ทำไมเอลเลียตจึงกลายเป็นอาวุธชิ้นใหม่ของหงส์แดงในอนาคต ?

โลกฟุตบอลก็เหมือนกับโลกความเป็นจริงตรงที่ อนาคตของวันข้างหน้าต้องฝากเอาไว้ที่คนรุ่นใหม่เสมอ

เอ็มบัปเป้เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีสำหรับเรื่องนี้

บริวสเตอร์ วิลสัน และ ฮาวีย์ เอลเลียตกำลังจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วยเหมือนกัน

ฮาวีย์ เอลเลียตไม่ใช่พึ่งจรัสแสงของตัวเองออกมา เด็กคนนี้มันมีของที่รอวันปล่อยมานานแล้ว หากย้อนกลับไปเมื่อตลาดซื้อขายที่ผ่านมานี้ คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ไม่ใช่แค่ลิเวอร์พูลเท่านั้นที่สนใจคว้าตัวเอลเลียต แต่ยังรวมถึง ปารีส-แซงแมงต์ เรอัล มาริด รวมถึงบาเซโลน่าต่างก็ตามรุมจีบไอ้เด็กคนนี้ไม่ขาดสาย

(แต่เด็กมันอยู่เป็นตาถึงเลือกมาอยู่กับแชมป์ยุโรปภายใต้การทำงานของโค้ชที่ผลักดันนักเตะเก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกอย่างคลอปป์)

ความจริง แค่สเกาซ์จากทีมใหญ่อย่าง ปารีส มาดริด บาเซโลน่า ก็น่าจะยืนยันถึงความเด็ดดวงของไอ้เด็กคนนี้ได้แล้ว แต่จังหวะฟุตบอลของเอลเลียตในค่ำคืนที่ผ่านมากลับยืนยันได้หนักแน่นกว่า

จ่าย เข้าบอล เลี้ยง จบสกอร์ ทั้งหมดที่กล่าวมาไอ้หนูเอลเลียตทำได้โดดเด่นไม่แพ้ใคร แม้ตัวเองจะมีอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเอลเลียตจะกลายเป็นอาวุธชิ้นใหม่ของหงส์แดงได้ในอนาคต นี่ไม่ใช่ผมเขียนขึ้นเองแบบมั่วๆ นะครับ เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการฟุตบอลเขากล่าวเอาไว้ต่างหาก ไม่เชื่อลองอ่านบรรทัดถัดไปได้เล้ย

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางของลิเวอร์พูล ซึ่งเคยไปอยู่ฟูมแล่ม(ทีมเก่าของเอลเลียต) ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับดีลของเอลเลียตเอาไว้ว่า นี่จะเป็นดีลที่สมบูรณ์แบบที่สุดของลิเวอร์พูลในอนาคต

บทสัมภาษณ์นี้เผยแพร่ผ่านเว็ปไซต์talksport ซึ่งลิเวอร์พูลเอคโค่เอามาเผยแพร่อีกที โดยมีใจความดังนี้ครับ

“มันอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จในซัมเมอร์นี้ทันทีหรอกนะครับ” เมอร์ฟี่กล่าว “แต่ในสองฤดูกาลถัดไป (เอลเลียตอายุ 18 ปี) ผมเชื่อเหลือเกินว่าเขาจะกลายเป็นหนึ่งในคนที่สามารถแทรกตัวขึ้นมาอยู่กับผู้เล่นตัวจริงได้

“ผมสเกาซ์มาแล้ว เขาเป็นเด็กคนหนึ่งที่พาตัวเองไปกับบอลได้ดี ทั้งดุดันและหนักแน่น เท่านั้นยังไม่พอเขายังสามารถลงเล่นในตำแหน่งสามประสานได้อีกเหมือนกัน ผมคิดว่าเด็กคนนี้สามารถกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ในอนาคตได้เลยนะครับ ถ้าเขาสามารถพบโค้ชคนที่ถูกจริตกับเขาจริงๆได้”

และดูเหมือนว่าเยอร์เก็น คลอปป์จะเป็นโค้ชคนั้นเสียด้วยครับ

เพราะที่จริงแล้ว เอลเลียตสมัยอยู่กับฟูแล่มนั้นเขาลงเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกหรือเพลย์เมคเกอร์ แต่ความโดดเด่นในค่ำคืนที่ผ่านมา มันคือการโดดเด่นจากตำแห่งแนวรุกทางปีกขวา (หรือตำแหน่งเดียวกับที่โมซาลาห์ประจำการ)

