“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวของลิเวอร์พูลประจำวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 62

1.รอบโบ้ปะทะแมนยูไนเต็ด

โรเบิร์ตสันเชื่อว่า แมนยูไนเต็ดจะใช้เกมแดงเดือดครั้งนี้ เป็นแมทซ์การแข่งขันในการจุดไฟให้กับทีมอีกครั้ง แต่ถึงกระนั้น ลิเวอร์พูลเองก็มีเป้าหมายที่จะยอมแพ้ให้ไม่ได้เหมือนกัน

โรเบิร์ตสันให้สัมภาษณ์ผ่านเว็ปไซต์อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูลว่า

“ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้เกมแดงเดือดพิเศษก็คือประวัติศาสตร์ (ไม่ใช่การสั่งไข่ดาวเพิ่ม) ผมจำได้ว่าเมื่อปีกลายเราเผชิญหน้ากับพวกเขา และสิ่งที่ค้นพบก็คือ พวกเขายังคงเป็นทีมระดับสูงอยู่เสมอ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีพวกเขาใส่มันลงมาในสนามยามเจอกับเรา”

“นั่นแหละคือศึกแดงเดือด จริงๆ บรรยากาศมันคงต่างกันมากๆ เลย ถ้าเราได้เล่นที่แอนฟิลด์ ผมชอบแอนฟิลด์นะ บรรยากาศมันทำให้ผมอุ่นใจกว่าเป็นไหนๆ

“พวกเขามีฤดูกาลที่ไม่น่าพิศมัยเท่าไหร่ แต่ผมมั่นใจเลยว่า แมนยูจะใช้เกมกับเราเป็นการเริ่มต้นจุดคบไฟที่กำลังมอดลงให้กับมาสว่างอีกครั้ง มันคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้วสำหรับพวกเขา ทั้งเสียงเชียร์และประวัติศาสตร์อะไรมากมาย

“แต่พวกเราก็มีเป้าหมายที่สำคัญเหมือนกันนะ พวกคุณก็คงจะรู้ว่ามันคืออะไร และนั่นคือสิ่งที่พวกเราจะไล่ไขว่คว้ามันมาให้จงได้ สามคะแนนที่สำคัญ

“ไม่ต้องห่วงว่าพักเบรกทีมชาติจะทำเราทุกคนเป๋ เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังมีสมาธิอยู่กับการซ้อมสุดๆ เหมือนกับว่าทีมชาติไม่ได้ทำให้เราสะดุดอะไรเลย ทั้งหมดนี่เป็นเพราะคำๆ เดียว เกมแดงเดือดยังไงละ”

2.ศึกแย่งชิงมือหนึ่ง

อาเดรียนออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากที่เขาต้องกลับไปอยู่ที่ม้านั่งสำรองอีกครั้งเพราะการกลับมาของอลีสซง

อาเดรียนบอกว่า “ตอนที่ผมเข้ามาลิเวอร์พูล ผมรู้ดีเลยนะว่ามันคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตผม การแข่งขันทำให้ทุกคนเติบโต การได้ขึ้นเป็นมือหนึ่งของทีมคือความยิ่งใหญ่ของผมและอลีสซง

“มันคือการตัดสินใจครั้งสำคัญของคลอปป์ เพราะว่าทุกคนต้องการทำในสิ่งที่ดีที่สุด และผมคิดว่า พวกเราอยู่ที่ลิเวอร์พูลไม่ใช่ตำแหน่งมือหนึ่งหรือมือสองแต่เป็นมือหนึ่งร่วมกันต่างหาก

“หัวใจของผมไม่เคยโหยหาม้านั่งสำรองเลย แม้ผมจะมีอายุปาเข้าไปตั้ง 32 แล้วก็ตาม บางทีอีก 4-5 ปีผมคงจะพูดอีกอย่างเพราะสังขารมันโรยลาแล้วก็ได้

“ได้โปรดอย่างเข้าใจผมผิด เพราะจริงๆ ผมยังคิดว่าการทำงานร่วมกันคือสิ่งสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสโมสร ผมมั่นใจจริงๆ ว่าจะช่วยลิเวอร์พูลได้ในอีกหลายเกม ซึ่งเป็นการช่วยจากม้านั่งสำรองที่ผู้จัดการทีมได้ตัดสินใจเอาไว้แล้วนั่นแหละ”

