สรุปดราม่า ดันแคน ลิเวอร์พูลกั้กดาวรุ่งไม่ยอมปล่อยออกจากทีมจริงหรือ ?

ปัญหาของลิเวอร์พูลในช่วงที่เยอร์เก็น คลอปป์เข้ามาคุมทีมใหม่ๆ ก็คือ จะทำอย่างไรให้ลิเวอร์พูลไม่ได้เป็นเพียงสโมสรยกระดับฝีเท้าของนักเตะแล้วก็จากไป

วันนี้ปัญหาดังกล่าวถูกแก้ไขหมดไปแล้ว 100 เปอร์เซ็น แต่กลายเป็นว่าเมื่อปัญหาเก่าหมดไปเรื่องปวดหัวใหม่ๆ ก็เข้ามาแทนที่

ทุกวันนี้คลอปป์ต้องรับมือกับสถานการณ์ใหม่ที่ว่า จะดึงผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเพื่อสร้างความสดใหม่ของทีมได้อย่างไรในเมื่อเราไม่มีตำแหน่งตัวจริงการันตีให้พวกเขาเลย

สำคัญไปกว่านั้น ดาวรุ่งยังรอต่อคิวขึ้นชุดใหญ่อีกบานตะไท

คลอปป์เคยให้สัมภาษณ์ในช่วงตลาดยังเปิดว่า “ผมจะซื้อผู้เล่นใหม่ๆ เข้าทีมมาได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้ทีมมีผู้เล่นที่พร้อมลงสนามเพิ่มขึ้นตั้งมากมายอยู่แล้ว”

สิ่งที่คลอปป์พูดในวันนั้น อาจฟังดูเป็นเพียงข้อแก้ตัวธรรมดาๆ แต่ความจริงแล้วมันแฝงนัยสำคัญถึงการจัดสรรนักเตะลงเล่นในตำแหน่งตัวจริงต่างหาก และคลอปป์เองก็คงคำนวนไม่ถึงหรอกครับว่า วันนี้ปัญหาผู้เล่นน้อยใจไม่ได้ลงตัวจริงจะมาถึง

และนั่นคือดราม่า ของบ้อบบี้ ดันแคน นักเตะดาวรุ่งที่เป็นญาติของสตีเวน เจอร์ราด

เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นตรงที่ เอเยนต์ของดันแคนที่ชื่อ Saif Rubie ออกมาทวีตข้อความโจมตี ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด ผู้อำนวยการด้าน กีฬาของลิเวอร์พูลว่า

“หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาคือช่วงเวลาที่อนาคตของบ้อบบี ดันแคน พัวพันจนยุ่งเหยิงไปหมด วันนี้ (28 สิงหา) ก็เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายระหว่างผมกับ ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด (ผอ.กีฬาของลิเวอร์พูล) พอกันทีกับการดีลที่น่าปวดหัวนี่

“เดือนก่อนและช่วงท้ายของซีซั่นที่แล้ว ดันแคน เคยเข้าไปคุยกับบอร์ดบริหารครั้งนึงแล้วนะ มันแน่เสียยิ่งกว่าแน่ว่า เด็กของผมไม่มีความสุขที่จะอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไป ตอนนั้นผมกับดันแคนก็เข้าใจว่า กระบวนการการย้ายทีมกำลังถูกดำเนินการอยู่แล้ว แต่อย่างที่เห็นเวลานี้มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย

“พวกผมพยายามหาทีมที่จะยินดีรับดันแคนและสโมสรก็ได้ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ แต่วันนี้ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดกลับทำท่าทียืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีทางเกิดดีลที่ว่านั่นขึ้นอย่างเด็ดขาด

“แล้วผมกับทีมงานจะทำงานหนักกันไปเพื่ออะไรครับ ?

“เวลานี้ดันแคนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาสภาพจิตใจอย่างหนัก นั่นก็เพราะว่าเขาไม่สามารถขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวจริงได้ แถมเมื่อขอย้ายทีมสโมสรก็ไม่อนุมัติ นั่นยังไม่นับเงินเดือนอันน้อยนิดที่เขาได้รับจากลิเวอร์พูลอีกนะ

(ดันแคนรับค่าเหนื่อยจากสโมสรสัปดาห์ละ 15,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ / น้อยไงวะ ตกเดือนละ 2 ล้านกว่าบาท เลยนะ ที่ว่าน้อยเนี่ย ตัวเองได้ส่วนแบ่งน้อยหรือเปล่า หือ ?)

“ถ้าคุณได้ดูเกมระหว่างลิเวอร์พูลกับเซาแฮมตันชุดไม่เกิน 23 ปีเมื่อวันก่อนก็คงจะไม่เห็นเขา

“สาเหตุนั้นไม่ใช่อะไรหรอกนะ แต่นั่นเพราะว่า บ้อบบี้ เขาไม่ออกมาจากห้องของตัวเองเป็นเวลานานถึง 4 วันแล้ว ผมมั่นใจเลยว่าเขาจะไม่กลับไปหาลิเวอร์พูลอีกแน่ สิ่งเดียวที่ผมยังห่วงอยู่ในเวลานี้ก็คือสภาพจิตใจของเขานั่นแหละ

“นี่ไม่ควรเกิดขึ้นกับสโมสรที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาลแบบลิเวอร์พูลเลย ยิ่งไม่สำควรเกิดขึ้นไปใหญ่เพราะดาวรุ่งคนนี้เป็นญาติกับตำนานของพวกคุณอย่างสตีเวนเจอร์ราดอีกด้วย

“ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก”

