี่วันก่อน มีบทสัมภาษณ์ของเอ็มเร่ ชาน ออกมาทำนองว่า ‘ตัวเขาจะพยายามอย่างหนักต่อไปเพื่อขึ้นเป็นตัวจริงให้ได้ในสักวัน’

“โลกของฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ” ชานเปรยเอาไว้แบบนั้น กระทั่งสอง-สามวันถัดมา (คือวันนี้) ชานก็ออกมาคอมเฟิร์มแล้วว่า ตลาดฤดูหนาวเดือนมกราเขาจะย้ายออกจากยูเว่อย่างแน่นอน

“ผมยังคงเป็นนักเตะของยูเวนตุสเรื่องนั้นคือสิ่งที่ชัดเจนและทุกคนก็รู้กันดี แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าก็คือ ผมไม่พอใจจริงๆ กับสถานการณ์ของผมในเวลานี้ ผมเหยียบคันเร่งจนสุดเท้าในทุกๆ เซสซั่นการซ้อมแล้ว

“ผมกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ตัวผมโคตรไม่มีความสุขเลย ใครจะยิ้มได้ถ้าอาชีพของคุณคือนักฟุตบอลแต่ไม่ได้ลงเล่น ?

“ผมคิดอยู่นานว่าอนาคตของผมในตูรินจะเป็นอย่างไร เชื่อไหมว่าทุกครั้งผมก็ยังคงเห็นภาพตัวเองเป็นนักเตะของสโมสรแห่งนี้อยู่ กระทั่งตอนนี้ ผมคิดว่าตลาดหน้าหนาวนี้มันถึงเวลาที่ผมต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว นี่แหละสิ่งที่ควรจะเป็น”

3.โค้ชรักบี้ชมหงส์

Eddie jones ผู้จัดการทีมรักบี้ (หือมาไงวะ ?) และนักวิเคราะห์กีฬา (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฟุตบอล) ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เกมที่ลิเวอร์พูลสามารถยัดเยียดความปราชัยให้กับต่างดาวตกรอบแชมป์เปียนลีคได้คือเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ใช่แค่ในวงการฟุตบอล แต่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการกีฬาเลย

“ผมดูฟุตบอลเกมสุดท้ายก็คือลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์ดวลกับบาเซโลนา มันคือแมทซ์การแข่งขันที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาเกมกีฬาที่ต้องมีการแข่งขัน ไม่ว่าบรรยากาศที่น่ายำเกรงรอบอัฒจันทร์หรือจะเป็นความดุดันบนพื้นหญ้า ต่างก็เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย”

เฮียแกเป็นใครไม่ค่อยรู้จัก รู้แค่ว่าทรงผมทำให้นึกถึงโค้ชทีมชาติเวียดนามนิดๆ แต่ชมหงส์แบบนี้ รักไว้ก่อนแล้วกัลล์

4.”จงอย่ามองว่ามันไร้ความหมาย”

มีบทสัมภาษณ์พิเศษของเยอร์เก็น คลอปป์พูดถึงความสำคัญของของสภาพจิตใจนักเตะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะในช่วงนาทีสุดท้าย

คลอปป์พูดเอาไว้ดีมาก ผมพยายามถอดความหมายให้ตรงกับภาษาอังกฤษที่สุดได้ดังนี้ครับ :

“สิ่งที่สำคัญสุดที่สุดบนโลกฟุตบอลไม่ใช่เทคนิคการเล่น แต่เป็นจิตใจต่างหาก คุณอาจจะมีเทคนิคที่เก่งที่สุดบนโลกนี้เลยก็ได้นะ แต่ถ้าหัวใจคุณไม่พร้อมจะนำมาออกมา มันก็ไม่มีความหมายอะไรใช่ไหม ความมั่นใจบนโลกฟุตบอลนั้นสำคัญมาก ตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยมีความมั่นใจ ในห้วงคิดของคุณก็จะเต็มไปด้วยความกังวลที่จะทำผิดพลาดมากมาย

“อีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้คุณเห็นภาพขึ้นมาชัดหน่อยก็คือ เด็กๆ ในสนามจะเคาะบอลกันไปมาได้ตามสบายถ้าพวกเขายังคงไม่ได้ลงแข่งจริงจังหรือออกนำคู่ต่อสู้อยู่

“แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาตามฝ่ายตรงข้ามอยู่ 1 ประตูต่อ 0 การเคาะบอลไปมาอย่างไร้ความกดดันนั้นต้องอาศัยบางอย่าง บางอย่างที่เรียกกันว่าศรัทธาที่เชื่อหมดหัวใจที่ว่า ‘กูจะกลับคืนสู่เกมและชนะในท้ายที่สุด’

“ใช่ว่าผมจะเดินไปบอกให้พวกเขาเชื่อแบบนี้กันได้ง่ายๆ นะ

“ที่ผมพูดเรื่องนี้ก็คือ ในระยะหลังมานี้ทีมของเรากลับมาจากการถูกคู่ต่อสู้ขึ้นนำ หรือตามด้วยสกอร์เสมอในช่วงท้ายเกมบ่อยมาก ซึ่งเราก็เอาชนะมาได้ในท้ายที่สุด มันเป็นเรื่องที่ดีนะ มันดีมากจริงๆ

“แต่ผมไม่อยากให้ผู้คนมองเรื่องนี้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกับที่ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตซ้ำๆ แล้วสุดท้ายมันก็กลายเป็นเพียงแค่เรื่องธรรมดาๆ ไร้ความหมาย

“เบื้องหลังความมหัศจรรย์ในช่วงท้ายเกมที่พวกคุณได้เห็นนั้น เต็มไปด้วยความเชื่อของนักเตะในสนามของผมที่ทำงานกันมาอย่างหนักหน่วงตลอด 4 ปี วันนี้หัวใจของพวกเขามีศรัทธายิ่งกว่าอื่นใดแล้ว อย่ามองว่ามันไร้ความหมายเลยนะครับ”

5.ความเกรียนของเคอติสโจนส์

ไม่กี่วันก่อน จินี่ไวนาดุมทำแฮททริคให้อัศวินกังหันลม เรื่องนี้ไอ้หนูเคอติส โจนส์เอามาเม้ามอยให้พ่อแม่พี่น้องหงส์แดงฟังกันหลังไมค์ว่า เขามักจะแซวไวนาดุมเรื่องนี้อยู่เสมอ เพราะเขาทำประตูให้กับทีมชาติมากมาย แต่กับสโมสรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“ในห้องแต่งตัวจินี่นั่งห่างจากผมไปไม่เกินเอื้อม ผมมักจะแซวเขาอยู่เสมอว่า ทำไมคุณไม่ทำประตูให้สโมสรเหมือนกับที่ทำให้ทีมชาติบ้าง หือ จากนั้นเราสองคนก็หัวเราะกัน ไม่สิ บางทีอาจจะแค่ผมคนเดียวก็ได้

“แต่ความจริงผมยอมรับเขานะ เขาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่และเป็นคนเต็มคน คนหนึ่งเลยล่ะ ทุกคนคงเห็นภาพวันนั้นแล้ว วันที่เขาทำให้โลกทั้งใบรู้ว่าคนเราเท่ากันไม่ว่าจะมีผิวแบบไหนก็ตาม มันเป็นวันที่เขาใส่ปลอกแขนกัปตันด้วยนะ วันที่เขาทำ 3 ประตูน่ะ

“แต่ผมก็ยังรอคอยที่จะแซวเขาเรื่องทำประตูอยู่ดีนะ แหะๆ”

สวัสดีวันศุกร์ครับพ่อแม่พี่น้องหงส์แดงทุกท่าน