“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวของลิเวอร์พูลประจำพุธที่ 4 กันยายน 62

1.จากคลอปป์ถึงบ้อบบี้

บ้อบบี้ เฟอร์มิโน่คว้าสถิติ นักเตะบราซิลเลี่ยนรายแรกที่ทำ 50 ประตูในพรีเมียร์ลีคได้ หลังจากเกมถล่มเบิร์นลีย 3-0 ของลิเวอร์พูล

นักข่าวไปถามคลอปป์ถึงเรื่องนี้ ผู้จัดการทีมเฮวี เมทัลก็ตอบกลับมาว่า

“คุณจะให้ผมพูดอะไรเกี่ยวกับเขาอีกเหรอ ผมเข้าใจว่าทุกคนเข้าใจดีอยู่แล้วว่า เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากแค่ไหนเข้าใจดีอยู่แล้วว่าเขาเป็นนักเตะที่ปรับบรรยากาศภายในทีมให้ครึกครื้นขึ้นมาได้ ถ้าเขายืนอยู่แถวๆ นั้น

“ถ้าคุณลงไปอยู่ในสนาม ในจังหวะที่ตึงเครียด บางครั้งเราจะเห็นเขาทำหน้าตาตลกๆ ในขณะที่จบสกอร์ไปพร้อมๆ กัน ! ทั้งหมดนั่นทำให้กลายเป็นนักเตะที่มีคุณค่ามากมายสำหรับผมจริงๆ”

และมีค่ามากมายสำหรับแฟนบอลด้วยค้าบบอส

หมายเหตุ*** เอาไว้สั้นๆ เลยว่า เฟอร์มิโน่เป็นสามประสานคนเดียวที่ไม่เคยโดนแฟนบอลตำหนิเรื่องการหวงบอล (ฮา)

2.ในใจลึกๆ ของ จอห์น บาน

อดีตนักเตะลิเวอร์พูลอย่าง จอห์น บาน ผู้ที่ทำประตูให้กับทีมไปทั้งสิ้น 108 ลูกใน 407 เกมให้สัมภาษณ์กับทางสกายสปอร์ตถึงสถานการณ์การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีคในปีนี้เอาไว้ว่า

“ผมขอพูดถึงปีที่แล้วก่อนก็แล้วกันนะ ความจริงแม้ว่าผมจะชื่นชมทีมเก่าของผมอยู่ห่างๆ มากแค่ไหน แต่ฤดูกาลที่แล้วผมก็ยังเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าเราไม่มีทางคว้าแชมป์ได้แน่

“แต่กลับปีนี้มันต่างออกไป ผมเชื่ออย่างหมดหัวใจแล้วว่าเราจะขึ้นเถลิงพรีเมียร์ลีคได้ ตอนนี้พวกเราเต็มไปด้วยความมั่นใจ และเครื่องยนต์ที่ใช้ผลักนักเตะไปข้างก็เริ่มทำงานทุกเครื่องแล้วด้วย ใช่ ผมกำลังพูดถึงถ้วยแชมป์ภายใต้ยุคสมัยของคลอปป์

“สิ่งเดียวที่คลอปป์ต้องระวังเอาไว้ให้ดีก็คือ อาการบาดเจ็บของนักเตะ สิ่งนี้มันจะทำเป็นปัจจัยสำคัญเลยที่จะทำให้แต้มหล่นหายไปได้

“แต่คลอปป์จะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นหรอก เขาเป็นผู้ชายที่ปลูกทัศนะคติดีๆ ขึ้นในใจของนักเตะและแฟนบอลยุคนี้ มันคือความแข็งแกร่งของลิเวอร์พูล

“ช่างเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

3.สุขสันต์วันเกิดตำนาน

เมื่อวานนี้ (3 กันยายน 62) เป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 72 ของ เชรา อุลริเย่ !

เด็กหงส์ยุคใหม่อาจจะไม่รู้จักชื่อนี้ แต่ถ้าเป็นรุ่นเก๋าแล้ว บอกชื่อไปไม่มีใครลืมผู้จัดการทีมที่เป็นตำนานอีกคนหนึ่งของสโมสรได้แน่

วันนี้ผมนำสถิติการคว้าแชมป์ของ อุลริเย่ มาฝากครับ

อุลลิเย่เข้าคุมลิเวอร์พูลในปี 1998 เขาใช้เวลาฟูมฝักลิเวอร์พูลอยู่ 2 ปี จากนั้นก็คว้า 3 แชมป์ภายในสองปีต่อมา

