13 บทสรุปเกมหงส์เปิดรังเอาชนะเลสเตอร์ซิตี้ 2-1

หนึ่ง – เกมที่ลิเวอร์พูลชนะเลสเตอร์ซิตี้ 2-1 ที่ผ่านมานี้ทำให้นักวิจัยฟุตบอลค้นพบว่า คุณสมบัติในการเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การยึดมั่นในปรัชญา ‘คุณจะไม่เดินอย่างเดียวดาย’ แต่คือ การที่คุณต้องไม่เป็นโรคหัวใจ-ความดัน ขณะเชียร์ลิเวอร์พูลต่างหาก !

สอง – รอดเจอร์นายยังรักเราอยู่ใช่ไหมเลยเตี้ยมกับนักเตะว่า ถ้าสกอร์ออกมาเสมอ จะทำเสียจุดโทษในนาทีสุดท้าย ?

สาม – ไม่หรอก นายไม่ได้รักเราขนาดนั้นเพราะสถิติหลังเกมที่ชี้ว่า การครองบอลของลิเวอร์พูลกับเลสเตอร์สูสีกันที่ 52 ต่อ 48 เปอร์เซ็น เห็นไหมนายตั้งใจมาเอาชัยชนะจากเราล้วนๆ

ขอบใจที่ไม่รักมากพอจะยอมมอบสามแต้มให้กันแบบง่ายๆ แต่กลับเคารพกันมากพอจะสู้แบบสุดกำลังทีมี !

สี่ – สถิติการครองบอลบ่งบอกได้ดีว่าเกมนี้คือเกมที่สูสีเกมหนึ่งและมันคือการต่อสู้ในแดนกลางล้วนๆ รอดเจอร์วางหมากเม็ดดิสัน นักเตะที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักกดดันนักเตะลิเวอร์พูล ส่วนคลอปป์ก็ไม่น้อยหน้า โควต้าเปลี่ยนนักเตะ 3 คน ตามกติกาฟุตบอล บอสเราใช้ถึง 2 เพื่อเปลี่ยนเอาตำแหน่งกองกลางลงมา

ห้า – น่าเสียดายที่เลสเตอร์ซิตี้ทำเกมในแดนกลางได้ดี แต่พวกเขาพ่ายแพ้ต่อ “สมรภูมิ-เวลา” ให้กับลิเวอร์พูลอย่างหมดรูป เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดใน 45 นาทีทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง มันอยู่ตรงที่ 5 นาทีแรกและ 5 นาทีสุดท้าย

ซึ่งลิเวอร์พูลทำทั้ง 2 ประตูได้ในสมรภูมิ-เวลานั้น ลูกแรกเกิดในนาทีที่ 40 ทำให้เลสเตอร์ซิตี้ต้องแบกรับความกดดันต่อใน 5 นาทีที่เหลือและสิบกว่านาทีในช่วงพัก ลูกที่สองเกิดขึ้นในนาทีที่ 90+5 จากจุดโทษของมิลเนอร์

ลูกนี้ไม่ใช่การสร้างความกดดัน เพราะมันไม่มีเวลาให้เล่นต่อแล้ว แต่การโดนจุดโทษในนาทีที่ 90+5 ทั้งๆ ที่สกอร์ยังเสมออยู่นั้น คือการมอบความสิ้นหวังให้ต่างหาก

ซึ่งเจมมิลเนอร์ไม่เคยพลาดในเรื่องนั้นเลยสักครั้ง !

หก – นั่นแหละคือสิ่งที่เกิดขึ้น การเสียประตูในช่วงที่สำคัญที่สุดคือจุดผิดพลาดเดียวของเลสเตอร์ซิตี้ในค่ำคืนที่ผ่านมา

เจ็ด – บ้านปัจจุบันที่เยอร์เก็น คลอปป์เช่าอยู่คือบ้านของเบรนดรัน รอดเจอร์ (สงสัยเหมือนกันนะว่า หลังจากจบเกมวันนี้ คลอปป์จะโดนขึ้นค่าเช่ารึเปล่า)

แปด –  อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ลิเวอร์พูลไม่แพ้หรือเสมอ 2-2 ในเกมนี้คือเซ็นเตอร์แบ็คระดับโลกอย่างเดยัน ลอฟเลน เขาได้คะแนนจากเว็ปไซต์ Whoscored (เว็ปไซต์สถิติหลังเกม) ที่ 7.5 ในขณะที่ฟานไดซ์ได้ 7.1

คะแนนนี้ไม่ได้ให้กันมั่วๆ นะครับ เพราะเกมนี้ ลอฟเลนเอาชนะลูกกลางอากาศได้มากสุดในเกม แถมยังเข้าปะทะคู่ต่อสู้สำเร็จถึง 2 ครั้ง ซึ่งฟานไดซ์เข้าปะทะสำเร็จแค่หนึ่งครั้ง ส่วนเอาชนะลูกกลางอากาศได้ 4 ครั้ง ตามหลังกองหลังระดับโลกด้วยทั้งหมด !

