8 เหตุผลที่ตี๋ซงควรย้ายซบรังหงส์ หลังสเปอร์สตั้งมูรินโย่กุมบังเหียน

นักดูบอลบางคนยืนยันว่า ท็อทแน่มฮอทสเปอร์สภายใต้การทำทีมของโปเชติโน่ คือความยิ่งใหญ่สูงที่สุดแล้ว เพราะมันคือประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่พวกเขาเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศถ้วยยูฟ่าแชมป์เปียนลีคได้สำเร็จ…

ทว่าไม่มีใครจดจำตำแหน่งอันดับสอง รองแชมป์กับตกรอบแรกอาจมีความหมายเหมือนกันในสายตาของบอร์ดบริหารสเปอร์ส

โปเชติโน่ลาจากสเปอร์สไปว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้ว การดึงโจเซ่ มูรินโย่เข้ามาคุมทีมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่กว่า เพราะนอกจากจ่ามูจะเคยเป็น The Special One ของเชลซีอริร่วมเมืองกับไก่เดือยทองแล้ว (เราจะไว้ใจศัตรูแปลพรรคให้เป็นพวกเราอย่างแท้จริงได้หรือ ?)

สไตล์การคุมทีมของโปเชติโน่กับมูรินโย่ก็เป็นสิ่งที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวอีกด้วย !

นั่นเองจึงเป็นสาเหตุที่นักวิเคราะห์หลายคนคิดกันว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่สเปอร์สภายใต้การนำทีมของจ่ามูจะถูกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

(ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากในวงการฟุตบอล ที่ประธานสโมสรจะให้งบประมาณซื้อนักเตะก้อนโตกับกุนซือคนใหม่และโละนักเตะเก่าๆ ที่ไม่เข้าปรัชญาทิ้งไป)

ซง ฮง มิน อาจไม่ใช่นักเตะที่มูรินโย่ตั้งใจจะโละทิ้งจากทีม เพราะเป็นดาวเด่นบนโลกฟุตบอลคนหนึ่ง แต่…หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว มีเหตุผลมากมายที่ ซง ฮง มิน จะ ‘โละตัวเองออกจากสเปอร์ส’ ในยุคมูรินโย่ (แล้วมาอยู่กับลิเวอร์พูลในยุคคลอปป์แทน) ซะ

เหตุผลมากมายก่ายหน้าผาก / ก่ายกอง (โว้ย) เหล่านั้น มีดังนี้

หนึ่ง – โปเชติโน่กับมูมีปรัชญาการทำทีมที่แตกต่างกับเหว แต่โปเชติโน่กับคลอปป์มีปรัชญาที่แตกต่างกันเพียงก้อนเมฆกับท้องฟ้าเท่านั้น

มองภาพรวมอย่างง่ายโดยไม่ต้องเจาะจง พอสเน้นเกมรุกเพรสซิ่งสนุก ซึ่งดูคล้ายกับคลอปป์ในยุคที่เข้ามาทำลิเวอร์พูลช่วงสองปีแรกมาก ในขณะที่ปรัชญาการทำทีมของมูรินโย่คือเกมอุดตัน จอดรถบัส “รอสวน” แบบที่ไร้ความมันส์ในกีฬาฟุตบอล

เคยมีสักเกมไหมที่คลอปป์จัดนักเตะลงไปในสนามพร้อมกลยุทธ์แบบรถบัส ซง ฮง มิน คือนักเตะเกมรุกธรรมชาติ

การเอาเขาไปเล่นบอลในปรัชญาเกมรับ ก็เหมือนการจับเอาปลาฉลาม(น้ำทะเล)ลงไปออกล่าในบ่อน้ำจืดนั่นแหละ

สอง – คลอปป์เคยทำงานกับนักเตะเอเชียแล้วประสบความสำเร็จมาแล้ว นั่นก็คือ ชินจิ คากะวะ

สาม – ความจริงลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ผสมผสานนักเตะจากหลากมุมโลกมากที่สุดทีมหนึ่ง จะมีสโมสรฟุตบอลไหนบ้างที่มีนักเตะจากแอฟริกาและอเมริกาใต้อยู่ในทีมอย่างละ 3 คน (อเมกาใต้ = บ้อบบี้ อลีสซง ฟาบินโย่) (แอฟริกา = ซาลาห์ มาเน่ เกอิต้า)

ตี๋ซงไม่อยากมีชื่อว่าเป็นนักเตะเอเชียคนแรกในยุคคลอปป์บ้างเหรอ เท่ ดีนะว่าไหม ?

