“เล่าข่าวหงส์” 4 ความเคลื่อนไหวของลิเวอร์พูลประจำวันพุธที่ 28 สิงหาคม 62

1.ตำนานพี่แนะ (หรือแซะก็ไม่รู้) หงส์

แกรี่ เนวิล อดีตนักเตะจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นกูรูให้กับสกายสปอร์ตนั้น ได้ออกมาพูดผ่านรายการพอดแคสของตัวเองถึงสิ่งืั้เยอร์เก็น คลอปป์ควรทำกับทีมลิเวอร์พูลเป็นลำดับถัดไปว่า คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีคให้ได้

“สิ่งเดียวที่ลิเวอร์พูลต้องทำให้ได้นั่นก็คือการคว้าแชมป์กับพรีเมียร์ลีค จริงอยู่นะที่พวกคุณสามารถคว้าแชมป์เปียนลีคใบที่หกมาครอง ซึ่งก็เป็นความยิ่งใหญ่เหมือนกับที่แมนเชสเตอร์ซิตี้ทำในเวลานี้

“แต่ก็อย่างที่รู้กันดีว่า ถ้วยพรีเมียร์ลีคของพวกคุณก็เหมือนจอกศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูนั่นแหละ (เหมือนเนวิลจะเปรียบเปรยว่าเป็นสิ่งมีค่าอนันต์นะครับ) พวกคุณไม่ได้มันมานานแสนนานแล้วนี่นะ”

“ผมคิดว่ามันจะเป็นแมนซิตี้ที่คว้ามันได้อีกครั้งในปีนี้ ดูจากฟอร์มการเล่นในต้นฤดูกาลที่ผ่านมาสามเกมแล้วอะ แต่ผมก็คิดว่าจุดยืนของลิเวอร์พูลในปีนี้นั้นแข็งแกร่งใช่เล่นเลยนะ”

อยากเห็นพี่เนวิลพูดถึงการลุ้นถ้วยหญ้าฟูของทีมตัวเองบ้างจังเลยคับ

2.อดีตโค้ชซาลาห์รำลึก

Heiko Vogel อดีตโค้ชของบาเซิลและอดีตโค้ชของ โมฮาเม็ด ซาลาห์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงซาลาห์ในมุมมองที่เขารู้จักว่า

“ในมุมมองของผม เขาไม่มีบุคคลิคของนักเตะซูเปอร์สตาร์เลยสักนิดเดียว สิ่งที่เขาเป็นมันยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก แม้เขาจะมีพรสวรรค์และความโดดเด่น แต่เขาก็ทำตัวเป็นเพียงแค่คนสุภาพๆ คนหนึ่งเท่านั้น

“พรสวรรค์ของเขานั้นเหลือเชื่อมาก ผมจะเล่าให้คุณฟังเรื่องหนึ่งก็แล้วกัน วันแรกที่เราได้เขามา เราบอกกับเขาว่า ‘ไอ้หนูแกทำตามที่บอกให้ทำนะ เพื่อจะดูว่าแกเป็นนักเตะให้กับเราได้จริงๆ’

“วันแรกเขาเละเทะมาก วันที่สองก็ด้วย ผมกับมือขวาของผมเดินเข้าไปพูดกับเขาด้วยบทโหดว่า ‘แกไม่เข้าใจเหรอ แกเห็นบอลที่ส่งมาไหม แกไม่รู้จริงๆ ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง’

“กระทั่งถึงวันที่สาม เขาก็สามารถทำตามโปรแกรมได้ทุกอย่าง และดูเหมือนจะยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้นด้วยนะ เขาไม่ตื่นเต้นอีกแล้ว เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ เหมือนเป็นคนที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน

“เมื่อไหร่ก็ตามที่บอลอยู่ในตำแหน่งเหมาะสมที่เท้าซ้ายของเขา มันจะเป็นประตูได้เสมอ แต่เขาเป็นคนสุภาพและใจดีเกินกว่านั้น เพราะก่อนที่จะทำประตู ตาของเขาจะคอยมองเพื่อนตลอดเวลาด้วย

“ซาลาห์เติบโตมาจากแอฟริกาทางตอนเหนือ สถานที่ๆ คุณอาจไม่รู้ว่ามันยากเย็นเพียงใดในการเล่นฟุตบอล แต่เขาก็ก้าวมาถึงจุดๆ นี้ได้ ผมดีใจกับเขาจริงๆ”

บทสัมภาษณ์นี้ทำให้ผมนึกถึงวันที่ ซาลาห์ใส่เสื้อ Never give up มาเชียร์ลิเวอร์พูลในเกมถล่มบาเซโลน่า 4 ประตูต่อ 0 ที่แอนฟิลด์

คำว่า Never give up นี้นอกจากจะบอกเพื่อนว่าอย่ายอมแพ้แล้ว ความจริงมันอาจเป็นคำที่โมซาลาห์ยึดถือเอาไว้ในหัวใจเรื่อยมาก็ได้