เยอร์เก็น คลอปป์จับไอ้หนูคนนี้ไปยืนตำแหน่งใหม่ ที่จรัสแสงได้เด่นชัดกว่า คลอปป์ให้สัมภาษณ์หลังเกมถึงไอ้เด็กหัวจุกคนนี้เอาไว้ว่า

“สำหรับเด็กอายุ 16 ปี นี้คือสิ่งมหัศจรรย์ ผมโชคดีจริงๆ ที่คว้าเขามาได้ แต่เขายังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ ค่ำคืนที่ผ่านมาเขาคือนักเตะที่โดดเด่นมากคนหนึ่ง ทั้งเกมรับ การเคลื่อนไหวหรือการวิเคราะห์เกมต่างๆ ผมชอบนะ ผมชอบเท้าซ้ายเขาจริงๆ เขาเกือบได้สกอร์แล้วตั้งสองรอบ แต่โชคไม่ดีเท่านั้น

“บ้าจริง ผมไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้วนอกเสียจากว่า เขาคือนักเตะที่โคตรดี ดาวรุ่งของผมทุกคนดีงามพระรามแปดจริงๆ นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมส่งพวกเขาลงสนามไปในเกมที่ผ่านมา และในอนาคตต่อๆ ไปด้วยเหมือนกัน”

ไม่ใช่แค่เยอร์เก็น คลอปป์แต่มือขวาของคลอปป์อย่างเป๊ปลินเดอร์ก็ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มอันโดดเด่นของเอลเลียตเอาไว้ด้วยเหมือนกัน

เขากล่าวเอาไว้ก่อนเกมการแข่งขันกับ เอมเค ดอนส์ ว่า

“เอลเลียตเขามีอายุ 16 ปีก็จริง แต่ทักษะการเล่นฟุตบอลของเขาเหมือนคนอายุ 28 29 มากกว่าผมว่าเขาไม่ได้โชคดีหรอกนะที่ได้เข้ามาอยู่กับทีมของเรา แต่เราต่างหากที่โชคพอจะคว้าตัวเขามาไว้ในครอบครองได้”

นอกจากผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการฟุตบอลให้การยอมรับไอ้หนูเอเลียตแล้ว คุณผู้อ่านยังทราบหรือไม่ว่าความจริงแล้ว ไอ้เด็กคนนี้มันแอบเป็นแฟนฟุตบอลของลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ยังกระเตาะกระแตะเลยด้วย

เพราะมีคนไปพบบัญชีทวิตเตอร์เก่าของไอ้หนูเอลเลียตที่เลิกเผยแพร่ไปแล้ว แต่มันคือบัญชีสมัยเด็กของเขา ปรากปรากฏภาพที่เขาเข้ามาเดินทัวแอนฟิลด์อยู่ในบัญชีทวิตเตอร์นั้น

หรือนี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กคนนี้ย้ายมาลิเวอร์พูลกันนะ ? (อิอิ)

สังเกตุวันที่บัญชีของฮาวี่ย์โพสต์ดูครับ จะรู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 หรือ 5 ปีผ่านมาแล้ว ดังนั้นจึงหมายความว่าฟันเฟื่องเครื่องจักรสีแดงภายในใจของเอลเลียตได้ทำงานอยู่ในนั้นตั้งแต่เขามีอายุ 11 ปีแล้ว

ทีมใหญ่ๆ บนโลกนี้ฝากความสำเร็จเอาไว้กับดาวดังซื้อเข้าทีมเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง แต่ทีมที่แข็งแกร่งด้วยความคลาสสิคจริงๆ นั้นมักจะสร้างความสำเร็จโดยการปั้นเด็กภายใต้อาณัติขึ้นมาให้ยิ่งใหญ่

เพราะนอกจากจะเป็นการพิสูจน์ว่า ฟุตบอลในเมืองของคุณเจ๋งจริงแล้ว มันยังคงเป็นการปลูกต้นรักสโมสรให้กับเด็กๆ เหล่านั้นในวันเติบใหญ่อีกด้วย

บริวสเตอร์ วิลสันและเอลเลียตกำลังจะกลายเป็นข้อพิสูจน์ที่ว่านั่น