“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวของลิเวอร์พูลประจำวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 62

1.นายไม่รักเราแล้วเหรอปีเตอร์

อลีสซง เบคเกอร์ลื่นล้มขณะเปิดบอลในเกมเปิดพรีเมียร์ลีค จึงต้องเดินออกจากสนามไป

เวลานั้นทุกคนใจชื้นเพราะเห็นอลีสซงเดินออกจากสนามได้ คิดว่า 1-2 เกมก็คงจะหาย แต่จากที่แพทย์ยืนยันภายหลังปรากฏว่า อลีสซงจะต้องพักยาวถึง 4-8 สัปดาห์

อย่างไรก็ดี ล่าสุดอดีตนักเตะลิเวอร์พูล อย่างปีเตอร์ เคาท์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้เอาไว้ว่า

“ผมไม่อยากจะพูดแบบนี้เลยจริงๆ แฟนๆ จะต้องโกรธผมแน่ แต่ถ้าพูดกันอย่างเป็นธรรมแล้ว กรณีของอลีสซงทำให้แมนซิตี้กำลังกุมความได้เปรียบและมันอาจจะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์เป็นสมัยที่สามติดต่อกันก็ได้

“สิ่งเดียวที่จะหยุดไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นอีกครั้ง ผมคิดว่าจะต้องเป็นการเบนความสนใจของเรือใบสีฟ้าไปสู่ยูฟ่าแชมป์เปียนลีค ถ้วยเดียวที่เป๊ปยอมแลกทุกสิ่งเพื่อมัน

“จริงๆ แล้วลิเวอร์พูลเราควรมุ่งมั่นที่แชมป์เปียนลีคเหมือนกันนะ เพราะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคุณคือทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป”

“อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นของแมนซิตี้คือรูปแบบที่ดุดดันแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการฟุตบอลจริงๆ”

นายไม่รักเราแล้วเหรอ ปีเตอร์ … (เศร้า)

2.มูรินโย่ทำนาย

นอกจากปีเตอร์ เคาท์แล้ว ล่าสุดโจเซ มูรินโย่ โค้ชฟุตบอลที่ปัจจุบันยังไม่ได้สังกัดทีมได้ ก็ได้ออกมาทำนายทีมลุ้นแชมป์ในพรีเมียร์ลีคปีนั้นด้วยเหมือนกัน โดยทีมที่มูรินโย่เลือกนั้นมีดังนี้

“ผมคิดว่าทีมที่จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีคในปีนี้มี แมทซิตี้ ทอตแน่มฮอตสเปอร์ส ลิเวอร์พูล และแมนซิตี้ทีมB !”

คำพูดคำจาบ่งบอกลายเซ็นมูรินโย่จริงๆ

อย่างไรก็ดีหากผู้อ่านสังเกตุดีๆ มูรินโย่ไม่เลือก เชลซีหรือแมนยูไนเต็ดเลย ทั้งๆ ที่เป็นอดีตสโมสรที่ตัวเองเคยเป็นเฮดโค้ชแท้ๆ

3.ตำนานแมนยูซูฮกคลอปป์

ไรอันกิ๊กออกมาซูฮกการทำทีมของเยอร์เก็น คลอปป์ โดยเจ้าตัวหวังว่า ทีมเก่าของเขาจะนำสิ่งที่เยอร์เก็น คลอปป์สร้างกับลิเวอร์พูลมาใช้เป็นแบบอย่าง

กิ๊กกล่าวเอาไว้ว่า

“คลอปป์เป็นคนที่ฉลาดมากๆ เลยนะ ผมและคุณก็คงเห็นเหมือนกันว่า เขามีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี

แม้จะไปอย่างเชื่องช้า แต่มันก็ได้ผล ผมเชื่อว่าแฟนแมนยูไนเต็ดเองก็อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นกับทีมเช่นกัน

“คุณไม่จำเป็นต้องบอกว่า ปีนี้เราจะชนะแชมป์ลีคให้ได้เพื่อดึงดูดคน พวกเขา(ลิเวอร์พูล) แค่แสดงพัฒนาการให้แฟนบอลเห็น แค่นี้ทุกๆ คนก็อยากออกมาติดตามมากขึ้นๆ แล้ว

“ผมและทุกๆ คนต่างก็อยากเห็นโอเลประสบความสำเร็จ แต่แม้เขาอาจจะทำไม่เสร็จ ผมก็อยากเห็นเขาเดินออกจากสโมสรไปในฐานะคนที่ยกระดับทีมให้สูงยิ่งขึ้น อย่างเช่นการทำให้นักเตะหน้าใหม่กลายเป็นที่รู้จัก ในช่วงสองถึงสามปีนี้ก็เพียงพอแล้ว”

