5 ประเด็นหลังเกมหงส์แดงพ่ายแมนิซิตี้แก้เคล็ดศึกชิงโล่การกุศล

1.วาระแห่งชาติ

คมตัดคมระหว่างแมนซิตี้กับลิเวอร์พูลในศึกคอมมูนิตี้ชิลด์เมื่อคืนนี้ แพ้ชนะวัดกันที่คำๆ เดียว

ดวง !

แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่า เป็นดวงดีในแนวรับของแมนซิตี้ หรือ เป็นดวงกุดในแนวรุกของลิเวอร์พูลกันแน่

ลองคิดดูนะครับซาลาห์ส่งบอลชนเสา ประมาณ 3 ลูกได้

นั่นยังไม่นับบอลที่ไม่ข้ามเส้นจากฟานไดซ์ และสุดท้าย อลีสซงปัดบอลได้ตอนวัดจุดโทษหนึ่งลูก แต่เสียดายที่ความแรงของบอลยังส่งให้เข้ากรอบอยู่ดี

เจอเข้าไปขนาดนี้ ผมคิดว่าเรื่องดวงควรผลักดันเป็นนโยบายหลักของทีมเราครับ โดยก้าวแรกที่เด็กหงส์เมืองไทยควรทำเลยก็คือ เรียกร้องให้เพื่อนไปแก้บนที่เคยขอไว้ตอนลิเวอร์พูลเข้าชิงแชมป์ยูฟ่ากับสเปอร์สเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ก่อนที่ภาพจำเรื่องดวงของลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เช่น พลิกชนะในนาทีสุดท้าย หรือสกัดบอลได้ในโมเมนต์ สำคัญจะหายไป

เรื่องนี้จริงจังนะครับ…

2.ไม่เชื่อดูสถิติหลังเกมได้

ถ้ายังคิดว่าประเด็นเรื่องดวงผมเขียนเล่นๆ ขำๆ ผมขอให้ดูสถิติต่อไปนี้ครับ

ความจริงเกมนี้ลิเวอร์พูลเป็นต่อแมนซิตี้หลายกระบวนท่า เรามีโอกาสจบสกอร์ 17 ครั้ง ส่งบอลเข้ากรอบ 9 ลูก ในขณะที่แมนซิตี้ทำได้เพียง จบสกอร์ 8 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้งเท่านั้น

ลิเวอร์พูลครองบอลมากกว่าเรือใบสีฟ้า 53 ต่อ 47 เปอร์เซ็น

ส่งบอลมากกว่า 527 ต่อ 477 ลูก

ที่สำคัญยังผ่านบอลได้แม่นกว่า 85 ต่อ 81 เปอร์เซ็น (ค่านี้บ่งบอกความเหนือชั้นกว่าครับ เพราะความจริงยิ่งส่งบอลมากต้องยิ่งพลาดมาก แต่กลายเป็นว่าเราพลาดน้อยกว่าทั้งๆ ที่ส่งเยอะกว่า)

เห็นไหมครับ ใช่จะโทษว่า บอลเราสู้แมนซิตี้ไม่ได้ เราสู้ได้ครับตามสถิติที่ว่ามา แม้จะยังมีสามประสานไม่ครบทีมก็ได้

อย่างไรก็ดี มองอีกมุมหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องดวงเหมือนกัน

ความพ่ายแพ้ในเกมวันนี้จะถือว่าเป็นการแพ้แก้เคล็ดก็ได้นะครับ เพราะสถิติเราขี่แมนซิตี้อยู่กลายกระบวนท่าจริงๆ ดังนั้นเกมต่อไปที่เครื่องจักรสีแดงดวลกับเรือใบสีฟ้า นักเตะของเราจะได้มีแรงฮึดสู้ฟัด เพราะคิดว่า ต้องทำให้ดีกว่าเดิมอีกเท่าหนึ่ง !

3.มุมของโกเมส

หลังเกมการแข่งขัน เว็ปไซต์อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูลออกมาเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของไอ้หนู โจ โกส ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงคู่กับเวอร์กิล ฟานไดซ์

โดยโกเมซกล่าวถึงเกมพ่ายแมนซิตี้ในวันนี้เอาไว้ว่า

“พวกเขาเล่นดีกว่าเราในครึ่งแรกจริงๆ ครับ แต่นั่นคือสิ่งที่เพื่อนร่วมทีมของผมตระหนัก และครึ่งหลังทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

“สิ่งที่เราทำทั้งหมดคือสิ่งที่สมควรเกิดขึ้น เราถูกดันในครึ่งแรก แต่ก็สามารถแก้เกมในครึ่งหลังได้สำเร็จ แม้ว่าโอกาสทองของเราจะถูกสกัดเอาไว้โดยไคล วอคเกอร์ ก็เถอะ เราโชคไม่ดีจริงๆ ที่เจอนักเตะมากความสามารถแบบเขา