ต่อไปนี้การแข่งขันแย่งชิงมือหนึ่งประตูคงจะสูงขึ้นแล้ว อลีสซง เจอคู่แข่งเข้าให้แล้วละ

3.เอ็มเร่ ชานกับแมนยูไนเต็ด…

เอ็มเร่ ชานอดีตนักเตะของลิเวอร์พูลที่ไม่มีชื่อลงเล่นในแชมป์เปียนลีคฤดูกาลนี้ (จากการตัดรายชื่อของซารี่) มีข่าวว่า นักเตะเยอรมันรายนี้ต้องการย้ายกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีคอีกครั้ง

ตอนนี้เขาได้ขอให้เอเยนต์ติดต่อกับสโมสรใหม่ๆ จำนวนมาก แต่ลีคที่เขาอยากกลับมาที่สุดก็คือแดนผู้ดีอังกฤษ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า อาจเกิดดีลขึ้นระหว่างเขากับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็ได้ เพราะพอล ป๊อกบาเองก็ต้องการย้ายกลับไปยังยูเวนตุสอีกครั้งแบบพอดิบพอดี

บางทีอาจเป็นดีลที่แลกนักเตะแต่เพิ่มงบประมาณนิดหน่อยก็ได้

หืมม ? เอ็มเร่ ถ้านายย้ายไปแมนยูจริง ความรักที่เหลือน้อยนิดอยู่แล้วมันจะติดลบทันทีเลยนะ

ปล.ข่าวนี้รายงานจากตุสโต้สปอร์ตสื่อใหญ่จากอิตาลี

4.จากเมสซี่ถึงฟานไดซ์

เลโอเนล เมสซี่ ออกปากชมเวอร์กิล ฟานไดซ์ เซ็นเตอร์แบ็คของลิเวอร์พูลเอาไว้ว่า เป็นแนวรับที่โดดเด่นแถมเต็มไปด้วยความเร็ว

มนุษย์ต่างดาวแห่งวงการฟุตบอลกล่าวเอาไว้ว่า

“เขาคือแนวรับที่เยือกเย็นที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยเจอ เขารู้ดีว่าเวลาไหนควรตัดสินใจ เวลาไหนควรช่างใจรอคอย และเวลาไหนที่ควรเข้าปะทะ

“เขาตัวใหญ่เบ้อเริ่ม แต่เร็วเกินกว่าที่ผมคิดเอาไว้ น้ำหนักและรูปร่างไม่ได้เป็นอุปสรรคในความคล่องแคล่วของเขาเลย

“ผมไม่แน่ใจ แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจนะว่า ความเร็วของเขามาจากแต่ละก้าวจากขายาวๆ นั่น ดังนั้นมันจึงทำให้เกมรับของเขาโดดเด่น แถมเกมรุกก็ใช่ย่อยเลย เพราะผมก็เห็นว่าเขาทำไปหลายประตูแล้วนี่นา”

5.ความเยือกเย็นของรองเจมส์

ปิดท้ายข่าวสุดท้ายกันที่ Emile Heskey อดีตสไตร์คเกอร์หงส์แดงผู้เคยเล่นร่วมกับเจม มิลเนอร์ที่แอสตัน วิลลา ออกมาเปิดเผยว่า ความจริงแล้วท่านรองเจมมีเทนนิคที่สมบูรณ์แบบสำหรับการจบจุดโทษ (พูดถึงจุดโทษเมื่อเกมกับเลสเตอร์ซิตี้ที่ผ่านมาครับ)

“มิลเนอร์เอาลูกจุดโทษไปจบเสมอที่วิลลา มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่สิ่งสำคัญก็คือการฝึกซ้อมของเขาล้วนๆ

“ถ้าคุณมองเขาไปในแววตาคู่นั้นตอนที่เขากำลังจะจบสกอร์ มันไม่มีความลังเลเจืออยู่เลย เขาเยือกเย็นพอที่จะยึดมั่นความมั่นใจเอาไว้ได้ ไม่มีใครสามารถทำให้เขาเสียสมาธิได้จริงๆ

“ผมเห็นเขาเอาแต่ฝึกซ้อม ระหว่างพักตอนซ้อมเขาก็ยังซ้อมอีก ทั้งหมดนั่นแหละทำให้เกิดเป็นผู้ชายที่ชื่อมิลเนอร์ผู้เยือกเย็นขึ้นมา เรื่องจุดโทษต้องไว้ใจคนนี้จริงๆ”