13 บทสรุปเกมหงส์เยือนดาบชนะแบบหืดจับ 1-0

หนึ่ง – คนที่ดูเกมลิเวอร์พูลชนะเชฟฟิลด์ 1 ประตูต่อ 0 จบ แล้วไม่ขอยาความดันจากหมอ มีอยู่สองประเภท ประเภทแรก เป็นแฟนบอลทีม ประเภทที่สอง เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลที่สลบไม่ได้สติแล้ว กำลังนอนซมอยู่โรงพยาบาล (ฮา)

สอง – เกมวันนี้เหมือนไม่ใช่ลิเวอร์พูลที่เรารู้จักเท่าไหร่ โมซาลาห์ หลุดเดี่ยวเข้าไปกดเน้นๆ ถูกผู้รักษาประตูดาวรุ่งทีมตรงข้ามปัดได้ มาเน่หลุดเดี่ยวเข้าไปใครๆ ก็พูดว่าต้องเป็นประตูแน่ๆ แต่พ่อณเดชเราทำบอลพุ่งออกไปแบบไม่น่าเป็นไปได้

มากไปกว่านั้น ฟุตบอลในแดนกลางของหงส์แดงแทบขึ้นเกมรุกไม่ได้เลย

คริส ไวเดอร์ ผู้จัดการทีมของเชฟยูให้สัมภาษณ์เอาไว้ก่อนเกมการแข่งขันว่า “ผมไม่อยากให้ผู้เล่นของผมลงไปในสนามแล้วมีจุดประสงค์เพียงเพื่อต้องการแลกเสื้อกับนักเตะลิเวอร์พูลเท่านั้น แต่เราจะลงไปเพื่อโจมตีพวกเขาต่างหาก”

นั่นเองจึงเป็นที่มาของการเพรสซิ่งแบบทำลายจังหวะพร้อมเข้าบอลหนักของนักเตะจากเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

นั่นเองจึงเป็นที่มาของการจบสกอร์ตรงกรอบของลิเวอร์พูลในครึ่งแรกที่มีเพียง 0 ประตู

สาม –  แผนการเล่นแบบทำลายจังหวะฟุตบอลและการเล่นเกมรับในแดนแบบเหนียวแน่น (ที่ไม่ใช่รถบัส)ของเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด เป็นแทคติคที่ลิเวอร์พูลไม่เคยเจอมาก่อน ดังนั้นโอกาสในการเพลี่ยงพร้ำในเกมวันนี้จึงมีสูงมาก

(เหมือนกับที่แมนเชสเตอร์ซิตี้ ไม่เคยเจอแทคติดการเล่นแบบลิงชิงบอลของ นอริช ซิตี้ มาก่อน ก็เลยแพ้ไป)

แต่คนอย่างคลอปป์ไม่เคยจำนนต่อคำว่ายอมแพ้ ! และเขาไม่ได้มาเกมนี้เพื่อแบ่งแต้มหรือพกแห้วกลับรัง ดังนั้นในนาทีที่ 63 เราจึงเห็นคลอปป์ส่งดิวอก โอริกี้ ลงไปในสนามแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

คลอปป์ถอดกองกลางออกหนึ่ง และเติมกองหน้าเข้าไปเพิ่มเป็นสี่ !

(สังเกตุกราฟความร้อนฝั่งเชฟยู (ซ้าย) จะเห็นว่าสีแดงไม่ได้ขึ้นตรงหน้ากรอบเขตโทษเลย ถ้าเป็นเกมรถบัสจะต้องขึ้นเพราะผู้เล่นกระจุกอยู่ร่วมกันมาก แต่ความร้อนของเชฟยูกระจายไปทั่วแดน เป็นเกมรับในแดน เกมรับรูปแบบใหม่ที่หงส์ยังไม่เคยเจอครับ)

สี่ – นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นการกระทำที่มือเติบเกินไป เพราะลิเวอร์พูลในเวลานั้นโดนจังหวะเคาท์เตอร์ของเชฟฟิลด์อย่างหนักหน่วงมาก สิ่งที่คลอปป์ควรจะทำก็คือส่งกองกลางเข้าไปเพิ่มเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นการชนะในแดนกลางมากกว่า

ห้า – เจ็ดนาทีต่อมาหลังจากนั้น ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูขึ้นนำ ! จากการมีแนวรุก 4 คนที่คอยป่วนเกมรับของเชฟฟิลด์ และการขาดประสบการณ์ของผู้รักษาประตูดาวรุ่งของคู่ต่อสู้

เชฟฟิลด์ยูไนเต็ดสิ้นศรัทธาในพลังของตัวเองหลังการวินาทีนั้น เกมเคาท์เตอร์ที่เคยดุดันของพวกเขาก็หมดฤทธิ์ไปโดยปริยาย พวกเขาใส่ทั้งหมดไปกับการยันเสมอ 0-0 แล้ว

หก – นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าคุณเล่นไม่ดี อย่าพึ่งยอมแพ้นะ เพราะบางครั้งโชคก็อยู่ข้างคุณด้วยเหมือนกัน

