“วิเคราะห์บอล” ทำไมคูตี้-ชานจึงไม่ประสบความสำเร็จหลังจากทิ้งลิเวอร์พูลไป

“ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย” ถือเป็นคติที่ใช้ในการทำงานได้ดี ถ้าเราอยู่ในบริษัทหรือที่ทำงาน ที่ไม่เหมาะกับเรา มีหัวหน้าที่มองข้ามความสามารถของเราเสมอๆ ทำงานหนักเท่าไหร่ก็ยากจะไต้เต้าไปสู่ความสำเร็จได้

ชีวิตค้าแข่งของเหล่านักฟุตบอลก็ไม่ต่างกัน เมื่อสโมสรก็ไม่ต่างกับบริษัทหรือสำนักงาน ที่มีพนักงานที่เรียกว่านักฟุตบอลเข้า-ออก หมุนเวียนกันตลอด ล้มเหลวบ้างสำเร็จบ้างแล้วแต่รายไป การย้ายทีมของนักเตะจึงเกิดขึ้นอยู่ตลอดในวังวนลูกหนัง บางคนย้ายแล้วรุ่ง บางรายย้ายแล้วร่วง

การย้ายทีมในรอบตลาดซื้อ-ขายช่วงไม่นานมานี้ ที่ทำเอาจิตใจของเหล่าเดอะค็อปแหลกสลาย คงเป็น 2 ดีลในเวลาไล่เลี่ยกันกันคือ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ กับ เอมเร่ ชาน โดยเพลย์เมกเกอร์บราซิลเลี่ยน ย้ายซบบาร์เซโลน่า เมื่อตลาดหน้าหนาว 2018 ด้วยค่าตัวมหาศาล ส่วนอีกรายคือ ชาน ย้ายทีมรวมยูเวนตุส ในจบฤดูกาลเดียวกันนั้น

บางคนเห็นใจบางคนสะใจ ที่ชีวิตค้าแข้งของทั้งสอง หลังจากย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ดูจะไม่รุ่งสักเท่าไหร่ ในรายคูตินโญ่ ถูกทีมต่างดาวปล่อยยืมตัวพร้อมอ๊อพชั่นซื้อขาดไปให้ทางบาเยิร์น มิวนิค ส่วน ชาน ไม่ได้มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันกับทางต้นสังกัดยูเวนตุสในฤดูกาลที่ผ่านมา

ล่าสุด เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือคนใหม่ ก็ไม่ส่งชื่อชานลงเป็น 21 คนสุดท้ายไปทำศึก ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นส่วนเกินของทีมไปแล้ว

1.จังหวะและโอกาส

เซอร์จิโอ บุสเกตส์  เคยกล่าวถึงคูตี้เพื่อนร่วมทีมว่า “ความมั่นใจและจังหวะ”  คือสิ่งที่เขาคนนี้ขาดไป บุสเกตส์หมายถึงจังหวะการเล่นในเกมที่ไม่เข้ากับเพื่อนร่วมทีม เกมส์ของบาร์ซ่าไม่ได้ลื่นไหลขึ้นมาเลยเมื่อคูตี้ลงสนาม

แต่ส่วนหนึ่งจังหวะในสนามก็มาจากจังหวะนอกสนามนี้ล่ะ สื่อตั้งประเทศต่างมุ่งประเด็นการย้ายทีมของเขา เป็นการซื้อตัวแบบ “แก้ผ้าเอาหน้ารอด” หลังจากที่สโมสรต้องเสียเนย์มาร์ แบบสถิติโลกไปให้ปารีสฯ จึงต้องรีบแก้ตัวด้วยการเซ็นนักเตะราคาแพงทั้งคูตี้ และเดมเบเล่ เข้ามาในทีม ที่ดูเหมือนจะล้มเหลวทั้งคู่

นอกจากนั้นยังไม่เป็นช่วงพยายามเปลี่ยนผ่านของทีม ที่ต้องการหาผู้เล่นที่เข้ามาแทนที่ ตัวหลักเดิมที่เคยยืนระยะพาทีมครองความยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนาน อย่างแผงกลางมี  ซาบี-อินเนสตา หรือตัวรุกอย่างเนย์มาร์ จึงจะให้ได้ชัดว่าบาร์ซ่าในปัจจุบันยังหาแกนหลักใหม่ของทีมไม่ได้ พลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผู้เล่นหาความลงตัวไปเรื่อย ทำให้อะไรๆ ก็ดูไม่ลงตัวไปหมดสำหรับคูตี้

สำหรับชาน เข้ามาในช่วงที่ยูเวนตุส ที่ครองความยิ่งใหญ่ใน กัลโซ่ซีเรีย เอ แต่เพียงผู้เดียว เป็นแชมป์ติดต่อกันมาแล้ว 8 ปีติด ซึ่งสโมสรกำลังมองหาความสำเร็จที่ใหญ่กว่านั้น จึงเสริมทัพต่อเนื่อง

ตั้งแต่เอา คริสเตียโน โรนัลโด้ ดาวซัลโวถ้วยยุโรปเข้ามา พร้อมนักเตะคนอื่นๆพาเลซกันเข้ามาเสริม แสดงถึงความทะเยอทะยาน ของสโมสรแห่งนี้ได้ดี แม้ว่าชานผลงานจะไม่ได้แย่อะไรมากกับต้นสังกัดใหม่

