5 ประเด็นหลังเกมหงส์แดงคืนชีพถล่มลียง 3-1

1.สถิติหลังเกม

ใครจะคิดว่า อลีสซง กลับมาเฝ้าเสาให้ลิเวอร์พูลเพียงแค่ 4 นาที พ่อหมีก็ถูกจับฟาวในกรอบเขตโทษ ข้อหน้าตะครุบขากองหน้าของ ลียง แทนที่จะตะครุบบอล

นั่นอาจทำให้ผู้เล่นของลียงได้ใจ เพราะพวกเขาสามารถทำประตูใส่ลิเวอร์พูลได้ตั้งแต่ต้นเกม

แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า แม้นั่นจะเป็นประตูที่เร็วที่สุด แต่ประตูนั้นไม่ต่างอะไรไปจากสำนวนที่เรียกว่า ‘น้ำผึ้งหยดเดียว’ เลย

คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า หลังจากหงส์แดงถูกทำประตูแรกไปตั้งแต่นาทีที่ 4 ลิเวอร์พูลก็สามารถกลับมาทวงสกอร์ได้ในอีก 10 นาทีต่อมา และจากนั้นหงส์แดงก็กระหน่ำจบสกอร์ใส่ โอลิมปิค ลียง แบบไม่ยั้งมือ

ตลอดเวลา 90 นาที ลิเวอร์พูลครองบอลสูงถึง 63 เปอร์เซ็น ในขณะที่ ลียง ได้บอลเพียง 37 เปอร์เซ็นเท่านั้น

(สถิตินี้คือการครองบอลที่สูงที่สุดของลิเวอร์พูลตั้งแต่เปิดพรีซีซั่นที่อเมริกามาเลยนะครับ)

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ลิเวอร์พูลทั้งดาวรุ่งและผู้เล่นตัวหลักต่างแย่งกันจบสกอร์ไปทั้งสิ้น 15 ครั้ง ตรงกรอบอีก 8 ครั้ง ในขณะที่ ลียง นั้นมีโอกาสจบสกอร์เพียงแค่ 6 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้งเท่านั้น

2.คำสัญญาของคลอปป์

เยอร์เก็น คลอปป์ให้สัมภาษณ์เอาไว้หลังปราชัยในศึกกับนาโปลีเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า

“จะให้ผมทำอย่างไร ผมมีพรีซีซั่นที่ขาดผู้เล่นหลักไปถึง 6 คน แต่ผมก็ยอมรับความพ่ายแพ้ที่มีติดต่อกันมา และผมสัญญาว่าเกมต่อไปผลลัพธ์มันจะไม่ออกมาเป็นเช่นนี้อีก”

บางคนอาจคิดว่าคำสัญญาของคลอปป์นั้นเป็นสิ่งที่คาดหวังได้แค่ เพียงลมๆ แร้งๆ และอาการเรียกร้องผู้เล่นตัวหลัก 6 คน นั้นก็เป็นเพียงอาการงอแง แต่ก็ไม่ยอมซื้อนักเตะเข้าทีมเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงก็คือ ผู้เล่นตัวหลักนั้นสร้างอิมแพคกับเกมได้สูงมาก สังเกตุดูนะครับว่า หลังจากโดนขึ้นนำไปในนาทีที่ 4 ตัว ลิเวอร์พูลก็สามารถกลับมาตีเสมอได้ในอีก 10 นาทีต่อมา

นั่นคือ การผสานงานกันระหว่างจาก เฟอร์มิโน่ โดยมีแอสซิสต์เป็นเกอิต้า

เรื่องน่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ หลักที่พึ่งกลับมา 4 คน ประจำอยู่ในไลน์อัพของแนวรุกด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับไลน์อัพตลอด 4 นัดที่ผ่านมาในช่วงพรีซีซั่นที่หงส์แดงมองหาชัยชนะไม่เจอ

สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากเรื่องนี้ก็คือ คลอปป์ไม่ได้งอแงเรียกร้องนักเตะตัวหลักทั้ง 6 เพื่อหาข้ออ้างในการพ่ายแพ้ แต่มันคือสิ่งที่คนที่ใกล้ชิดที่สุดกับทีมมองเห็นภาพรวมเท่านั้นเอง

3.แมนออฟเดอะแมทซ์

เกมนี้มีผู้เล่นน่าจับตามองมากที่สุดอยู่สองคน

หนึ่ง – คียานา ฮูเวอร์

ไอ้หนูดาวรุ่งที่ถูกบอสจับไปเล่นตำแหน่งแบ็คขวาแทนอเล็กซานเดอร์อาโนล และสามารถเปิดบอลจากปีกข้าง วิถีบอลโค้งสวยที่สุดเท่าที่จะสวยได้ ตกลงตรงเท้าคู่แข่ง และบอลลูกนั้นก็กลายเป็นประตู

แฟนบอลลิเวอร์พูลที่ใช้ทวิตเตอร์ต่างก็โหวตให้ คียานา กลายเป็นแมนออฟเดอะแมทซ์ในเกมนั้น เพราะสร้างประตูที่แปลกที่สุดลูกหนึ่ง (แม้จะไม่ได้มีชื่อเป็นคนทำประตูก็เถอะ)

อย่างไรก็ตามผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ความจริง คียานา พึ่งได้รับสัญญาฉบับใหม่จากลิเวอร์พูลก่อนเกมการแข่งขันไม่ถึง 24 ชั่วโมง ในบทสัมภาษณ์ท่อนหนึ่งที่คียานาให้สัมภาษณ์ตอนเซ็นสัญญาฉบับใหม่นั้นมีว่า