แบบนี้เขาเรียก ลอกการบ้าน ชัดๆ

4.สรุปผลบอล

เกมจั่วหัวพรีเมียร์ลีคที่ใหญ่ที่สุดสัปดาห์แรกหนีไม่พ้นศึกระหว่าง แมนยูไนเต็ดกับเชลซี

คู่นี้ใครหลายคนอาจจะคิดว่าสูสี ก่อนเกมการแข่งขัน แต่ใครจะคิดว่าผลการแข่งขันจะขาดขนาด 4 ประตูต่อ 0

เจอแบบนี้ เข้าใจสถานการณ์เชลซีเลยครับ นักเตะเข้าทีมไม่มี โค้ชประสบการณ์ยังน้อย แถมนักเตะสำคัญยังออกจากทีมไปอีก

ในขณะที่แมนยูไนเต็ดซื้อนักเตะไปหลัก 100 ล้านปอนด์

ข่าวดีของเด็กลิเวอร์พูลก็คือ เกมยูฟ่าซุเปอร์คัพอาจไม่ยากอย่างที่คิด

ข่าวที่ดีกว่าก็คือ ศึกแดงเดือดปีนี้อาจจะมันส์กว่าปีที่ผ่านมา

5..แอนดี้โหมโรงยูฟ่าซุเปอร์คัพ

ไหนๆ ก็พูดเรื่องเชลซีแล้ว มาต่อกันที่สิงโตน้ำเงินครามกันเลยครับ ในแมทซ์ยูฟ่าซุเปอร์คัพที่จะเกิดขึ้นวันพุธนี้กันเลยครับ

ถ้วยใบนี้ไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ก็สำคัญ เพราะมันจะเป็นกำลังใจให้กับนักเตะในการลุยศึกพรีเมียร์ลีคได้แน่ๆ

แต่ตัวนักเตะเองมองว่าถ้วยใบนี้สำคัญเหมือนที่เรามองหรือเปล่า ? ล่าสุดเว็ปไซต์ทางการของลิเวอร์พูลออกมาเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของแอนดี้ โรเบิร์ตสัน ถึงความคิด(ตัวเขาและเพื่อนร่วมทีม)ที่มีต่อถ้วยใบนี้

นักข่าวถามโรเบิร์ตสันว่า

พวกคุณสนใจถ้วยซูเปอร์คัพใบนี้บ้างหรือเปล่าคะ เพราะมันไม่เล็กไม่ใหญ่อะไร ?

“แน่นอนพวกเราทุ่มคนทุ่มเทกับมันครับ” โรเบิร์ตสันตอบ “และมันก็ไม่ใช่เกมที่ง่ายเท่าไหร่นัก เพราะคู่แข่งที่เราเผชิญหน้าด้วยคือสิงโตน้ำเงินคราม ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมานะ ความจริงเกมนี้ก็คือพรีเมียร์ลีคบิ๊กแมทซ์เกมหนึ่งเลยนั่นแหละ พวกเราชนะยูฟ่า พวกเขาชนะยูโรป้า มันเป็นเกมที่มีกิมมิคดีนะ ว่าไหม

“ในมุมมองของผม นี่คือโอกาสดีเลยนะที่ผมจะได้ชูถ้วยสีเงินอีกครั้ง”

นักข่าวคนเดิมถามโรเบิร์ตสันต่ออีกว่า

เชลซีในตลาดซื้อขายที่ผ่านมาไม่โดดเด่นเลยนะ คุณเองก็รู้เหมือนกันใช่ไหม ?

“ผมรู้ว่าเขาเสียผู้จัดการทีมไป เสียเอเดน อาซาร์ ดาวิด หลุยส์ แต่คว้าพลูลิสซิคมาได้ นอกจากนั้นก็ยังมีนักเตะดาวรุ่งนิดหน่อย แต่อย่างไรก็ตามผมยังมองว่า พวกเขาคือเชลซีทีมที่เราจะสามารถประมาทได้เด็ดขาด พวกเขายังคงมีนักเตะที่ยอดเยี่ยมอยู่ที่นั่นมากมาย

“และผมก็คิดว่าความจริง แลมพาร์ดก็ทำดาร์บี้ได้ดีเลยนะ มันจะไม่เป็นเกมที่ง่ายสำหรับเราแน่ บางทีเชลซีที่ผมเคยเจอเมื่อฤดูกาลที่แล้ว กับตอนนี้อาจเป็นคนละทีมกันแล้วก็ได้ นั่นเป็นเรื่องที่ยากนะ แต่มันไม่ทำให้ผมตื่นตูมหรอก ที่ผมต้องทำก็คือเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งความฟิตและทำความรู้จักพวกเขาให้ดีกว่าเดิม”