แต่บางทีมันก็อาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับช่วงที่ทีมที่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ล่าสุดยังได้เสริมกองกลาง ใหม่ 2 รายคือ อาเดรียน ราบีโอต์และอารอน แรมซี่ย์ เข้ามาในทีม ซึ่งทั้งสองก็มีชื่อติดทีมไปลุยบอลถ้วยใหญ่ยุโรปอีกด้วย แสดงสัญญาณชัดเจนว่าชานอาจหมดอนาคตในทีมยักษ์ใหญ่เมืองตูรินแห่งนี้แล้ว

 

2.ตำแหน่งแห่งหน

จากที่กล่าวมาตั้งแต่ข้างบนดูเหมือนทั้งสองคนไม่มีตำแหน่งแห่งหนในทีมใหม่ อย่างคูตี้เดิมที่แอนฟิลด์ เขาเล่นตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ หมายเลข 10 แบบคลาสสิค ยืนอยู่หลังกองหน้าค่อยสร้างสรรค์เกมส์ แต่ที่บาร์ซ่าเขายังหาตำแหน่งของตัวไม่ได้ ระหว่างตำแหน่งกลางตัวรุกตำแหน่งเดิมของ อินเนสตา หรือตัวรุกด้านซ้ายที่เนย์มาร์เคยเล่น

ส่วนชาน ต้องแย่งตำแหน่งกับกองกลางที่มีอยู่เดิม และกองกลางที่เข้ามาใหม่ทำให้โอกาสไม่ได้มีมากเท่าที่ควร ช่วงการค้าแข้งกับลิเวอร์พูล เขาเป็นผู้เล่นที่หลายครั้งเล่นดูขัดหูขัดตา แต่ถ้าได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดแล้ว สามารถเล่นได้ราวกับซีดานมาเข้าสิง โชว์สกิลเทพได้เห็นได้บ่อยครั้ง แต่ไม่ใช่กับยูเวนตุส เขาไม่ได้รับโอกาสให้แก้ตัวตามมากมายกับทีมที่การแข่งขันมากมายขนาดนี้

ในช่วงเวลาที่ชานปักหลักอยู่กับลิเวอร์พูล เวลานั้นการแข่งขันในตำแหน่งกองกลางยังไม่มากเท่าทุกวันนี้ โอกาสลงสนามโชว์ความโดดเด่นจึงมีมาก แต่ลองสมมติว่าชานยังคงอยู่กับลิเวอร์พูลทุกวันนี้ ไม่แน่เหมือนกันเขาอาจจะได้นั่งเป็นเพื่อนชากิรี่ที่ม้านั่งสำรองก็ได้

3.เจอร์เก้น คลอปป์

แม้ทั้งสอง จะเข้ามาในถิ่นแอนฟิลด์ในยุคของกุนซือก่อน เจอร์เก้น คล๊อปป์ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าทั้งสอง เจิดจรัสสุดเข้าตอนที่สู่ยุค คล๊อปป์

คลอปป์ให้อิสระกับคูตี้ และให้โอกาสชาน อย่างสม่ำเสมอแม้เข้าจะทำได้ไม่ดีในบางเกมส์ อย่างที่รู้กันว่าคลอปป์ไม่ใช่กุนซือประเภทสำเร็จรูป ที่เมื่อมีเงินให้ถลุงช๊อปนักเตะจะเสกถ้วยประดับตู้ได้ทันที

แต่ตัวอย่างที่เขาทำ คือสิ่งที่เขาทำให้เห็นกับดอร์ทมุนด์ นั่นคือการวางระบบของทีมตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ไม่ต่างกันกับที่ลิเวอร์พูลกว่าสิ่งที่เขาปลูกฝั่งจะออกดอกผลก็เขาปาเข้าฤดูกาลที่ 3 และทั้งคูตี้และชานต่างเติบโตขึ้นมาพร้อมๆกับระบบของคล๊อปป์นี้ล่ะ

ดังนั้นชานและคูตี้จึงเหมือนต้นกล้าที่คลอปป์คอยบ่มเพาะ คนที่รู้ดีที่สุดว่าจะทำอย่างให้ต้นไม้ของตัวเองเติบโตก็คือคนที่ปลูกมัน ดังนั้นเมื่อต้นไม้ถูกเปลี่ยนมือไปสู่ผู้ดูแลใหม่ เราไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมต้นไม้ที่เคยบานสะพรั่งสวยงามจึงเหี่ยวเฉากว่าที่เคยเป็น

อากาศ ดิน น้ำ ปุ๋ย ยังไม่สำคัญเท่ากับคนที่คอยดูแลมัน

การจากอ้อมอกของนายใหญ่แห่งเมอร์ซีไซด์ ไปสู่เส้นทางใหม่ของทั้งคู่ ก็เหมือนต้นไม้ที่ถูกเปลี่ยนผู้ดูแล และวันเวลาก็พิสูจน์แล้วว่า คลอปป์ยังคงเป็นคนสวนที่ดีที่สุดในการแต่งกิ่งและบ่มเพาะให้ต้นคูตินโย่และต้นเอ็มเร่ ชาน เติบใหญ่เสมอ

น่าเสียดายที่พวกเขาอยากเติบใหญ่จนเกินไป