5 ประเด็นหลังเกมลิเวอร์พูลแม่นโทษชนะเชลซีเถลิงแชมป์ซูเปอร์คัพ

1.บีบหัวใจ

เกมนี้เป็นหลักฐานชั้นดีว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ลิเวอร์พูลลงเล่นที่เมืองอิสตันบูล เมื่อนั้นคนเป็นเบาหวาน ความดัน ควรหลีกเลี่ยงการับชมเป็นอย่างยิ่ง  !

แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะเรียกรอยยิ้มและความสุขให้เราออกมาในเวลาชูถ้วยแชมป์ก็ตาม

ถ้วยยูฟ่าซูเปอร์คัพในวันนี้ ตามกฏแล้วมันไม่มีความเกี่ยวข้องกับพรีเมียร์ลีคแต่ประการใด แต่ตามความเป็นจริง ชัยชนะที่ได้ในวันนี้ย่อมต้องส่งผลต่อความมั่นใจนักเตะในเกมลีคโดยที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยง

นอกจากชัยชนะที่เป็นพลังใจให้นักเตะหงส์แดงแล้ว อีกหนึ่งสถิติที่ต้องจารึกเอาไว้เป็นประวัติศาสตร์เลยก็คือ

หนึ่ง – สองทีมสุดท้ายจากอังกฤษที่บุกมาคว้าถ้วยยูฟ่าซูเปอร์คัพได้นั้น ก็คือ ลิเวอร์พูล กับ ลิเวอร์พูล (คือปี 2005 กับ 2019 ไงจ้ะ)

สอง – ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่มีสยามเหย้าอยู่สองเมืองนั้นก็คือ ลิเวอร์พูลกับอิสตันบูล (อิอิ)

2.การทดลองของคลอปป์

ในเกมสำคัญระดับตัดสินแชมป์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เยอร์เก็น คลอปป์กลับส่ง เชมเบอร์เลน ลงตัวจริงเป็นหนึ่งในสามประสาน ทว่านักเตะที่คอยเชื่อมเกมรุกทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่าง โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่กลับถูกจับนั่งสำรอง !

ครึ่งแรก เชมเบอร์เลน หายไปจากเกมแบบเห็นได้ชัด ช่างเชื่อมยังไงก็เหมาะสมกับตำแหน่งกองกลางมากกว่ากองหน้าจริงๆ

กระทั่งครึ่งหลัง ทีมถูกขึ้นนำ คลอปป์ตาสว่างส่งโรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่กลับมาลงเข้าล็อคสามประสาน

เพียงไม่ถึง 5 นาทีแรก ของครึ่งหลังลิเวอร์พูลก็กลับมาตีเสมอได้จากการทำประตูของซาดิโอ มาเน่ โดยมีเฟอร์มิโน่เป็นคนกดแอสซิสต์

และนั่นยังไม่นับว่าประตูที่ 2 ในช่วงทดครึ่งเวลาที่มาเน่เป็นคนทำ ก็มาจากการแอสซิสต์ของ เฟอร์มิโน่เหมือนกันนะ…

ซาลาห์ มาเน่ เฟอร์มิโน่ – สามประสานแนวรุกนี้หาใครมาแทนไม่ได้จริงๆ

3.สถิติหลังเกม

เรอัล มาดหริดซื้อเอเดน อาซาร์ออกไปจากเชลซีก็เหมือนการถอดเล็บสิงโตออกไป โชคร้ายตรงที่ สิงโตน้ำเงินตัวนี้ยังเหลือกองเต้เป็นเขี้ยวเล็บอยู่อีกหนึ่งคน !

ในครึ่งแรก แฟนลิเวอร์พูลพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แดนกลางของหงส์แดง ล้วนถูกกองเต้พิชิตไว้ทั้งสิ้น

กระทั่งเปลี่ยน เฟอร์มิโน่ -หมายเลข 9 กองหน้าที่พร้อมจะลงมาล้วงลูกในแดนกลางได้ ลงมาในครึ่งหลังนั่นแหละ ทุกอย่างจึงถึงดูดีขึ้น

อย่างไรก็ดี สถิติหลังภายใน 120 นาที บันทึกเอาไว้ว่า

โอกาสจบสกอร์ของลิเวอร์พูลกับเชลซีนั้นสูสีมาก มีโอกาสทั้งสิ้น 21 ต่อ 20 ครั้ง

แต่ลูกเข้ากรอบนั้นลิเวอร์พุลมากกว่าถึง 11 ต่อ 6 ลูก

ครองบอล 53 ต่อ 47 เปอร์เซ็น

ความแม่นยำในการส่งบอลอยู่ที่ 82 ต่อ 81 เปอร์เซ็น ทั้งๆ ที่ส่งบอลมากกว่า

วิเคราะห์ดูสั้นๆ ความจริง แลมพาร์ดคุมเชลซีนั้นไม่สมควรแพ้แมนยูถึง 4 ประตูต่อ 0 เลย เป็นโชคดีของแมนยูไนเต็ดมากกว่าที่แมทซ์นั้นคือเกมแรกของแลมพาร์ดที่ต้องลองนักเตะ และไม่พร้อมในอะไรหลายๆ อย่าง

