ทำไมเรือใบสีฟ้าที่เคยผงาดจึงสะดุดตั้งแต่ 5 เกมแรกพรีเมียร์ลีค ?

นักวิจารณ์ที่เคยสบประมาทว่า เขาคือของปลอมเพราะยังไม่เคยมาลองดีในลีคอังกฤษที่มีการแข่งขันสูงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะเป๊ปพาแมนเชสเตอร์ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีค คาราบาคัพและเอฟเอคัพได้ภายในฤดูกาลเดียว

หลายคนบอกว่า สิ่งที่เป๊ปทำคือจุดที่สูงที่สุดในการเป็นผู้จัดการทีมแล้ว

คนเหล่านั้นพูดถูก เพราะถ้าเป๊ปอยู่ในจุดที่สูงที่สุดเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาแล้วจริง นั่นหมายความว่าซีซั่นถัดๆ ไป เป๊ปจะอยู่ในช่วงที่ดรอปศักยภาพลงมา เหมือนกับบั้งไฟที่หลังจากขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงที่สุด ระดับความสูงของมันก็ต้องลดลงมาอย่างไม่ต้องสงสัย

ห้าเกมแรกของพรีเมียร์ลีคในซีซั่นนี้เป็นหลักฐานชั้นดี เพราะสองฤดูกาลที่ผ่านมา เป๊ปพาแมนซิตี้ชนะรวดติดต่อกันข่มขวัญของคู่แข่งในตารางมาโดยตลอด กว่าจะสะดุดก็ราวๆ เกมที่ 10 เป็นต้นไปแล้ว

แต่ห้าเกมแรกของปีนี้ แมนซิตี้กลับไม่ชนะรวดเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งมันไม่ใช่แค่การสะดุดเพียงเกมๆ เดียวนะครับ แต่มันคือการเสมอสเปอร์สหนึ่ง แพ้นอริชซิตี้อีกหนึ่ง ทำให้แต้มของหงส์แดงทิ้งห่างเรือใบสีฟ้าออกไปถึง 5 คะแนนตั้งแต่ 5 เกมแรก

เรื่องนี้ลิเวอร์พูลยังได้เปรียบตรงที่ นอริชซิตี้ที่เป๊ปเสียสามแต้มไปนั้น ลิเวอร์พูลกลับเป็นฝ่ายได้ 3 แต้มมาครอง หลายคนอาจจะบอกว่ามันเป็นคนละเกมไม่เกี่ยวกัน แต่ความจริงแล้ว

เราสามารถมองสถานการณ์นี้แบบเดียวกับในกีฬากอล์ฟได้

คลอปป์กับเป๊ปเหมือนแข่งกันตีให้ลงหลุมที่มีชื่อว่านอริชซิตี้ บังเอิญหรือลิขิตฟ้าก็ไม่อาจทราบเพราะ คลอปป์ตีลงหลุมเก็บสามคะแนน ในขณะที่เป๊ปทำพลาดไม่ได้อะไรเลย

นั่นหมายความว่าเกมหลุมที่ชื่อนอริชซิตี้นี้ คลอปป์กลายเป็นฝ่ายกุมชัยชนะเหนือเป๊ปไปแล้วหนึ่งหลุม

จุดสำคัญก็คือ กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่อิงอาศัยจิตวิทยาของทั้งนักเตะและโค้ชสูงมาก

การถูกทิ้งห่างออกไป 5 แต้มตั้งแต่ต้นฤดูกาล ทั้งๆ ที่มาตรฐานของเรือใบสีฟ้าเคยเก็บชัยชนะรวดมาตลอดทั้งสองฤดูกาล นี้สะท้อนเพียงพอแล้วว่า มาตรฐานของเป๊ปที่เคยขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดกำลังดรอปลงมา ซึ่งต้องส่งผลต่อความกดดันของเป๊ปเองเป็นแน่

นั่นแหละครับคือจุดอ่อนชิ้นแรกของแมนซิตี้ พวกเขาต้องแบกรับความกดดันที่ว่าเวลานี้ไม่ใช่ช่วงสูงสุดของตนเองอีกต่อไปแล้ว

แล้วทำไมเป๊ปจึงรักษาจุดสูงสุดของแมนซิตี้เอาไว้ไม่ได้ ?