ทวีตต่อเอเยนต์ของบ้อบบี้ดันแคนได้รับการรีทวีตต่อไปในวงกว้างด้วยเวลาอันรวดเร็ว เกิดเป็นกระแสวิพากษวิจารณ์ถึงความเหมาะสม ถูกผิดในเรื่องนี้ในแวดวงแฟนหงส์แดงทั่วโลก

แต่หนึ่งในรีทวีตที่น่าสนใจที่สุดก็คือ การรีทวีตของ เจมมี่ คาราเกอร์ อดีตนักเตะของลิเวอร์พูลที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อปัญหาในเรื่องนี้เอาไว้ว่า

“ผมรู้จักบ้อบบี้และครอบครัวของเขาดี เขายังอายุน้อยและในช่วงเวลาเช่นนี้ ก็คือช่วงเวลาที่อยากให้ทุกๆ อย่างสมบูรณ์พร้อม

“ความจริงเขาเคยได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับลิเวอร์พูลไปแล้วในช่วงพรีซีซั่น มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมเลยนะ เขาสร้างผลงานได้ดี แต่ก็ควรพยายามต่อไปนะ ทำให้ซีซั่นที่มาถึงนี้เป็นช่วงเวลาพิสูจน์ตัวเอง อดทนรอการได้ลงไปนั่งข้างสนามในทัวนาเมต์เล็กๆ อย่างคาราบาวคัพ

“ทั้งหมดที่ผมพูดมานี้คือสิ่งที่คุณ (เอเยนต์ส่วนตัวของดันแคน) ควรแนะนำคน

ในสังกัดต่างหากละ”

คาราเกอร์ ตอกหมัดนี้เข้าหน้าอีตาเอเยนต์ของดันแคนเต็มๆ แต่นั่นยังไม่หนักเท่ากับ แถลงการณ์ของสโมสรลิเวอร์พูลที่ออกมาตอบโต้ (แบบไม่เอ่ยชื่อ) ว่า

“ลิเวอร์พูลฟุตบอลคลับ ตระหนักถึงและรู้สึกผิดหวังกับ ความเห็นที่กำลังแพร่หลายบนโลกออนไลน์ซึ่งมีแต่คำกล่าวอ้างไร้หลักฐานจริงๆ ซึ่งมันเกี่ยวกันอย่างลึกซึ้งกับหนึ่งในนักเตะของเรา

“อย่างไรก็ดี เราจะพยายามด้วยทุกอย่างที่มีเพื่อติดต่อกับนักเตะของเราตัวต่อตัวอีกครั้ง (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า work privately  หมายความว่าจะไม่ให้เอเยนต์เข้ามาเกี่ยวอีกแล้ว) เพื่อหาทางออกสำหรับปัญหานี้แบบที่ทุกฝ่ายพอใจ”

วิเคราะห์สั้นๆ

สุดท้ายว่าสิ่งที่เอเยนต์พูดออกมานั้นมีความถูกต้องแค่ไหน

ลิเวอร์พูลกั้กไม่ให้ดันแคนขึ้นเป็นตัวจริง – ก็ต้องยอมรับครับว่า จริงที่เวลานี้ลิเวอร์พูลไม่สามารถใช้ดาวรุ่งขึ้นมาเป็นนักเตะตัวจริงได้แน่ เพราะโมเมนต์ตัมของทีมในเวลานี้ คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีคได้แล้ว

ลองคิดดูขนาดบริวสเตอร์ที่ว่าเด็ดที่สุดในรุ่นปัจจุบันยังนั่งสำรองอยู่เลย หรือ นัมเบอร์ทูของดาวรุ่งอย่างแฮรี่ วิลสัน ก็ถูกปล่อยยืม เจ้าตัวเสียใจแทบแย่แต่ไม่ออกมาโวยวาย กัดฟันพยายามพิสูจน์ตัวเองกับโชคชะตาต่อไป

ลิเวอร์พูลไม่ยอมปล่อยนักเตะออกจากทีม – ผมว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำซ่อนอยู่เบื้องหลังแน่ และผมไม่เชื่อหรอกว่า ทางสโมสรจะมีเจตนารมณ์แกล้งนักเตะ ก็สโมสรจะทำแบบนั้นไปให้มันได้อะไรขึ้นมา ? จะเก็บตัวนักเอาไว้ เพื่อที่สโมสรจะต้องจ่ายเงินเดือนละ 2 ล้านกว่าบาท ไปเล่นๆ โดยที่ไม่ต้องลงเตะเลยงั้นเหรอ

ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับองค์กรเลย

สำคัญกว่านั้น ดันแคนแกเป็นญาติเฮียเจิด มันต้องมีลูกเกรงใจตำนานกันบ้าง และเป็นที่รู้กันดีว่าเจอร์ราดเนี่ยดึงนักเตะอคาเดมี่จากลิเวอร์พูลไปอยู่เรนเจอร์ตั้งเยอะแยะ นั่นแปลว่าเฮียแกยังมีคอนเนคชั่นติดต่อกับบอร์ดบริหารอยู่แน่

แต่คนที่เดือดร้อนโวยวายเรื่องไม่ยอมปล่อยตัวนักเตะออกจากทีมก็เห็นจะมีแต่อีตาเอเยนต์นี่คนเดียวนั่นแหละ

สำคัญไปกว่านั้น เพื่อนที่เป็นดาวรุ่งด้วยกันเขายังอดทนรอกันได้ แต่ทำไมดันแคนถึงออกมาเกรี้ยวกราด ปิดประตูขังตัวเอง ไม่ได้เสี้ยวของคำว่าวินัยเลยสักนิด ?

น่าสงสัยไหมละครับว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการตัดสินใจเพรียวๆ ของดาวรุ่งคนหนึ่งจริงๆ ?

เอเยนต์ที่มีส่วนในดีลซื้อขายนักเตะจะไม่มีส่วนแน่หรือ ?