15 บทสรุปเกมหงส์พ่ายนาโปลีที่เนเปิ้ล

หนึ่ง – ไปเยือนบ้านาโปลีไม่เคยง่าย แต่มันจะมีปัญหาอะไรถ้าเราแพ้ที่บ้านเขาสักเกมแล้วกลายเป็นแชมป์ยุโรปแบบที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

สอง – เมื่อคืนนี้ทีมจากอังกฤษที่มีแข่งแชมป์เปียนลีคแพ้หมดทุกทีม (คือลิเวอร์พูลกับเชลซี) ดูเหมือนเมื่อวานจะไม่ใช่ฤกษ์งามยามดีของสโมสรจากแดนผู้ดีจริงๆ ครับ

สาม – ส่วนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่แพ้ เพราะไม่ได้ไปแข่ง (แต่ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเขาจะออกมาอาละวาดแน่นวล ผมมั่นใจ ร้อยเปอร์เซ็น)

สี่ – นาโปลีเอาอีกแล้ว ถ้ายังจำกันได้ซีซั่นที่แล้ว เกมระหว่างหงส์แดงกับพวกเขาเป็นคล้ายๆ กับเกมที่เกิดขึ้นวันนี้เลย คือแลกหมัดกันไม่ยั้งแต่สุดท้ายกลายเป็นนาโปลีทำประตูได้ตอนนาทีสุดท้าย ซีซั่นก่อนพวกเขาทำประตูในนาทีที่ 90 ส่วนซีซั่นนี้พวกเขาทำประตูในนาทีที่ 82 และ 90+2

ห้า – ก็ดีเหมือนกันบางทีการเข้าที่สองอาจจะเจอกับทีมที่โหดหินน้อยกว่าก็ได้นะ

หก – ความจริงใครบอกว่า VAR เข้ามาทำให้เสน่ห์ฟุตบอลจากการตัดสินผิดพลาดของผู้รักษาประตูหายไป มันไม่เป็นความจริงเลย เพราะอันที่จริงการเสียจุดโทษในนาทีที่ 82 ของลิเวอร์พูล มันเป็นหลักฐานชั้นดีว่า ความผิดพลาดของผู้ตัดสินยังคงอยู่ (โรเบิร์ตสันเข้าบอล ขาโดนบอลก่อนที่นักเตะนาโปลีจะล้ม แต่สุดท้ายมันก็ยังกลายเป็นจุดโทษ) ผมก็ไม่เข้าใจ๊ ไม่เข้าใจ ทีมบางทีมได้จุดโทษแล้วได้จุดโทษอีก 5 เกมได้ไป 4 ครั้ง (ไม่รู้เหมือนกันทีมได้) แต่หงส์แดงเสียจุดโทษทั้งๆ ที่ VAR ควรทำงานแต่ก็ไม่ทำ เกมกับนิวคาสเซิ่ล ควรได้จุดโทษจาก VAR ก็ไม่มีอีกเช่นกัน

เหมือนโชคจากกรรมการจะไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ก็ดีเพราะถ้าแชมป์ขึ้นมาจะได้พูดเต็มปากเต็มคำว่า ทีมตรูได้ชูถ้วยเพราะฝีมือล้วนๆ โว้ย

เจ็ด – ถ้าคุณเป็นคลอปป์คุณคงจะหัวเสียไม่น้อยที่ต้องพูดถึง VAR ติดต่อกันถึงสองเกม คลอปป์บ่นเรื่อง VAR เอาไว้ว่า

“เห็นไหม ผมพูดไปแล้วเมื่อเกมกับนิวคาสเซิ่ล สุดท้าย VAR ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเหมือนเดิมนั่นแหละ ความจริงผมมีสิทธิ์พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ร้อยแปดพันเก้า แต่มันก็จะทำให้ผมดูเหมือนเป็นแค่คนขี้แพ้แย่ๆ คนหนึ่ง แต่เรื่องของเรื่องก็คือ ผมเป็นคนขี้แพ้ที่ดีที่สุดในโลก

“การตัดสินใจทำให้มนุษย์ยังคงเป็นมนุษย์เหมือนทุกวันนี้ ผมคิดว่าถ้าคุณรีรันภาพดูซ้ำๆ ได้มันต้องชัดเจนสิว่ามันไม่จุดโทษ แต่ช่างมันเถอะสุดท้าย เราก็กลับไปแก้ไขอะไรไมได้อยู่ดี”

แปด – รูปเกมวันนี้เราเป็นรองนิดๆ เพราะกำลังใจที่พวกเขาเล่นในบ้านด้วยมั้งทำให้อะไร ต่างออกไป แต่ถ้าเปิดสถิติดูแล้วความจริงมันเป็นสถิติที่สูสีมาก