เก้า – แมนออฟเดอะแมทซ์เกมนี้เว็ปไซต์ Whoscored ยกให้กับซาดิโอ มาเน่ เพราะเขาลงเล่นครอบ 100 เกมในกับลิเวอร์พูลในวันนี้  แถม 15 เกมหลังสุดที่เขาลงเล่นในแอนฟิลด์ มาเน่ทำประตูไปแล้ว 17 ลูก และไม่เคยแพ้ใครใน 15 เกมเหล่านั้นด้วย

นอกจากนั้นแล้ว มาเน่ ยังเป็นนักเตะคนที่ 10 (เช่นเดียวกับหมายเลของเขา) ที่สามารถทำ 50 ประตูพรีเมียร์ลีคให้หงส์แดงอีกด้วย

สิบ – แม้สถิติจะมากมายแค่ไหน แต่มาเน่ก็ยังเป็นพระรองของเกมนี้ ! เพราะพระเอกของเกมนี้จริงๆ คือผู้ชายที่ชื่อ เจมส์ มิลเนอร์ ที่แบกรับความกดดันของแฟนหงส์หลายล้านคนทั่วโลกและจบจุดโทษในนาทีที่ 90+5 ในสำเร็จ

วินาทีนั้นมิลเนอร์แบกสถิติชนะรวด 8 เกมพรีเมียร์ลีคเอาไว้

วินาทีนั้นมิลเนอร์แบกความหวังสุดท้ายของเดอะค๊อปทั่วโลกเอาไว้ด้วย

หลังเกมการแข่งขัน มิลเนอร์ให้สัมภาษณ์ถึงการจบจุดโทษลูกนั้นเอาไว้ว่า

“ตอนนั้นมันมีช่วงเวลาให้ผมหยุดพักหายใจแค่สั้นๆ สิ่งที่ผมทำก็แค่ตั้งสมาธิกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า อันดับต่อมาก็คือพูดกับตัวเองว่า ผมจะยอมแพ้ตรงนี้หรือไปต่อให้ได้ สิ่งนี้คือสิ่งใหม่ในชีวิตผม เพราะปกติผมก็แค่คำนึงถึงการได้ประตูหรือไม่ได้เท่านั้น

“แก่นแท้ของเรื่องนี้ไม่ใช่อื่นใด มันคือการทำใจให้เยือกเย็นและมีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำเท่านั้นแหละ

“ผมดีใจนะที่เราคว้าชัยชนะมาได้ เพื่อนร่วมทีมทุกคนก็ดีใจเหมือนกับผม มันยากเสมอแหละถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ พวกเขาคือทีมที่ดีจริงๆ ครึ่งหลังเราดูเหนื่อยไปหน่อย แต่เราก็ค้นหาช่องทางไปสู่ชัยชนะได้อยู่ดี นั่นแหละคือตัวตนของพวกเราในโลกของลูกหนังกลมๆ”

สิบเอ็ด – มิลเนอร์อาจจะเป็นนักเตะที่มีอายุมากที่สุดในทีม ความฟิตของเขาอาจจะสู้เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ (จริงๆ สู้ได้นะ เคยมีผลทดสอบความฟิตปรากฏว่ามิลเนอร์ได้ที่หนึ่ง) แต่เรื่องความเก๋า ความเยือกเย็นไม่มีใครเกินรองกัปตันคนนี้ !

สิบสอง – ผมเขียนไปเล่นๆ ในเพจว่า สัญชาตญาณกองหน้าของโรเบิร์ตสันกำลังจะตื่นขึ้นหลังจากที่ทำประตูในเกมกับซัวบวร์กจากการจบสกอร์ด้วยลูกสูตร (คือเข้าฮอสจากลูกครอสบอล)

เขียนไปเล่นๆ แบบนั้นแต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นจริงซะแล้ว เพราะเกมนี้ร้อบโบ้มีโอกาสจบสกอร์ในกอรบเขตโทษกับเขาด้วยเหมือนกัน ! แถมเป็นบอลที่พุ่งเข้ากรอบด้วยนะ น่าเสียดายที่มันตรงตัวแคสเปอร์ ชไมเคิลไปหน่อย ต้องหัดการเล่นทิศทางอีกนิดนึงนะร้อบโบ้

สิบสาม – สุดท้าย แอนฟิลด์ก็ยังคงเป็นแอนฟิลด์อยู่เสมอ สนามแห่งนี้มีทีมที่แพ้ได้อยู่ทีมเดียวนั้นก็คือทีมเยือน…

จบ

เลิฟหงส์แดง

รักคนอ่านนะจ้ะ