“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวก่อนเกมลิเวอร์พูลเปิดรังรับนอริช ซิตี้

นกขมิ้นจะสู้พญาหงส์หรือ ?

ศักดิ์และศรีของลิเวอร์พูลที่คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่หกมาสามารถข่มขวัญศัตรูได้หมดทั้ง  19 ทีมในพรีเมียร์ลีค แต่กับนกขมิ้นหรือนอริชซิตี้แล้วมันอาจต่างออกไปสักเล็กน้อยนะครับ

เพราะนอริชก็แบกศักดิ์และศรีของอันดับ 1 แชมป์เปียนชิพมาด้วยเหมือนกัน

จะอย่างไรก็ตาม ก่อนเกมการแข่งขันวันนี้ผมรวบรวมข่าว สถิติ และความเคลื่อนไหวต่างๆ มาฝากพ่อแม่พี่น้องที่มีหัวใจบรรจุเครื่องจักรสีแดงกันครับ

เริ่มกันที่เรื่องแรก สถิติ

1.สถิติ

พูดกันแบบตรงไปตรงมา พรีเมียร์ลีคเปิดมาได้ 30 ปี ลิเวอร์พูลกับนอริช ซิตี้ วนเวียนมาพบกันเพียงแค่ 16 เกมเท่านั้น

แต่ใน 16 เกมดังกล่าว มีประตูเกิดขึ้นไปแล้วทั้งสิ้น 63 ลูก (เฉลี่ยมีประตูเกิดขึ้นเกมละ 4 เม็ด) โดยฝั่งลิเวอร์พูลส่งบอลเข้าไปกองหลังตาข่ายเจ้านกขมิ้นได้ทั้งสิ้น 45 ประตู และนกขมิ้นทำประตูใส่พญาหงส์ได้เพียง 18 ประตูเท่านั้น

อย่างไรก็ดี 5 เกมล่าสุดที่พบกัน นอริชซิตี้ยังไม่สามารถค้นหาชัยชนะจากลิเวอร์พูลได้แม้แต่เกมเดียว แถมในห้าเกมดังกล่าวมีถึง 3 แมทซ์ด้วยกันที่ถูกลิเวอร์พูลถล่มประตูไป 5 ลูก

สถิติหงส์แดงขี่คู่ต่อสู้แบบนี้ สงสัยเราจะออกตัวคว้า 3 คะแนนตั้งแต่เกมแรกแล้วละครับพี่น้อง (อันนี้อย่าหาว่าผมโม้ครับ / ให้เรียกว่าปลุกใจแทน ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

2.เทพีแห่งโชค

เอาสถิติมากางให้ดูแล้ว ถ้ายังมีคนไม่เชื่อว่าเกมแรกเราขี่นอริชซิตี้อยู่ประมาณ 7 กระบวนท่า ก็ขอให้คำนวนอีกหนึ่งปัจจัยเข้าไปนะครับ

เพราะผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า กรรมการผู้ตัดสินเกมแรกของพรีเมียร์ลีค ระหว่างแชมป์ยุโรปกับแชมป์เปียนชิพนั้นมีนาม ไมเคิล โอลิเวอร์ (พูล)

ไม่ต้องพูดเยอะเจ็บคอ ฤดูกาลที่แล้วเฮียโอลิเวอร์ลงตัดสินให้กับลิเวอร์พูลทั้งสิ้น 5 เกม โดยลิเวอร์พูลสามารถคว้าชัยชนะไปได้ 4 เกม เสมออีก 1 (ไม่แพ้เลยนะจ้ะ)

นอกจากนี้ยังมีข่าวแว่วมากอีกว่า เฮียโอลิเวอร์พูลจะลงเป็นผู้ตัดสินในศึก ยูฟ่าซูเปอร์คัพระหว่างลิเวอร์พูลกับเชลซีอีกด้วย

3.บทสัมภาษณ์ของคลอปป์

เว็ปไซต์อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูลลงบทสัมภาษณ์ชองเยอร์เก็น คลอปป์ที่ต้องให้แถลงข่าวก่อนเกมตามธรรมเนียมโลกฟุตบอล โดยเยอร์เก็น คลอปป์กล่าวถึงนอริช ซิตี้ เอาไว้ว่า

“มันไม่เกี่ยวกับว่า ทีมผมจะออกสตาร์ทได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรนะครับ แต่มันเกี่ยวกับว่า ทีมผมจะออกสตาร์ทได้ดีที่สุดในสถานการณ์นี้หรือเปล่ามากกว่า สิ่งที่สำคัญมากๆ เลยก็คือ พวกผมคว้าแชมป์ยุโรปมาได้เมื่อฤดูกาลก่อน เราต้องทำให้ทุกคนยังเห็นภาพนั้น เราต้องทำให้ทุกคนเห็นว่า ลิเวอร์พูลคือทีมที่ไม่มีใครต้องการปะทะด้วย”

ดีครับบอส จู่ดจมตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งแบบนี้ เกมนี้เรามาแน่

อย่างไรก็ตามเยอร์เก็น คลอปป์ยังกล่าวต่อไปอีกด้วยว่า

“ผมคิดว่า บรรยากาศของแฟนบอลนั้นจะออกมาได้น่าประทับใจ เพราะเราได้เล่นในสนามที่เราภาคภูมิใจอย่างแอนฟิลด์ แฟนบอลรอคอยเวลานี้มานานแล้ว และผมกับลูกทีมก็รอคอยที่จะได้ลงเล่น ณ แอนฟิลด์อีกครั้งเช่นกัน

“ความจริงในมุมมองของผู้จัดการทีม นักเตะจำเป็นจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 เกม เพื่อเรียกฟอร์ม 100 เปอร์เซ็นออกมา แต่การได้เล่น ณ แอนฟิลด์ บรรยากาศและเสียงซึ่งไม่มีสนามใดเทียบเท่านั้น จะทำให้นักเตะว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ตั้งแต่เกมแรก

“คุณไม่ต้องสนใจหรอกว่าคู่แข่งจะเป็นใคร การแข่งขันจะอยู่ในรูปแบบไหน ขอแค่เสียงกระหึ่มจากพวกคุณ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง

“ผมคิดว่าเราจะพร้อมในเกมนี้ หลายเดือนเลยนะที่เราไม่รวมใจกันแบบนี้ ตอนนี้ เราควรทำให้ทั้งโลกได้รู้ว่า เรากำลังกลับมารวมใจกันอีกครั้ง ลุยกันเถอะ”

4.บทสัมภาษณ์โค้ชนอริช ซิตี้

เอาละลงบทสัมภาษณ์ของผู้จัดการแชมป์ยุโรปไปแล้ว

เดี๋ยวจะหาว่าลำเอียง (แม้นี่จะเป็นข่าวจะเพจหงส์แดงก็เถอะ) ก็เลยแปลบทสัมภาษณ์ของเฮดโค้ชของนกขมิ้นมาให้ผู้อ่านได้ทราบกันบ้าง

Daniel Farke หรือโค้ชนอริช ซิตี้ กล่าวก่อนเกมเอาไว้ว่า

“ผมขอให้สัญญาว่าทุกๆ เกมที่เราตราทัพไป เราทำเพื่อชัยชนะด้วยกันทั้งสิ้น ทีมของผมจะไม่เล่นเพื่อรักษาสกอร์แน่นอน จะชนะหรือแพ้ พวกผมก็จะยึดมั่นกับการทำให้เต็มที่ที่สุด เท่าที่จะทำได้ เท่าที่ทุกๆ สิ่งที่หัวใจเรามี”

ใจมันได้นะ เกมคืนวันนี้ รับรองว่าสนุกแน่นอน

5.เอาใจช่วย ณเดช

เกมกับนอริชซิตี้นี้ เดิมทีเยอร์เก็น คลอปป์เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บางทีลิเวอร์พูลมายังใช้ซาดิโอ มาเน่ เป็นตัวหลักไม่ได้ แม้จะกลับมารายงานตัวแล้วก็ตาม

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า พ่อ ณเดช สุดหล่อของเราจะฟิตซ้อมร่างกายมาอย่างดีและมีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงพร้อมกับ 3 ประสานเลย (สุดท้ายคนที่ดูไม่ฟิตที่สุดก็คือบ้อบบี้ เพราะพุงย้วยไปหน่อย ฮ่าๆ ไปหารูปดูกันได้นะครับ)

อย่างไรก็ดี สถิติที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งมีว่า ซาดิโอ มาเน่ เป็นนักเตะที่สามารถทำประตูในเกมแรกให้กับลิเวอร์พูลได้เสมอ (ในขณะที่ซาลาห์มักจะเครื่องตัดในช่วงกลางถึงท้ายซีซั่น)

ดังนั้นเกมนี้เรามาลุ้นให้มาเน่ทำประตูแรกประเดิมให้กับลิเวอร์พูลกันนะครับ พี่น้องหงส์แดง

เครื่องจักรสีแดงจะกลับมาทำงานอีกครั้งแล้ว !