13 บทสรุปเกมแมนยูเปิดบ้านเสมอลิเวอร์พูล 1-1 สุดเดือด

หนึ่ง – ก่อนเกมการแข่งขันแมนเชสเตอรย์ยูไนเต็ดประกาศรายชื่อผู้เล่นทั้งหมด 11 ราย พอเกมเริ่มต้นขึ้นได้สักพักพวกเขามีนักเตะคนที่ 12 คือเสียงเชียร์จากแฟนบอลเพราะได้เล่นในสนามของตนเอง จนกระทั่งจบเกมการแข่งขัน

ถึงตอนนี้เองที่เรารู้อย่างชัดเจนแล้วว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีนักเตะลงเล่นในเกมนี้ถึง 13 คน นักเตะอีกหนึ่งคนที่เพิ่มขึ้นมาไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่คือ มาร์ติน แอคยูไนเต็ดกินสัน ! กรรมการตัวจริงที่สวมเสื้อสีดำ แต่จริงๆ มีเสื้อแมนยูไนเต็ดสวมทับเอาไว้ในนั้นอีกหนึ่งตัว

สอง – สถิติหลังเกมยืนยันได้อย่างดีว่าเกมนี้กรรมการ ลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด เพราะอันที่จริง แม้จะเป็นเกมที่แมนยูไนเต็ดเป็นเจ้าบ้าน แต่ลิเวอร์พูลกลับเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าถึง 68 เปอร์เซ็น นั่นหมายความว่า แมนยูไนเต็ดเป็นฝ่ายรับเสียส่วนมาก ดังนั้นปีศาจแดงจะต้องเป็นฝ่ายตัดเกมมากกว่าลิเวอร์พูลที่ขึ้นเกมรุกตามหลักเหตุผลแน่ๆ

แต่ทราบหรือไม่ครับว่า เกมนี้แมนยูไนเต็ดถูกเป่าฟาวเพียงแค่ 6 ครั้งเท่านั้น ในขณะที่ทีมที่ครองเกมสูงกว่าอย่างลิเวอร์พูลถูกจับฟาวส์ถึง 14 ครั้งด้วยกัน !

สาม – แมนออฟเดอะแมทซ์เกมนี้ของแมนยูไนเต็ด มาติด แอคกินสันก็คว้าไปแบบไม่ต้องสงสัย

สี่ – ก่อนเกมแมนยูไนเต็ดประกาศว่านักเตะตัวหลักอย่างป๊อกบา และ เดเกอา ไม่สามารถลงเล่นได้เพราะอาการบาดเจ็บ แต่หลังจากเกมวันนี้เราได้รู้ว่าซึ้งถึงความจริงแล้วว่า การโดนผีหลอกนั้นเป็นอย่างไร แม้พวกเขาจะไม่ส่งป๊อกแป๊ก เอ้ย ป๊อกบาลงเป็นตัวจริง แต่เดเกอาที่มีข่าวว่าบาดเจ็บจากการลงเล่นทีมชาติกลับสามารถลงมายืนอยู่ในสนามได้เฉ๊ย (ขึ้นเสียงสูง)

ผีหลอกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

ห้า – แต่ก็แปลกดีที่แมนยูไนเต็ดในวันที่ไม่มีป๊อกบาแล้วกลับเป็นฟุตบอลที่ไหลลื่นกว่าที่เคยเป็น

หก – พูดอย่างไม่มีอคติเกมนี้ แมนยูไนเต็ดก็เล่นได้ดีกว่ามาตรฐานอันดับ 14 แล้วนะ (เห็นไหมไม่มีอคติ เป็นความจริงล้วนๆ) แฟนลิเวอร์พูลอย่างผมก็ได้แต่หวังว่า เกมกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ พวกคุณพี่แมนยูจะคงเส้นคงวามาตรฐานทีมเอาไว้ได้แบบนี้แล้วกัลน์นะ

อ้อ ช่วยเชิญเซอร์อเล็กมาติวเข้มเกมดาร์บี้แมนเชสเตอร์ด้วยก็ดีนะ

ห้า – แปลกที่คลอปป์ไม่ส่งซาลาห์ลงเล่น แม้จะมีข่าวว่าหายเจ็บก่อนเกมแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้พิจารณาได้สามประเด็นคือ ซาลาห์ยังไม่ฟิต / คลอปป์ไม่มั่นใจเพราะสถิติซาลาห์ไม่เคยทำประตูใส่แมนยูได้เลยในสี่เกมหลังสุด / หรือสุดท้ายคลอปป์ต้องการสับขาหลอกแนวรับแมนยูไนเต็ด

หก – โอริกี้นายเหมาะเป็นซุปเปอร์ซัพมากกว่าลงเป็นตัวจริง เกมนี้พลังโชควิเศษของนายไม่ทำงานเลย