“ผมรู้สึกว่า บอส กำลังพยายามทำให้พวกผมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า คู่แข่งของเราคือแมนซิตี้อย่างแท้จริง ดังนั้นเกมในวันนี้จึงเข้มข้นมากๆ แต่นี่ก็แค่เกมๆ หนึ่งเท่านั้นครับ เพราะการแข่งขันกับแมนซิตี้จะเริ่มต้นนับจากวันนี้ไปจนจบฤดูกาลต่างหาก

“วันนี้ ทุกคนที่ได้ลงสนามนั้นกำลังทำความเข้าใจกับตัวเราเอง ปัญหาที่มี สิ่งที่ต้องเพิ่ม ต้องพัฒนา และเรื่องอื่นๆ ที่เป็นฟุตบอลครับ

“สุดท้าย ผมคิดนะครับว่า จริงๆ เกมนี้เราไม่มีอะไรแย่เลย เราเล่นได้ดีแล้ว และดีพอจะเป็นผู้ชนะด้วยซ้ำ นั่นคือความคิดของผมครับ”

4.ดาวรุ่งไปไหน ?

เกมนี้บอสไม่ส่งเด็กๆ ลงเล่นเลย ทั้งๆ ที่มีโควต้า เปลี่ยนตัวนักเตะถึง 6 คน แม้แต่ช่วงใกล้หมดเวลาก็ยังไม่ส่ง

แปลว่าบอสยังไม่วางใจให้เล่นในเกมสำคัญใช่ไหม (แม้นี่จะเป็นฟุตบอลการกุศล แต่ดูทรงซิตี้กับลิเวอร์พูลที่ตัดคมกันแล้ว มันไม่กุศลเท่าไหร่นะ)

อืมม์ ถ้ายังวางใจเด็กลงตัวจริงในเกมใหญ่ไม่ได้ ผมก็รำพึงกับตัวเองสั้นๆ ว่า

เหลือเวลาอีกประมาณ 3 วัน ตลาดจะปิดแล้ว สักตัวกองหน้าเด็ดๆ สักคนดีไหมล่ะบอส

5.หลังเกมกับคลอปป์

เกมนี้เราไม่เห็น เจม มิลเนอร์ เลย ทั้งๆ ที่เมื่อไหร่ก็ตามที่ลิเวอร์พูลมีโปรแกรมใหญ่ คลอปป์จะส่งลงเล่นตลอดเพราะเป็นกองกลางที่มีความเก๋าที่สุด ดังนั้นหลังเกมการแข่งขัน นักข่าวก็เลยส่งคำถาม ถามคลอปป์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมิลเนอร์กันแน่

คลอปป์ตอบว่า

“เขามีปัญหากล้ามเนื้อบาดเจ็บ พรุ่งนี้เขาอาจจะกลับมาซ้อมกลับเราได้ แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นหรอกนะ อย่างเร็วที่สุดก็คือวันอังคารนี้แหละ”

ไหนๆ ก็เอาบทสัมภาษณ์เยอร์เก็น คลอปป์เรื่องอาการบาดเจ็บของมิลเนอร์ มาแล้ว เราไปอ่านบทสัมภาษณ์คลอปป์หลังเกมฉบับเต็มๆ กันบ้างดีกว่า

คลอปป์พูดถึงฟอร์มการเล่นของทีมเขาเอาไว้ว่า

“ด้วยความสัตย์จริง ผมรู้สึกไม่เสียใจกับฟอร์มการเล่นวันนี้เลย ผมเคยพูดไปแล้วว่า ถ้าเราอยากเตรียมพร้อมใส่เดี่ยวกับแมนซฺตี้จริงๆ เราต้องมีพรีซีซั่นกับพวกเขาสักครั้ง เพื่อจะเห็นศักยภาพที่แท้จริงที่พวกเขาทำได้

“และพวกเขาก็ทำให้ผมเห็นในครึ่งแรก คุณเองก็คงจะเห็นเช่นกัน พวกเขามีลูกโต้กลับที่น่ากลัว มันทำให้เกมยาก แต่ทั้งหมดนั่นก็ทำให้พวกเราได้เห็นว่า เราสามารถเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่างได้ในครึ่งหลัง

“พรีซีซั่นจะทำให้นักเตะไม่สามารถใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ของพวกเขาได้ เพราะเหมือนกับคุณใส่โปรแกรมลงไปในหัวแล้วว่านี่คือช่วงเวลาที่คุณต้องพักกล้ามเนื้อ จนกระทั่งวันนี้มาถึง ลูกทีมของผมไม่รู้สึกเหนื่อยล้าที่ต้องวิ่งสู้ฟัดเมื่อต้องจริงจัง ผมชอบนะที่เกมนี้ เป็นเกมกระตุ้นลูกทีมผม

“และชอบมากจริงๆ สำหรับครึ่งหลังของเรา มันคือทางที่ดีที่สุดที่ผมจะเล่นกับแมนซิตี้ได้ สุดท้ายผมชอบเกมนี้มากจริงๆ แต่ไม่ชอบสกอร์ที่ออกมาแบบนี้เลย สำหรับผมถ้วยใบนี้มีความสำคัญกับผมเหมือนกันนะ”