เจ็ด – นักข่าวถามคลอปป์หลังเกมว่าทำไมถึงเปลี่ยนเฮนเดอร์สันออก เพราะเขาโดนน็อคไปหลายทีใช่ไหม คลอปป์ตอบว่า

“เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะตอนนั้นผมอยากใส่โอริกี้เข้าไปป่วนในเกมรุก แล้วช้อยที่จะเปลี่ยนออกมีอยู่สองคนคือ เฮนเดอร์สันกับจินี่ ผมแค่อยากใส่แนวรุกเข้าไปเพิ่ม

“โชคดีที่ผมเลือกถูกคน ขอบคุณพระเจ้าเพราะหลังจากนั้นไม่นานคนที่ผมไม่ได้ดึงออก เขาก็ทำประตูได้ และที่สำคัญการส่งโอริกี้เข้าไปในเกมก็สร้างอิมแพคต่อเกมได้อย่างที่คิด โดยเฉพาะจังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับผู้เล่นฝั่งตรงข้าม อ่านี่แหละเหตุผลที่ผมเปลี่ยนพวกเขา”

แปด – อาเดรียนวันนี้นายเป็นอะไร บุฟฟ่อน โอลิเวอร์คาน เบคเกอร์ เข้าสิงหรืออะไร ทำไมถึงกระโดดเซฟดีวันดีคืบแบบนี้ แถมยังเก็บคลีนชีทได้แล้วเป็นเกมที่ 2 (น้ำตาจะไหล)

เก้า – มาเน่ เป็นคนที่เปราะบางจริงๆ ความผิดพลาดในการทำประตูทั้งสองครั้งของเขาในวันนั้น ถ้ามีใครสักเกตุสีหน้าของณเดชก็จะเห็นว่า ความรู้สึกสูญเสียความมั่นใจปรากฏอยู่บนนั้นอย่างเด่นชัด

แต่ไม่เป็นไรยังมีแฟนบอลที่คอยสนับสนุนนายเสมอไม่ว่าจะทำพลาดอะไรไป YNWA

(แต่อย่าพลาดเยอะนะโว้ย ความดันขึ้น)

สิบ – ระยะเวลาระหว่างครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะเชฟฟิลด์ในบรามอน เลนได้ กับชัยชนะในปัจจุบันนั้นมีระยะห่างกันถึง 29 ปี

สิบเอ็ด – ดังนั้นก่อนเกมการแข่งขันจึงมีแต่คนพูดถึงสถิติไร้พ่ายของเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดที่ไม่เคยแพ้ลิเวอร์พูลเลยหากได้ลงเล่นในบ้านของพวกเขา

แต่สงสัยจะลืมไปว่าลิเวอร์พูลชุดนี้ทำลายความเป็นไปไม่ได้และสถิติมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น เอาชนะบาเซโลนา แบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เป็นแชมป์ยุโรปโดยที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยได้แชมป์ใดๆ แล้วทำไมการเอาชนะสนามที่ประวัติศาสตร์ตลอด 29 ปีไม่สามารถทำได้ ทำไมมันจะเป็นไปไม่ได้ หืม ?

สิบสอง – นักข่าวถามคลอปป์ว่า คุณรู้สึกยังไงกับชัยชนะแบบ “Ugly win” (แปลเป็นไทยว่า ชนะแบบไม่ควรชนะ) คลอปป์ตอบกลับไปว่า “เออ มันก็ใช่แบบนั้นแหละ พวกคุณพูดถูกแล้ว เราเริ่มต้นเกมได้ดีนะ แต่หลังจากนั้นก็เหลวไม่เป็นท่า เราเหยียบคันเร่งในทางโค้ง แล้วผ่อนในทางตรง ทุกอย่างมันผิดไปหมด เราเปิดบอลในมุมสวยๆ ไม่ได้เลยสักครั้ง แต่สุดท้ายมันก็ยังเป็นเกมของเรา

“มันยากนะกับเกมแบบนี้ แต่ผมรู้สึกเคารพเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดจากใจจริง พวกเขาสร้างเกมได้โดดเด่น และทำมันได้ตลอดทั้ง 95 นาที แต่ก็อย่างที่พวกคุณเห็นนั่นแหละ เรามีโชคอยู่ในบางจังหวะแบบพอดิบพอดี

“แม้มันจะไม่ใช่โอกาสเหน่งๆ ของเรา แต่มันก็คือความโชคร้ายของพวกเขา ดังนั้นถ้าสกอร์มันออกมาเป็น 0ประตูต่อ 0 ผมจะพูดกับคุณตรงนี้เลยว่า พวกเขาคู่ควรกับผลการแข่งขันแบบนั้น และพวกเราด้วยเหมือนกัน แต่ความเป็นจริงก็คือ เราชนะและคว้าสามแต้มมาได้ มันทำให้ผมมีความสุขด้วยความสัตย์จริง”

สิบสาม – คงต้องถามลิเวอร์พูลรุ่นเก๋าแล้วละครับว่า ความรู้สึกของการชนะรวดติดต่อกันหลายๆ เกมในวานวันนั้น เหมือนกับการชนะติดต่อกัน 7 เกมในวานวันนี้หรือเปล่า ?

You will never win alone คุณจะไม่ชนะอย่างเดียวดายครับ