เจ็ด – ก่อนเกมลิเวอร์พูลมีข่าวแว่ว (อย่างแผ่วเบา) มาว่าบางทีคลอปป์อาจจะโละอดัม ลัลลานาทิ้งจากทีมเพราะไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว สุดท้ายหลังเกมการแข่ง ข่าวนี้ก็คงได้แต่เจือจางหายไป เพราะใครจะคิดว่าเทพเจ้าทองม้วนจะเป็นคนกู้วิกฤตของลิเวอร์พูลที่ถูกแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดขึ้นนำอยู่ได้ ในตลอด 85 นาที

แปด – ไม่เชื่อก็เชื่อเถอะว่า ประตูสุดท้ายที่ลัลลานาทำได้นั้นต้องย้อนกลับไปถึงปี 2017 เทพเจ้าทองม้วนเก็บกระสุนมาตลอด 2 ปี เพื่อซัดลูกนี้ใส่แมนยูไนเต็ดโดยเฉพาะ !

เก้า – พ่อทองม้วนให้สัมภาษณ์หลังเกมเอาไว้ว่า “เราไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดจริงๆ และนั่นคือโอกาสของคนบนม้านั่งสำรองอย่างผม และเชมเบอร์เลน

“ตอนที่ผมลงมาในสนามสิบนาทีแรก ผมสัมผัสได้เลยว่าเราไม่สามารถควบคุมเกมได้ แต่หลังจากนั้นผมว่าอะไรๆ มันก็ดีขึ้น ที่สำคัญก็คือผมคิดว่าจริงๆ แล้วเกมนี้ทีมที่คู่ควรจะคว้าสามแต้มไปครองก็คือพวกเราเสียด้วยซ้ำ

“แต่ก็เอาเถอะ ข้อดีสำหรับเกมวันนี้ก็คือ เรามาถึงโอลทราฟฟอร์ดแล้วก็สามารถคว้าคะแนนกลับบ้านไปได้ มันเป็นเรื่องดีนะที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นฤดูกาล และเรายังคงไร้พ่ายแม้เกมนี้จะไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเราก็ตามที”

สิบ – น่าเสียดายที่เกมนี้ลิเวอร์พูลไม่สามารถคว้าสถิติชนะ 18 นัดรวดเทียบเท่ากับแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้ (แต่ก็ยังไร้พ่าย 9 เกมแรกและยังเป็นจ่าฝูงอยู่นะจ้ะ)

สิบเอ็ด – คลอปป์พูดถึงประเด็น VAR และกรรมการลำตรงๆ ไม่ได้ (ลำเอียง) เอาไว้ว่า “ผมเองก็สงสัยจริงๆ นะว่าคนทั้งโลกมองเรื่องนี้อย่างไร ไม่ ผมไม่ได้โกรธอะไรในตอนแรก แถมยังบอกให้ทีมสตาฟทุกคนสงบลงเพราะผมเห็นมันเพียงแค่แว๊บเดียวอีกด้วย

“คนนั้นเขาชื่ออะไรนะ คุณแอคกินสัน ใช่ไหม อืมม์ ผมเข้าใจนะว่าคุณให้ประตูไปแล้ว แต่ในเมื่อวีเออาร์มันขึ้นมา และผมก็มั่นใจอย่างร้อยเปอร์เซ็นว่าเราจะได้รับความยุติธรรม แต่คุณก็เห็นแล้วใช่ไหม แม้แต่VAR ก็ยังมีปัญหาได้

“เพราะผู้ตัดสินยืนยันให้เกมไปต่อ แต่ VAR ประกาศอยู่ตำตาว่ามันมีการฟาวส์เกิดขึ้น พอคุณคิดแบบนี้แล้วก็เห็นความขัดแย้งของมันไหมละ ซึ่งสุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ก็คือพวกเรา เพราะเราเสียประตูและไม่ได้แม้แต่การฟาวส์

“ดังนั้นผมจึงบอกกับคุณว่าผมไม่ได้โกรธอะไร ผมเห็นมันตำตาว่ามันฟาวส์ คุณแอคกินสันก็รู้ดี เขามีนกหวีดอยู่ในมือ แต่สุดท้ายเขากลับเป็นคนปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป ผมกลับไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว”

สิบสอง – ข้อดีสำหรับการเสมอในวันนี้ก็คือ แดงเดือดกลับมามีมนต์ขลังอีกครั้งหลังจากที่เป็นแดงจืดมานาน และ ในที่สุดภารกิจการรักษาโอเล่กุนนาโซลชาให้อยู่ในตำแหน่งโค้ชของแมนยูก็สำเร็จจนได้

สิบสาม – สุดท้ายขออนุญาติปิดท้ายบทความด้วยภาพกีฬามันส์ๆ ที่ยืนยันบทสรุปของเกมด้วยภาพนี้ครับ