3.ความสำเร็จของโรเบิร์ตสายควัน

ลิเวอร์พูลเอคโค่มีสกู๊ปพิเศษที่เขียนเกี่ยวกับ สถิติของโรเบิร์ตสันและความสำเร็จของเขาในลิเวอร์พูล

ความความสำเร็จต่างๆ ของโรเบิร์ตสันมีดังนี้ครับ

หนึ่ง – ตลอดชีวิตของแอนดี้ โรเบิร์ตสัน เขาเคยปราชัยที่แอนฟิลด์เพียงเกมเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นคือสมัยที่เขายังเล่นให้กับฮัลส์ ซิตี้อยู่ พอย้ายมาสวมเสื้อลิเวอร์พูล ทุกครั้งที่เขาลงเล่นในแอนฟิลด์ เขายังไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้เลยแม้แต่เกมเดียว

สอง – ปัจจุบันโรเบิร์ตสันลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ไปแล้วทั้งสิ้น 41 เกม

สาม – เขาเป็นวิงแบ็คคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่สามารถ ทำแอสซิสต์ไปสูงถึง 11 ลูก(พรีเมียร์ลีค) เทียบเท่า Hinchcliffe ในปี 1994 -1995 และ Baines ในปี 2010 – 2011

สี่ – มีนักข่าวเคยถามโรเบิร์ตสันว่า คุณเอาพลังงานจากไหนมาวิ่งไปทั่วสนามได้มากขนาดนี้ เขาตอบกลับมาเพียงสั้นๆ ว่า “เหนื่อยแค่นี้ไม่เป็นไร ผมเคยไม่มีงานให้เหนื่อยมาก่อน” เขาหมายถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิตที่ผ่านมาก่อนจะรับงานฟุตบอลนั่นเอง

สุดท้าย – ทั้งหมดนี้ทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมผู้ชายคนนี้จึงได้รับปลอกแขนกัปตันของทีมชาติ สก๊อตแลนด์ไปครอง

4.การกลับมาของบราซิลเลี่ยนเร้ด

อดีตแนวรับหงส์แดงสัญชาติบราซิล ฟาบิโอ อเรลิโอ (นักเตะรุ่นเดียวกับเดิร์ก เคาท์) ได้เดินทางกลับมาแอนฟิลด์อีกครั้ง(ในเกมที่หงส์ถล่มอาเซน่อล 3-1) เขากล่าวว่าถึงแอนฟิลด์หลังจากสร้างใหม่แล้วว่า เป็นสนามที่ทวีความน่าเกรงขามต่อคู่แข่งเป็นอย่างมาก

ฟาบิโอกล่าวว่า

“มันดูน่ามหัศจรรย์มากเลยนะ มันไม่เหมือนแอนฟิลด์ในยุคที่ผมรู้จักจริงๆ ครั้งล่าสุดที่ผมกลับมาที่นี่ก็คือปี 2014 วันนั้นไม่มีฟุตบอล ไม่มีการแข่งขันอะไร ผมเซ็งนิดหน่อย เพราะผมอยากเห็นแอนฟิลด์ที่เต็มไปด้วยแฟนบอล

“แต่ตอนนี้ผมได้เห็นมันแล้ว มันแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก และมันทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นสิ่งที่ไม่เคยกลายเป็นมาก่อน แฟนบอลของพวกเราเพิ่มทวีขึ้น ไม่ใช่เพราะเราต่อเติมสนามให้ใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่เพราะเราต่อถ้วยแชมป์ให้มีมากขึ้นด้วยเหมือนกัน

“ผมรู้สึกดีจริงๆ ที่บรรยากาศของที่นี่เป็นไปแบบนี้”

จากนั้นนักข่าวก็ถามความเห็นของฟาบิโอ ถึง เฟอร์มิโน่ อลีสซงและฟาบิญโย่ ในฐานะที่เขาเป็นนักเตะบราซิลรุ่นพี่ ฟาบิโอพูดถึงรุ่นน้องจากประเทศของตัวเขาเอาไว้ดังนี้

“ความจริงถึงแม้ผมจะไม่ได้มาแอนฟิลด์บ่อยนัก แต่ผมก็ติดตามพวกเราอยู่เสมอจากทีวีที่บราซิลบ้านผม

“มันเจ๋งดีนะที่มีบราซิลเลี่ยนอยู่ในสนามแห่งนี้ ผมดีใจที่ลิเวอร์พูลเปิดรับนักเตะจากประเทศของผม ผมดีใจที่รุ่นน้องได้เข้ามาอยู่ในรั้วหงส์แดง เสียยิ่งกว่าดีใจที่ตัวผมเองเคยเล่นให้กับลิเวอร์พูลเสียอีก

“พูดก็พูดนะ ผมนี่แหละแฟนตัวยงของบราซิลเลี่ยนทุกคนในแอนฟิลด์เลย”