ปี 2000-01 : เอฟเอคัพ ลีกคัพ ยูฟ่าคัพ ยูฟ่าซูเปอร์คัพ

ปี 2001 (ก่อนเปิดฤดูกาล) : คอมมูนิตี้ชิลด์ ยูฟ่าซูเปอร์คัพ

ปี 2002-03 : ลีกคัพ

พอเห็นถ้วยแชมป์ในยุคอุลริเย่แล้ว ก็ทำให้นึกถึงคำพูดของ จอห์น บาน ในข่าวที่หนึ่งที่พูดว่า “เครื่องยนต์ที่ใช้ผลักนักเตะไปข้างก็เริ่มทำงานทุกเครื่องแล้วด้วย ใช่ ผมกำลังพูดถึงถ้วยแชมป์ภายใต้ยุคสมัยของคลอปป์”

ปีนี้จะอย่างไรผมก็เชื่อหมดหัวใจว่า ลิเวอร์พูลเรามีอะไรติดไม้ติดมือช่วงท้ายฤดูกาลแน่นอน

4.ยังจะกล้าพูดอีกนะ

สุดท้ายบ้อบบี้ ดันแคน ญาติเฮียเจิดที่มีดราม่าอยากย้ายทีมเมื่อไม่กี่วันก่อน สุดท้ายลิเวอร์พูลก็ปล่อยเขาออกจากทีไปฟิออเรนติน่าจริงๆ

อย่างไรก็ดี เอเยนต์ของดันแคน (ตัวจุดดราม่าต้นเรื่อง) ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมแคปชั่นยาวเยียด (อีกเช่นเคย) บนอินสตราแกรมของตนว่า

“เคล็ดลับของการจะขึ้นไปยอดสุดของ 1 เปอร์เซ็นได้ คุณจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ 99 เปอร์เซ็นไม่ทำ

“ในชีวิตการทำงานของผมยังไม่มีใครเข้าใกล้ความเป็นยอดสุดที่ว่านั่นได้เลย (ก็แหง่แหละ) ในชีวิตของผมไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าขาวหรือดำจริงๆ หรอกครับ มันจะมีก็แค่การปรับตัวไปตามหน้าที่ ไปตามสถานการณ์เท่านั้น

“ตอนนี้ บ้อบบี้ ดันแคน ได้รับโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์อันสำคัญซึ่งมีนักเตะจากอังกฤษไม่กี่คนสามารถทำได้ นี่แหละคือสิ่งที่ผู้นำเขาทำกัน เราไม่ใช่คนที่เดินตามหลังของใคร

“ขอบคุณทุกคนที่คอยซัพพอร์ตจุดยืนที่ผมยืนหยัดนี้มาโดยตลอด มันมีความหมายมากจริงๆ”

ใครเขาไปซัพพอร์ตพี่เขานะ ? แหมพูดมาได้นะ ดันแคนกำลังจะทำในสิ่งที่ดาวรุ่งอังกฤษไม่มีโอกาสได้ทำ ก็ใช่สิวะ ย้ายออกจากสโมสรแชมป์ยุโรป ทั้งๆ ที่สโมสรอยากเก็บเด็กไว้เพราะเห็นแวว แต่เอ็งกลับยุเด็กให้ไปอยู่ทีมกลางๆ ในอิตาลีซะงั้น… คนสติดีเขาไม่ทำกันหรอกจ้า

5.กำไร

นอกจากการย้ายตัวของบ้อบบี้ ดันแคนไป ฟิออเรนติน่าแล้ว

ล่าสุดลิเวอร์พูลก็เสียไรอันเคนต์ให้กับเรนเจอร์ สโมสรที่เจอร์ราดเป็นผู้จัดการทีมอยู่ไปด้วยเหมือนกัน

ลิเวอร์พูลเอคโค่ได้ทำสกู๊ปพิเศษเก็บการเงิน สำหรับการปล่อยขาย-ยืม นักเตะของหงส์แดงในตลาดซื้อขายล่าสุดออกมาปรากฏว่า

รวมแล้วลิเวอร์พูลได้เงินเข้าทีมในซัมเมอร์นี้สูงถึง 53 ล้านยูโร (เป็นตัวเลขที่สูงพอจะคว้านักเตะเกรด A ได้เลยนะครับ)

นี้อาจจะไม่การันตีเรื่องการซื้อขายนักเตะของทีมนะครับ (เพราะไม่รู้แน่ว่าคลอปป์ยังพอใจกับทีมชุดปัจจุบันเหมือนเดิมหรือเปล่า) แต่มันก็การันตีแน่ๆ แล้วว่า ลิเวอร์พูลมีงบพอจะใช้สอยจับจ่ายซื้อนักเตะเข้าทีมในตลาดครั้งต่อไป