โอกาสจบสกอร์อยู่ที่ 10 ต่อ 13

การครองบอลอยู่ที่ 47 ต่อ 53 เปอร์เซ็น

การส่งบอล 516 ครั้งต่อ 572 ครั้ง

ความแม่นในการส่งบอล 84 เปอร์เซ็นต่อ 84 เปอร์เซ็น

เก้า – นอกจากสถิติหลังเกมทั่วไปแล้ว ความจริงสถิติของผู้รักษาประตูของทั้งสองทีมโดดนเด่นด้วยกันทั้งคู่ เพราะลิเวอร์พูลส่งบอลตรงกรอบนาโปลี 4 ครั้ง โกลฝั่งนั้นเขาก็เซฟทั้งหมด 4 ครั้ง ในขณะที่หากไม่นับลูกจุดโทษแล้ว ฝั่งนาโปลีจะส่งบอลเข้ากรอบเพียงแค่ 4 ครั้ง อาเดรียนเซฟได้ 3 พลาดจังหวะสุดท้ายคือ 90+2 จริงๆ

(แต่ทั้งเกมอาเดรียนเซฟได้โดนใจมาก ไม่มีใครโกรธนาย เผอลๆ พ่อหมียังต้องหวั่นใจในตำแหน่งมือหนึ่ง)

สิบ – กัปตันเฮนเดอร์สันออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมการแข่งขันถึงความพ่ายแพ้เกมนัดนี้เอาไว้ว่า “ผมรู้สึกว่าวันนี้เราเล่นได้ดีในบางจังหวะ แต่ในช่วงสุดท้ายผมรู้สึกเหมือนกันว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไป ที่บ้านของนาโปลีพวกเขาสร้างสรรค์โอกาสได้ดี ดังนั้นสิ้งสำคัญก็คือการเตรียมการรับมือและเล่นในรูปแบบเกมรับที่รัดกุม ซึ่งผมก็คิดว่าเราทำได้นะ

“บางจังหวะเราชนะ บางจังหวะเราแพ้ แต่ทั้งหมดนั่นพวกเราสามารถทำมันให้ดีกว่าเดิมได้ มันคือความรับผิดชอบของพวกเรา เราจะเดินต่อไปข้างหน้าและทำในสิ่งที่ควรทำซะ”

รับทราบครับกัปตัน

สิบเอ็ด – นอกจากสัมภาษณ์ของเฮนโด้แล้ว เราไปฟังความเห็นของคลอปป์ถึงความพ่ายแพ้ในวันนี้กันบ้าง

“ผมหวังว่าความพ่ายแพ้ในวันนี้ไม่ใช่จุดแตกหัก (ตกรอบ) ของเรา อย่างน้อยที่สุดได้โปรดให้โอกาสผมอีกสักเกมสองเกมเพื่อทำให้สถานการณ์ในตารางมันดีขึ้นเถอะครับ ผมจะใช้วันนี้เป็นบทเรียน เพราะเรายังคงต้องดำเนินชีวิตต่อไป และมันจะยังไม่จบลง พวกเราจะกลับมา”

สิบสอง – ถ้าใครเคยดูการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล พระเอกที่เป็นชาวไซย่าจะมีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งคือ “ทุกครั้งที่ตัวเองพ่ายแพ้ เขาจะเก่งขึ้นไปในอีกระดับเสมอ” พูดก็พูดเถอะว่า ความจริงลิเวอร์พูลก็คล้ายกับชาวไซย่าในการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอลเหมือนกัน ลองคิดดูนะครับ

เราเข้าชิงแชมป์เปียนลีคกับมาดริด พ่ายแพ้หมดรูป ซีซั่นถัดไปเราก็กลับไปเอาแชมป์ใบนั้น ซีซั่นที่แล้วเราแพ้นาโปลีก่อน (คล้ายกับเกมวันนี้) เกมต่อไปเราก็เอาคืนแบบทบต้นทบดอกได้สำเร็จ คือเขี่ยเขาตกรอบ ซีซั่นที่แล้วเราพ่ายแพ้ต่อบาเซโลน่า 3 ประตูต่อ 0 ทุกคนคิดแน่ว่าลิเวอร์พูลคงจะต้องอัปปางแชมป์ไปอีกหนึ่งฤดูกาล แต่เปล่า เราแข็งแกร่งขึ้น เรากลับไปเอาชนะทีมที่ทุกคนยอมรับว่าคือเบอร์ต้นๆ ของโลกด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 0

สิบสาม – สุดท้ายความพ่ายแพ้คือบทเรียนชั้นดีที่ทำให้คนเราพัฒนาต่อไป โลกฟุตบอลก็เป็นอย่างนี้ ชนะ เสมอ แพ้ เหรียญนี้ออกได้อยู่เพียงแค่ 3 หน้าเสมอ อย่างน้อยๆ ถ้าจะมองโลกในแง่ดีเราชนะทุกเกมใน 5 นัดพรีเมียร์ลีค นำโด่งคู่แข่งอยู่ 5 แต้ม และห่างจาก คู่อริ (มูแยน) อยู่ 7 แต้ม

สิบสี่ – การแพ้ในศึกแชมป์เปียนลีคจึงเป็นเพียงน้ำย่อยเล็กๆ ให้ตำแหน่งตาราง ในบอลยุโรปมันเร้าใจขึ้นก็เท่านั้นเอง

สิบห้า – คุณไม่ได้แพ้อย่างเดียวดายครับ you will never walk alone