“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวของลิเวอร์พูลประจำวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 62

1.กำลังใจดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ไอ้หนู Kelleher หรือผู้รักษาประตูดาวรุ่งของลิเวอร์พูลที่เก็บคลีนชีทในเกมกับ เอมเค ดอนส์ มาได้ ให้สัมภาษณ์ผ่านลิเวอร์พูลเอคโค่ว่า ก่อนเกมการแข่งขันเขาได้รับคำแนะนำจากอลีสซง เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูสามถุงมือทองคำ

Kelleher   กล่าวว่า “ก่อนเกมผมได้คุยกับเขาที่เมลวู้ด เขาขอให้โชคทุกอย่างบัลดาลพรให้ผม สำหรับผมเขาเป็นคนที่เจ๋งมาก เขาบอกกับผมว่า เขาจะคอยดูผมอยู่นอกสนามและไม่ต้องห่วง ‘ฉันเชียร์แกอยู่แน่ๆ’ เขาพูดแบบนั้นนั่นแหละ

“หลังจากนั้นค่ำคืนที่ผมไม่อยากเชื่อก็เริ่มต้นขึ้น ผมได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ผมไม่สามารถอธิบายค่ำคืนที่ผ่านมานี้ได้ มันก็แค่ ผมได้เป็นตัวจริงให้กับลิเวอร์พูลแล้ว มันเป็นไปแล้วจริงๆ

“สิ่งที่อลีสซงบอกกับผม มันทำให้ผมก้าวไปข้างหน้าได้ มันทำให้ผมมีสมาธิอยู่กับเกม

“ฟังดูเวอร์ไปหน่อย แต่สำหรับคนที่ลงเป็นตัวจริงนัดแรกต้องแบกรับความกดดันมากมายเลยนะ ผู้รักษาประตูจะต้องรักษาความมั่นใจเอาไว้ตลอดทั้งเกมให้ได้ด้วยนั่นแหละคือสิ่งที่มันเป็นละ”

เอ็งทำดีแล้วไอ้หนู  เก็บคลีนชีทได้ตั้งแต่ตัวจริงเกมแรกก็เก่งไม่เบาแล้ว

2.อยู่คลอปป์เอ็งไม่เล่นงี้วะ

ลาซาร์ มาโครวิช (หรือฉายาพี่ตั้ก) อดีตนักเตะของลิเวอร์พูลที่ปัจจุบันย้ายไปประจำอยู่กับสโมสรปาร์ติซาน เบลเกรด (ลีกเซอร์เบีย) ได้ระเบิดฟอร์มเดือดอีกครั้งพาทีมขย้ำคู่ต่อสู้เอาชนะ 2 ประตูต่อ 0

โดยทั้งสองประตูที่เกิดขึ้น เป็นการจบสกอร์จากเท้าของลาซาร์ มาโครวิช ด้วยกันทั้งสิ้น

เท่านั้นยังไม่พอ มีจังหวะหนึ่งในเกมที่พี่ตั้กทำเด็กหงส์ (อย่างผม) กุมขมับโคตรเสียดายพรสวรรค์อันแสนวิเศษของเฮียคนนี้ เอาเป็นว่าไม่รู้จะอธิบายยังไง ไปดูในวีดีโอเลยก็แล้วกัน !

อยู่กับคลอปป์เอ็งไม่เล่นงี้อะ… ปัดโธ่เอ้ย

3.เบิร์ดคำสิเว้า

Diouf   อดีตนักเตะของลิเวอร์พูล ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางเว็ปไซต์ 4-4-2 ว่า การพ่ายแพ้ต่อแมนซิตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้จะนำสูงกว่า 7 แต้มของหงส์แดง ยังคงเป็นสิ่งที่คั่งค้างอยู่ในใจของนักเตะชุดนี้

“ผมจำได้ว่ามีแต้มห่างกันถึง 7 คะแนนในช่วงคริสมาสต์ แต่สุดท้ายแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็เป็นฝ่ายคว้าชัยไปในที่สุด ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่นักเตะหงส์แดงชุดนี้ยังคงเก็บจดจำได้ไม่มีวันลืม

“ถ้าคุณพ่ายแพ้เพียงแค่นัดเดียวตลอดทั้งฤดูกาล มันแน่นอนอยู่แล้วว่า ใครๆ ก็ต้องเชื่อว่าคุณน่ะเป็นแชมป์ลีคในปีนั้นแน่ แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น ดังนั้นมันจึงยากสำหรับผมมากๆ ที่ต้องคิดว่าฤดูกาลนี้กับฤดูกาลที่ผ่านมาจะมีการขับเคี่ยวที่คล้ายกัน

“แมนเชสเตอร์ซิตี้อาจจะเป็นทีมเดียวที่สกัดลิเวอร์พูลเอาไว้อีกครั้งก็ได้”