พูดกันอย่างเป็นธรรม โดยไม่ถือฑิฐิว่าเป็นแฟนบอลหงส์แดงนะครับ เกมในวันนี้น แลมพาร์ดสอบผ่านทั้งเกมรับเกมรุกเลย  ถ้าเจ้าตัวยืนระยะฟอร์มการเล่นแบบนี้ไปจนจบฤดูกาลได้ น่ากลัวไม่น้อยว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งทีมที่ท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีคกับแมนซิตี้และลิเวอร์พูลเลยก็ได้

4.อาถรรพ์มือประตู

ริจะเป็นมือประตูให้ลิเวอร์พูลนั้นไม่มีทางง่าย

อาถรรพ์ของลิเวอร์พูลข้อหนึ่งก็คือ ผู้รักษาประตูทุกคนที่ก้าวเข้ามาเฝ้าเสาให้นั้นจะต้องทำพลาดอย่างใดอย่างหนึ่งทุกที

คาริอุส ทำพลาดในเกมชิงกับมาดหริด

อาเดรียน ทำพลาดโดนจับจุดโทษ ทั้งๆ ที่อีกไม่กี่นาทีทีมก็จะชนะ 2-1 อยู่แล้ว (มองอีกแง่ นี่คือการถูกความตื่นเต้นและกดดันเข้าเล่นงาน อย่าลืมนะครับว่า อาเดรียนไม่เคยลงแข่งในเกมนัดชิงที่สำคัญระดับยุโรปมาก่อน)

เขียนมาถึงตรงนี้ก็เพื่อจะบอกว่า ถ้าผู้รักษาประตูไม่เก่งถึงระดับได้ถุงมือทองคำสามใบในหนึ่งฤดูกาลแล้ว ดูเหมือนจะเอาชนะอาถรรพ์มือประตูของหงส์แดงไม่ได้จริงๆ

อย่างไรก็ดี คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ความจริงแล้วสถิติของอาเดรียนในเกมการแข่งขันวันนี้นั้นดีมาก เชลซีส่งบอลตรงกรอบทั้งหมด 6 ครั้ง ถูกอาเดรียนปฏิเสธไปถึง 4 ครั้งด้วยกัน

แต่ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา เกมนี้ถ้าลิเวอร์พูลยังมีอลีสซง รูปเกมอาจไม่ต้องต่อเวลาจนถึงดวลจุดโทษก็ได้ เพราะมันจะเป็นเหมือนที่ผมวิเคราะห์เอาไว้ก่อนเกมการแข่งขันว่า ลิเวอร์พูลนั้นเป็นทีมที่ใช้จังหวะโต้กลับโดยการออกบอลจากผู้รักษาประตูบ่อยมาก แต่เหมือนว่าอาเดรียนจะขาดทักษะนี้อยู่นิดหน่อย (เพราะยังไม่ซ้อมจนเข้ามือ)

สุดท้าย เกมนี้ความผิดพลาดมาจากอาเดรียน แต่เขาก็กลับมาแก้ตัวในเวลาสุดท้ายได้สำเร็จ

สำคัญกว่านั้น หากย้อนกลับไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อนไม่มีใครคาดคิดว่าประตูที่ลงเฝ้าเสาให้กับลิเวอร์พูลในวันนี้จะเป็นเพียงประตูมือสองคนหนึ่ง

ทว่าประตูมือสองคนนี้กลับเป็นกุญแจดอกสุดท้ายไปสู่การชูถ้วยแชมป์ที่สองในประวัติศาสตร์ของคลอปป์

เกมยูฟ่าซูเปอร์คัพในนัดนี้เหมือนจัดขึ้นมาเพื่อชายที่ชื่ออาเดรียนโดยเฉพาะจริงๆ

5.ยูฟ่าควรเอาอย่างไทย

ขอนอกเรื่องหงส์แดงสักนิดหนึ่ง

แมทซ์การแข่งขันวันนี้ เป็นเกมแรกที่ใช้ผู้หญิงเป็นกรรมการตัดสินถึง 3 ตำแหน่ง นั่นคือ กรรมการหลักและไลน์แมน(ต้องเรียกว่า ไลน์เกิร์ลต่างหาก) อยู่ในสนาม

เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งมิติที่น่าชื่นชม เพราะช่วยส่งเสริม สิทธิความเท่าเทียมของผู้หญิงในโลกการทำงาน

อย่างไรก็ดี คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าความจริงในประเทศไทยนี้สิทธิของผู้หญิง ไปไกลกว่ายุโรปมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในครอบครัวที่แม้จะถือว่าผู้ชายเป็นเสาหลัก แต่แท้จริงอำนาจการปกครองนั้นตกไปอยู่ที่ฝ่ายภรรยาทั้งสิ้น

เดี๋ยวนี้ที่บ้านผม ต้องทำให้พวกเธอหมด ทั้งซักผ้า กวาดบ้าน ล้างจาน กรอกน้ำ…

การส่งเสริมความเท่าเทียมของหญิง-ชายนี้ ยูฟ่าควรมาดูงานที่เมืองไทยบ้างนะครับ