จะพูดว่ารักษาเอาไว้ไม่ได้ก็ไม่ถูก เพราะทุกอย่างมันเป็นไปตามเหตุปัจจัยเมื่อถึงเวลาก็ต้องร่วงโรยลาไป

แมนซิตี้ฤดูกาลที่ผ่านมาเสริมนักเตะเข้าทีมไปสามรายแบบกระมิดกระเมี้ยน นักวิเคราะห์หลายคนคิดว่า ความจริงแล้วแมนซิตี้ต้องการเสริมทัพให้มากกว่านี้ แต่เพราะปัญหาเรื่องการโดนจับจ้องเรื่องการทำผิดกฏทางการเงินอยู่จึงต้องจับจ่ายใช้สอยแบบระมัดระวัง

แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหน ?

มันเกี่ยวกันตรงที่ แมนซิตี้เป็นทีมที่ใช้พลังงานนักเตะสูงมาก เป๊ปเองก็เคยออกมายอมรับว่า ลูกทีมของเขามีอาการล้าจากสองฤดูกาลที่ผ่านมา หรือแม้แต่เพลย์เมคเกอร์ตัวสำคัญอย่าง เควิน เดอบรอย เองก็เคยให้สัมภาษณ์ถึงอาการเหนื่อยล้าของเพื่อนร่วมทีมเอาไว้เหมือนกันว่า

“ความจริงไม่มีใครอยากทำลายสถิติ 100 คะแนน เหมือนสองฤดูกาลที่ผ่านมาหรอก เพราะถ้าคุณสามารถเป็นแชมป์ได้ด้วย 85 คะแนนมันก็จะช่วยภาระงานไปได้มากเลย ทั้งหมดนี้ผมกำลังพูดถึงความสม่ำเสมอในการคว้าชัยชนะนะครับ ไม่ใช่เรื่องของการก้าวข้ามตัวเองหรืออะไร

“ไม่มีใครทำเรื่องที่ดีกว่าเดิมได้ในทุกครั้งหรอก

“ชัยชนะสองฤดูกาลที่ผ่านมามันเป็นความทรงจำที่ดีนะ แต่มันก็ยากที่สุดด้วย ลิเวอร์พูลเองก็เคี่ยวเหลือเกินครับ”

จากบทสัมภาษณ์ของเดอบรอย นี้เองครับที่ทำให้ปัญหาเรื่องการถูกจับจ้องด้านการเงินของแมนซิตี้มีผล

เพราะนักเตะที่อยู่กับเป๊ปมา 3 ฤดูกาลกำลังเข้าสู่ช่วงเหนื่อยล้า (แต่ถ้าอยู่กับแมนยูจะเป็นเหนื่อยหน่ายนะครับ) ดังนั้นเป๊ปจึงต้องหานักเตะเข้ามาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน เพื่อความสดใหม่ของทีมอยู่เสมอ

แต่พอปัญหาที่ว่าพวกเขาถูกจับต้องเรื่องการเงินอยู่ ทำให้เป๊ปไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายนักเตะตามที่ต้องการได้ แม้สโมสรจะมีงบประมาณจากท่านชีคมากมายแค่ไหนก็ตาม

ความจริงเรื่องนี้มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเลยครับ ลูกทีมของเป๊ปถึงเวลาที่ต้องเพิ่มความสดใหม่ แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะกฏการเงินกำลังจับจ้อง เครื่องยนต์ก็ไม่สามารถใช้ประสิทธิภาพสูงสุดของมันได้

ดังนั้นเป๊ปจะร่วงลงมาจากจุดสูงสุดที่เคยทำได้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลย