5 ข่าวก่อนเกมเครื่องจักรสีแดงบุกเยือนแดนสิงโตน้ำเงินคราม

1.ก่อนเกมกับคลอปป์

เชลซีในยุคของแลมพาร์ดมีเสน่ห์มาก เพราะเป็นการผสมทีมระหว่างนักเตะตัวเก๋า กองเต้ – วิลเลี่ยม กับดาวรุ่งมากมาย

ผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูลอย่างคลอปป์ก็ยังให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้เอาไว้ว่า การได้เห็นเชลซีในวันนี้ทำให้ผมย้อนกลับไปนึกถึงดอทมุนส์ในยุคของผมจริงๆ

“พวกเขาคือทีมที่เต็มไปด้วยสีสัน มันทำให้ผมนึกถึงความทรงจำเล็กๆ เกี่ยวกับดอทมุนส์ในช่วงที่ผมเป็นผู้จัดการจริงๆ ตอนนั้นทีมของผมเต็มไปด้วยดาวรุ่งมากมาย บางทีนะอาจจะเด็กกว่าดาวรุ่งของเชลซีในวันนี้เสียอีก”

“คนส่วนใหญ่เอาแต่พูดว่าพวกเขาเด็กอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เหตุผลที่พวกเขาได้ลงเล่นในสนามเพียงหนึ่งเดียวก็คือ พวกเขาดีพอจะได้เล่น มันไม่เกี่ยวกับอายุหรืออะไรหรอกนะ”

“เพราะอันที่จริง ความหมายของการเป็นดาวรุ่งก็คือ เราไม่มีข้อมูลของพวกเขามากพอจะวิเคราะห์ได้ว่า จุดอ่อนของพวกเขาอยู่ตรงไหน

“พวกเขามีอาวุธคือความสดใหม่ เด็กเหล่านั้นจะวิ่งไปทั่วทั้งสนาม อืมม์ จะว่าไป แรมมี่ อับบราฮัมในช่วงนี้ก็ร้อนแรงใช่เล่นนะ เขาอยู่ในช่วงที่กำลังมั่นใจ ทำประตูได้เหมือนเครื่องจักร ที่สำคัญการได้พลูลิซิซไปประจำทีมนั้น ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เลย ผมเองก็อยากรู้เต็มที่แล้วว่าพวกเขาจะสร้างฟุตบอลแบบไหนออกมาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกเรา”

2.สถิติก่อนเกม

คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ครับว่า เชลซีกับลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เสมอกันบ่อยมาก ในห้าเกมหลังสุด พวกเขาเสมอกันถึง 3 เกม และผลัดกันแพ้-ชนะกันคนละหนึ่งเกม รวมเป็น 5 เกมพอดี

ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา มีอยู๋เพียง 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถสยบเชลซีได้นั่นคือ แมนยูไนเต็ด ในเกมแรกของพรีเมียร์ลีค และลิเวอร์พูลในเกมนัดชิงยูฟ่าซูเปอร์คัพ

หงส์แดงกับสิงโตน้ำเงินเจอกันในพรีเมียร์ลีคไปแล้วทั้งสิ้น 54 ครั้ง ตลกดีที่ทั้งคู่สามารถเก็บชัยชนะไปได้เท่าๆ กัน นั่คือ 20 เกม เป็นชัยชนะที่ได้จากการเล่นในบ้าน 14 แมทซ์ และเป็นชัยชนะนอกบ้าน 6 แมทซ์

ลิเวอร์พูลในเวลานี้คือทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครติดต่อกันในพรีเมียร์ลีคมาแล้ว 44 เกม แบ่งเป็นการเสมอ 7 นัด และชนะถึง 36 นัด (ทีมที่แพ้ล่าสุดคือแมนเชสเตอรืซิตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว)

ศึกครั้งนี้คือการดวลกันระหว่างผู้รักษาประตูค่าตัวสถิติโลกอย่างเกปา อลิสซาบารากา กับ ผู้รักษาประตูไร้ค่าตัวอย่างอาเดรียน อีกครั้ง อาเดรียนกำลังมองหาคลีนชีทที่สองของเขาในสีเสื้อหงส์แดง ในขณะที่ผู้รักษาประตูค่าตัวสถิติโลกยังเก็บคลีนชีทในพรีเมียร์ลีคไม่ได้เลยสักเกม

เกมการแข่งขันในวันนี้ไม่ว่าลิเวอร์พูลจะ แพ้ เสมอ หรือ ชนะ พวกเขาก็ยังคงอันดับ 1 เอาไว้ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง ทำยังไงก็ไม่ขยั้บบบบ

3.อัพเดทอาการบาดเจ็บ

คลอปป์ให้สัมภาษณ์ถึงนักเตะบาดเจ็บทั้งหลายที่ประกอบไปด้วย โอริกี้ เอาไว้ว่า

“อาการของดิวอกเราจะต้องจับตาดูไปแบบวันต่อวัน เราต้องคอยดูว่าเขารับมือกับความเจ็บปวดได้ดีแค่ไหน หรืออาการต่างๆ พวกนั้น แต่วันนี้ทีมแพทย์ยังไม่ได้อัพเดทเรื่องของเขาให้ผมฟังเลย

“โอริกี้อาจจะฟิตทันเกมกับเชลซีก็ได้นะ แต่ทำไมผมต้องทรมานนักเตะขนาดนั้นด้วย”

ในขณะที่ นาบี เกอิต้า สามารถกลับมาฝึกซ้อมแบบเต็มรูปแบบที่เมลวู้ดได้แล้ว ส่วนอลีสซง เบคเกอร์ มีอาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่นาธาเนียล ไคล์นก็ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่เช่นเคย

4.โชคร้ายหน่อยนะแลมพาร์ด

แลมพาร์ดโชคไม่ดีตรงที่ เขาต้องเผชิญหน้ากับลิเวอร์พูลในชุดที่กำลังต้องการชัยชนะจากก้นบึ้งของหัวใจ เพราะตามมาตรฐานของบิ๊กทีมแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาพ่ายแพ้ เกมถัดไปจะต้องรีบกู้คืนโมเมนตัมโดยการกลับมาชนะให้ได้ไวที่สุด

การพ่ายแพ้นาโปลีในเกมแชมป์เปียนลีคเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาของหงส์แดง ส่งผลให้เกมกับเชลซีในคืนวันอาทิตย์ที่กำลังจะมาถึงนี้เดือดยิ่งกว่าน้ำร้อน 100 องศา

ลิเวอร์พูลไม่ได้ต้องการกลับมาคว้าชัยชนะในฐานะทีมใหญ่ แต่พวกเขาต้องการกลับมาคว้าชัยชนะด้วยศักดิ์ศรีของแชมป์ยุโรปและความมุ่งมั่นในการคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีคในซีซั่นนี้มากกว่า

ดังนั้นโมเมนต์ตัมของลิเวอร์พูลในค่ำคืนนี้จึงเต็มไปด้วยความกระหายที่จะคว้าชัยชนะเพื่อเรียกความมั่นใจให้กลับมาสถิตอยู่กับบัลลังก์จ่าฝูงอีกครั้งหนึ่ง

ปัญหาประการเดียวของหงส์แดงในเกมวันนี้ก็คือ เกมในแชมป์เปียนลีคเชลซีก็ปราชัยต่อคู่ต่อสู้มาเหมือนกัน สำคัญไปกว่านั้นศึกการแข่งขันครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่แสมป์ฟอร์ด บริดจ์ ถ้ำของสิงโตน้ำเงินครามนั้นเอง

แต่หารู้ไม่ว่ากรรมการผู้ตัดสินในเกมวันนี้มีนามว่า ไมเคิล โอลิเวอร์(พูล) …

5.สาร์นท้ารบจากอับราฮัม

แทรมมี่ อับบราฮัม กองหน้าเชลซีที่ฟอร์มกำลังเข้าฝัก เต็มไปด้วยความมั่นใจออกมาประกาศว่า

การพ่ายแพ้ในแชมป์เปียนลีค ต่อบาเลนเซียนั้น ทำให้พวกเขาต้องนำความแค้นทั้งหมดไปลงที่ลิเวอร์พูล

“ผมคิดว่า เกมวันนี้จะเป็นการทดสอบจากพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ และความแค้นทั้งหมดจากเกมแชมป์เปียนลีคของพวกผมก็จะถูกส่งลงสนามไปพร้อมๆ กัน”

หืม… ซ่ากว่าโคล่าแบบนี้ ลิเวอร์พูลชอบจ้า