“เล่าข่าวหงส์” 4 ความเคลื่อนไหวของลิเวอร์พูลประจำวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 62

1.อนาคตของคลอปป์

คลอปป์ให้สัมภาษณ์ผ่าน Magenta TV เมื่อนักข่าวถามเขาว่า คุณเคยคิดบ้างไหมว่าจะรับงานในการเป็นโค้ชทีมชาติ

คลอปป์พูดว่า “ผมไม่สามารถตอบอะไรได้หรอกนะ เพราะวันนั้นมันยังไม่มาไม่ถึง และวันนี้ก็ยังไม่มีข้อเสนอยื่นมาให้พิจารณาอะไรทั้งนั้น จุดยืนชั่วโมงนี้ของผมก็คือ ผมโคตรมีความสุขกับสิ่งที่ผมกำลังทำ และนั่นคือเรื่องที่สำคัญที่สุดของผมด้วย

“อันที่จริงผมไม่สามารถพูดได้เต็มร้อยหรอกว่า มันจะเป็นผมที่จะไปแทนโค้ชของเยอรมันคนปัจจุบัน แต่ถ้าวันนั้นมาถึงและพวกเขาต้องการผมจริงๆ ผมจะพิจารณามันอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่ๆ”

ดูทรงแล้วบอสน่าจะไม่ต่อสัญญากับลิเวอร์พูลจริงๆ …

ดังนั้นในข่าวเดียวกันนี้ลิเวอร์พูลเอคโค่จึงได้แทรกบทสัมภาษณ์ของบอร์ดบริหารของหงส์แดงอย่างทอมแวร์เนอร์เกี่ยวกับ การต่อสัญญาของเยอร์เก็น คลอปป์เอาไว้ด้วย

ครั้งหนึ่งทอมแวร์เนอร์พูดถึงสัญญาของเยอร์เก็น คลอปป์เอาไว้ว่า

“ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะเท่าไหร่ มันเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเขากับสโมสร ที่สำคัญคุณก็รู้ดีว่าถ้ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงในตอนสุดท้าย คนที่จะเสียเครดิตคือคนที่พูดนั่นแหละ แต่ว่า…

“แต่ผมพูดได้แค่ว่า ครั้งหนึ่งเราเคยขยายสัญญาของเขาออกไปแล้ว สิ่งสำคัญมันขึ้นอยู่กับตัวเยอร์เก็นว่าเขาอยากทำงานกับเราต่อไปอีกนานแค่ไหน ลึกๆ แล้วเวลาผมมองเขาก็เห็นแต่เพียงความมุ่งกับลิเวอร์พูลเท่านั้น นั่นคือเรื่องที่ดีนะ”

บอร์ดบริหารของลิเวอร์พูลกล่าว…

2.แมทซ์กระชับใจ

เมื่อวานนี้มีการแข่งกระชับมิตรระหว่างทีมชาติบราซิลกับเซเนกัล

เป็นการปะทะกันของสองกองหน้าของลิเวอร์พูลอย่าง บ้อบบี้ เฟอร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

ผลปรากฏว่า สกอร์จบลงที่ 1 ประตูต่อ 1 บ้อบบี้ นักเตะลิเวอร์พูลหมายเลข 9 เป้นฝ่ายซัดขึ้นนำให้กับแซมบ้าก่อน จากนั้นในนาทีที่ 40 ซาดิโอ มาเน่ กระชากบอลเข้ากรอบเขตโทษระยะหวังผล จนผู้เล่นของบราซิลต้องเข้ามาสกัดจนกลายเป็นจุดโทษ และประตูตีเสมอก็เกิดขึ้นจากจังหวะดังกล่าว

เบอร์ 9 ซัดประตู เบอร์ 10 เรียกจุดโทษ (แม้ว่าจะอยู่กันคนละทีมก็ตาม)

จบเกมทั้งบ้อบบี้กับมาเน่กอดกันด้วยมิตรภาพจากสามประสาน สีแดงของลิเวอร์พูลไม่เคยจางไปจากใจของทั้งสองคน

3.นายยอเราหรือเปล่าโรดี้

โรดี้กองกลางของแมนซิตี้ที่ย้ายมาจากแอตแลนติโกมาดริดได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน ESPN เกี่ยวกับเกมแดงเดือดที่กำลังจะถึงนี้ว่า ทีมที่จะกรำชัยชนะไปในครั้งนี้คือลิเวอร์พูล !

(มันพูดจริงหรือโยนความกดดันหรืออะไรฟร้ะ ?)

“ผมไม่รู้ว่าวัฒนธรรมแดงเดือดมันรุนแรงแค่ไหน ผมพึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานนัก แต่ในความเป็นจริงของปัจจุบันก็คือ ลิเวอร์พูลคือสุดยอดทีม พวกเขาเป็นแชมป์ยุโรป พวกเขามีสิ่งต่างๆ มากมาย ผมว่าเขาเจ๋งที่สุดทั้งในอังกฤษแล้วก็ในยุโรปเลยด้วย”

(หรือเราจะคิดมากไปว่ามันกำลังโยนความกดดัน เพราะที่มันพูดมาก็ถูกต้องหมดเลย ใช่สิ ทีมตรูเจ๋งที่สุดในอังกฤษอยู่แล้วโว้ย / บ้ายอ)

4.คลอปป์กับซีอีโอดอทมุนส์

ในหนังสืออัตชีวประวัติของ Hans-Joachim Watzke (ซีอีโอของดอทมุนส์ที่คลอปป์เคยทำงานด้วย)

หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า รักแท้และชีวิตที่โบรุเซีย (Real love: A life with BVB)

มีอยู่ตอนนึงมีบทสัมภาษณ์ของเยอร์เก็น คลอปป์ ในปี 2017-18 ถึงซีอีโอของดอทมุนส์

บทสัมภาษณ์นั้นคลอปป์พูดว่า

“อยู่มาวันหนึ่งโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น ผมรับสายแล้วเสียงของชายคนนี้ก็พูดกับผมว่า ‘เยอร์เก็น คุณต้องกลับมาโบรุสเซียแล้วนะ’ ตอนนั้นผมหัวเราะและคิดแน่ๆ ว่าเขาต้องล้อผมเล่น

“ช่วงนี้คุณกินน้ำน้อยเกินไปจนไข้ขึ้นหรือไง ผมอยู่ลิเวอร์พุลมาสักพักแล้วนะ ผมตอบเขากลับไปแบบทีเล่นทีจริง”

จากนั้น Watzke ก็เขียนเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาโทรไปหาเยอร์เก็น คลอปป์ในครั้งนั้นว่า

“ผมรู้ว่าคลอปป์จะต้องปฏิเสธผมไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เพราะเขาดูมีความสุขมากๆ ที่ลิเวอร์พูล แต่ตอนนั้นผมต้องการการเปลี่ยนแปลงในดอทมุนส์จริงๆ และเขาคือตัวเลือกที่ดีที่สุด

“ในใจของผมรู้ดีกว่าใครว่า แม้มันจะต้องถูกปฏิเสธแต่…สุดท้ายสิ่งที่น่าเสียใจกว่าการโดนปฏิเสธคือ การไม่ได้โทรไปหาเยอร์เก็น ในครั้งนั้นแล้วลองดูสักตั้ง แม้ผลลัพธ์จะออกมาล้มเหลวก็ตาม แต่อย่างน้อยผมก้ยังได้ฟังความจริงจากใจของเขา ไม่ใช่ความมโนจากหัวของผม”

อรุณสวัสดิ์วันศุกร์ครับ

เลิฟหงส์แดง – รักคนอ่าน