สี่ – ช่วงสุดท้ายของมูรินโย่ในเชลซีและแมนยูไนเต็ด มีปัญหาเรื่องนักเตะเล่นไล่โค้ชด้วยกันทั้งสิ้น กับเชลซีเราไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นเพราะตัวมูรินโย่เองที่เป็นปัญหา แต่อาจเกิดจากสโมสรปล่อยให้นักเตะมีอำนาจมากกว่าโค้ชก็ได้

แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นสองครั้งติดต่อกัน บางทีมูรินโย่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเตะเล่นบอลไล่ตัวเขาออกมาก็ได้

ห้า – เคยมีคนวิเคราะห์เอาไว้ว่า การวางแผนขยับนักเตะแบบทุกกระเบียดนิ้วของมูรินโย่นั่นแหละที่เป็นปัญหา แม้มันจะนำถ้วยแชมป์มาให้มูรินโย่ แต่มันก็ต้องแลกมากับความเครียดของนักฟุตบอลเหมือนกัน

ตัดภาพกลับมาที่คลอปป์ สิ่งที่เขากำชับกับลูกทีมเสมอก็คือ “จงลงไปเล่นฟุตบอลด้วยความสนุก” ถ้าไม่เป็นไปตามแผน คลอปป์ค่อยตะโกนด่าข้างสนามเอา

หก – ซงฮงมินเป็นนักเตะที่ทำประตูจากนอกกรอบเขตโทษบ่อยมาก ตำแหน่งที่เขาเล่นประจำก็คือ Attacking player หรือที่คนไทยเราเรียกติดปากว่า Play maker

สำคัญก็คือจุดที่ซงยืนบ่อยที่สุดในสเปอร์สก็คือตำแหน่งตัวรุกทางด้านกาปซ้าย เป็นตำแหน่งเดียวกับที่คูตินโย่เคยยืนพอดี ลองคิดดูว่าเกมรุกที่ประกอบไปด้วย ซาลาห์ มาเน่ เฟอร์มิโน่ เชมเบอร์เลน และซงฮงมิน อยู่ด้วยกัน แค่นึกภาพก็เดือดทะลุปรอทวัดไข้ของหมอมีแก้ผีแก้หิดแล้วโว้ย

เจ็ด – ไม่อยากใส่เสื้อฟุตบอลในเกมแชมป์เปียนลีคที่สลักข้างไหล่เอาไว้ด้วยเลข 6 บ้างเหรอ ตี๋ซง

แปด – อยู่กับมูรินโย่อาจมีแชมป์ให้ลุ้นต่อไปในอนาคต แต่ยังไงก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกหนึ่งฤดูกาล แต่ถ้าย้ายมาอยู่กับคลอปป์ตั้งแต่ตลาดฤดูหนาว เดือนมกราคมนี้ ตี๋ซงจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เล่นให้กับทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีคเลยนะ

สุดท้าย – ดีลของซงฮงมินเป็นไปได้มากแค่ไหน ?

เว็ปไซต์ Transfer market ประเมินราคาตี๋ซงเอาไว้อยู่ที่ 80 ล้านยูโร หรือราวๆ 70 ล้านปอนด์ ถามว่าราคานี้แพงไหม ย้อนกลับไปไม่กี่วันก่อน ไอ้หนูจาดอน ซานโซ่ ของดอทมุนส์ปักป้ายเอาไว้ตั้ง 120 ล้านปอนด์ เป็นตัวรุกเหมือนกัน แต่ไม่รู้ซื้อมาจะปรับจังหวะบอลให้เข้ากับพรีเมียร์ลีคได้ไหม

ถ้าพิจารณาจากดีลของซานโซ่แล้ว ซงฮงมินถูกกว่าเห็นๆ

แล้วตกลงมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ?

มีคนทำภาพตลกๆ ว่า ซงฮงมินได้รับการติดต่อจากเฟอร์มิโน่และฟาบินโย่ ในช่วงหมดเวลาการแข่งขันระหว่างเกมอุ่นเครื่องเกาหลีใต้กับบราซิลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรื่องนี้อย่าดูเบา เพราะคลอปป์เคยส่งเฟอร์มิโน่ไปติดต่ออลีสซงมาแล้วจริงๆ ก่อนที่จะเปิดแอนฟิลด์ให้บราซิลกับโครเอเชียเข้ามาใช้สนามเกมอุ่นเครื่อง ประหนึ่งเป็นการเปิดเรือนหอให้อลีสซงได้เชยชม จากนั้นไม่กี่วัน ลิเวอร์พูลก็เซ็นสัญญากับอลีสซงด้วยค่าตัวสถิติโลก

อย่างไรก็ดี คำตอบของเรื่องทั้งหมดอาจเป็นแค่ความฝันก็ได้ ถ้าคลอปป์ตอบมาคำเดียวว่า “ผมไม่ชอบนักเตะคนนี้”

แต่จริงๆ แล้วคลอปป์ประทับใจในตัวซงมากแค่ไหน ก็ขอให้ภาพข้างล่างนี้เป็นคำตอบก็แล้วกันนะครับ