“ได้โปรดอย่าเข้าใจผิด ตอนนี้ผมเชื่ออย่างหมดหัวใจว่า ลิเวอร์พูลมีทุกอย่างที่พรั่งพร้อมจะต่อกรกับทุกทีมบนโลกใบนี้ได้ ผมสนิทกับซาดิโอ มาเน่ พอสมควรและเขาก็บอกกับผม แต่สิ่งที่ผมพูดมันก็คือทัศนะจากอดีตนักบอลคนหนึ่งที่มองจากมุมภายนอกเท่านั้นเอง

“ตอนนั้นที่ผมเลือกย้ายไปลิเวอร์พูล มีทั้งมาดริดและบาเซโลน่าเลยนะที่ยื่นข้อเสนอมาให้กับผม แต่ผมก็แค่อยากย้ายไปลิเวอร์พูล ก่อนที่สุดท้ายมันจะกลายเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผม”

4.แก่นแท้ของการซื้อนักเตะ

ปีเตอร์ มัว บอร์ดบริหารระดับสูงของลิเวอร์พูลออกมาพูดถึงสถานการณ์การซื้อขายนักเตะระดับเวิร์ล – คลาส ของทีมเอาไว้ว่า

“ตอนนี้ทีมเรามีการใช้ทั้งฟุตบอลดาต้าและการสเกาซ์แบบคลาสสิคเพื่อเลือกนักเตะคนหนึ่ง (แน่นอนว่าฟุตบอลดาต้าที่เขาหมายถึงย่อมหนีไม่พ้น เอียน แกรแฮม)

“พวกเรามีทีมของเอียน แกรแฮม แล้วก็ทีมของ Conall Murtagh ซึ่งเป็นการผสมกันระหว่างฟุตบอลข้อมูลกับการใช้จิตวิทยาเกาซ์นักเตะคนหนึ่งออกมา เพื่อที่ว่านักเตะที่เราซื้อมานั้นจะเป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยศักยภาพและมีทัศนคติที่ดีในห้องแต่งตัว

“การเป็นนักฟุตบอลที่ดีนั้นยังไม่เพียงพอต่อเรา พวกเขาต้องเป็นมีหัวใจของมนุษย์ที่ดีด้วย ตอนนี้ถ้าคุณมองไปในสนามคุณจะพบกับคนเหล่านั้นแทบทั้งหมด

“นั่นคือสิ่งที่บอร์ดบริหารอย่างเราทำ คือการเสาะหาแก่นแท้ของฟุตบอลทั้งยุคคลาสสิคและยุคโมเดิร์น”

การคัดเลือกนิสัยใจคอของนักเตะเข้าทีม ทำให้ผมนึกถึงการคัดเลือกพนักงานของบางบริษัทที่ใช้วิธีการดูโหงวเฮ้งก่อนรับเข้าทำงานเลยแฮะ

5.เรารักโซลชา

ข่าวนี้ไม่เกี่ยวกับลิเวอร์พูล แต่อดพูดถึงไม่ได้

เมื่อคืนนี้ทุกสื่อในโลกฟุตบอลลงเรื่องนี้เหมือนกันหมด เมื่อ เจ้เวนเกอร์ ออกมาให้สัมภาษณ์แบบมีนัยสำคัญว่าตัวเขาต้องการเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แทนโอเล กุนนาโซลชา ที่มีกระแสใกล้โดนปลดเต็มที

เจ้เวนเกอร์พูดว่า

“แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คือทีมในฝันของผู้จัดการทีมทุกคนอยู่แล้ว อย่างน้อยที่สุดในความคิดของผมก็ต้องเป็นผู้จัดการทีมที่กำลังว่างงานและมีความมั่นใจพอสมควร

“ในสายตาของผม ด้วยนักเตะตัวจริงของพวกเขา ผมเห็นความเป็นไปได้มากมายที่จะเกิดขึ้น พวกเขาไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนเห็น (แต่เป็นมากกว่านั้น-อันนี้ผมเขียนเอง ฮ่าๆ)

“พวกเขาสะเปะสะปะก็จริงอยู่ แต่ที่พวกเขาต้องการมันก็แค่การโค้ชและกาตพัฒนาไม่ใช่เหรอ ซึ่งผมว่าผมทำได้นะ แล้วก็อย่างที่ผมบอกไปแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคือสถานที่ในฝันของโค้ชทุกคน ซึ่งมีความมั่นใจและว่างงานอยู่ขณะนี้ นั่นก็หมายถึงใครอื่นได้อีกละ นอกจากผม”

ใครมีช่องทางการติดต่อเจ้เวนเกอร์ช่วยฝากข้อความของผมไปบอกแกหน่อยนะครับว่า ‘อย่าเอาชื่อเสียงที่เคยสร้างมาไปเสี่ยงเลย’ (5555555)