“ถ้ามีโอกาส ผมอยากลงไปเจอกับแมนซิตี้ในศึกพรีเมียร์ลีคดูสักครั้ง ผมอยากรู้ว่าความรู้สึกที่ต้องเผชิญหน้ากับแชมป์เปียนมันเป็นยังไง”

ใจมันได้นะ ไอ้เด็กคนนี้

สอง – แฮรี่ วิลสัน

ถ้าตามอ่านบทความในเพจอยู่เรื่อยๆ จะเห็นว่า ผมคือคนที่พ่อยกให้กับวิลสันอยู่ตลอดไม่ขาดสาย และวันนี้ผมจะขอเป็นพ่อยกวิลสันอีกสักวันครับ

แฮรี่ วิลสัน โดดเด่นแค่ไหนลองถามใจคุณดู วันนี้ทำประตูที่ 3 ให้กับทีม เป็นบอลที่ซัดจากเสาสอง บอลพุ่งเข้าใต้คาน ประตูทำได้แค่เซฟบอลนั้นด้วยสายตา

นี่คือประตูลูกเก่งของวิลสัน และเป็นบอลเสาสองที่ลิเวอร์พูลขาดหายไปนานตั้งแต่ คูตินโย่ออกจากทีมไป

อย่างไรก็ดีการทำประตูของวิลสันในครั้งนี้ ทำให้เขาเป็นดาวรุ่งหนึ่งในสองคนเท่านั้นที่สามารถทำประตูได้ถึง 3 ลูกในช่วงพรีซีซั่น โดยที่อีกคนก็คือ ริอาน บริวสเตอร์ ที่ทำไปแล้ว 4 ประตู (แต่บริวสเตอร์มีจุดโทษด้วยนะ)

อย่างที่ผมเคยพูดไว้เสมอมาและจะพูดแบบนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ นะครับว่า ไอ้เด็กแสบสองคนนี้แหละจะกลายเป็นเสาหลักของลิเวอร์พูลต่อไปในอนาคต

แต่ตอนนี้ขอเวลาก่ออิฐก่อปูนสัก 1-2 ฤดูกาลนะ (เกิดแล้วรับรอง 80 ล้านปอดน์ต้องเป็นอย่างน้อยสำหรับค่าฉีกสัญญาแน่)

4.นาทีที่ 63

เกมนี้ ฮาวีย์ เอลเลียตได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีที่ 63 เช่นเดียวกับ ออคเหลด เชมเบอร์เลน

ในเกมนี้จะเห็นได้ว่า คลอปป์ยังยืนยันที่จะใช้ช่างเชื่อมในตำแหน่งกองหน้าต่อไป แม้รูปแบบแล้วช่างเชื่อมจะไม่หวือหวาเท่ากับตำแหน่งกองกลางตัวรุกที่เขา (เคยบอกว่า) อยากเล่น (เมื่อตอนอยุ่อาเซน่อล) ก็ตาม

ใครมีเจโตปริยญาณ นั่งฌามจนสำเร็จมา ผมรบกวนอ่านความคิดเยอร์เก็น คลอปป์ให้ผมทีว่า บอสแกคิดอะไรอยู่กันแน่

5.หลังเกมกับคลอปป์

คลอปป์พูดเอาไว้หลังเกมด้วยความดีใจว่า

“ผมพูดเอาไว้ในเกมที่แล้ว แล้วมันก็ชัดเจนดีใช่ไหม” (ได้ทีแล้วเอาใหญ่เลยนะบอส ฮ่าๆ)

“หลังจากลิ้มรสความพ่ายแพ้ มันกลับกลายเป็นว่า สิ่งนี้กระตุ้นให้พวกเรากระหายชัยชนะมากขึ้น และเราจะกระหายมากขึ้นไปอีก

“วันนี้เป็นสัญญาที่ดีนะ จบพรีซีซั่นแบบสวยงามได้ เพราะคุณก็รู้นี่ว่า โอลิมปิคลียงไม่ใช่ทีมระดับพื้นเพทั่วไป พวกเขาเป็นทีมที่ดี ทีมหนึ่งเลยนะ พวกเราไม่ปล่อยให้พวกเขาใช้ความเร็วโจมตีเราในแดนหน้า(ของลียง) ได้ พวกเขามีตั้งเดปายและนักเตะคนอื่นๆ ที่ดุดัน

“แต่พวกเราก็เล่นเกมรับได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งแรก แม้เราจะโดนจุดโทษตั้งแต่เริ่มเกมเลยก็เถอะ มันมาจากความผิดพลาด ผมเข้าใจ แต่อลิ พึ่งกลับมาซ้อมได้แค่ 2 วันเท่านั้น บางทีเราต้องให้เวลาพวกเขาในการปรับตัวก่อน ผมหมายถึงคนอื่นๆ ที่พึ่งกลับมาด้วย

ขอเวลาพวกเขาสักนิด ผมว่าจะมีแต่พัฒนาขึ้นๆ ตอนนี้เรามีเกมกับซิตี้รอคอยอยู่ในอีก 3 วันข้างหน้า เรามาดูกันครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

ขอแชมป์ชูให้อุ่นใจนะครับ บอส เพราะบางทีมเขาได้แชมป์ (อุ่นเครื่อง) มาอวดเราแล้ว