“เก็บตกหงส์แดง” 5 ประเด็นหลังเกมหงส์พ่ายนาโปลี 0-3

1.สถิติหลังเกม

ดูเหมือนว่าความเจ็บปวดของอันเชต๊อตติ ที่ถูกลิเวอร์พูลเขี่ยตกรอบแชมป์เปียนลีคจะถูกนำมาระบายใส่ลิเวอร์พูลในเกมพรีซีซั่นหมดแล้ว

ลิเวอร์พูลปราชัยต่อนาโปลี 3 ประตูต่อ 0

เป็น 3 ลูกที่อยากจะแก้ตัวว่า แค่ลองเด็กดาวรุ่งลงสนาม แต่เรื่องของเรื่องก็คือ คลอปป์ส่งผู้เล่นตัวจริงลงเปิดเกมตั้งแต่นาทีที่ 0 จนถึง 62 (มีเพียงมินโย่เลต์และเชมเบอร์เลนเท่านั้นที่ฤดูกาลที่แล้วไม่ค่อยได้ลงสนาม)

แต่ความจริง แม้สกอร์จะออกมาในรูปแบบที่ไม่น่าพอใจนัก แต่ถ้าดูรูปเกมโดยรวมแล้วจะเห็นว่า ความจริงลิเวอร์พูลกลับเป็นฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าด้วยซ้ำ

เพราะสถิติหลังเกมยืนยันว่า

หนึ่ง – ลิเวอร์พูลครองบอลเหนือกว่านาโปลี 60 ต่อ 40 เปอร์เซ็น

สอง – ลิเวอร์พูลมีการจบสกอร์ 12 ครั้ง ในขณะที่นาโปลีจบสกอร์ได้เพียง 8 ครั้ง

และสุดท้าย – ความแม่นยำและการส่งบอลก็มากกว่าตามสถิติในรูปภาพ

แต่ข้อน่าสังเกตุและไม่ควรละเลยไปเลยก็คือ ลิเวอร์พูลที่มีโอกาสจบสกอร์มากกว่านาโปลีนั้น มีบอลเข้ากรอบเพียงแค่ 3 ลูกจาก 12 ลูกเท่านั้น ในขณะที่นาโปลีมีโอกาสจบสกอร์ 8 ครั้ง บอลพุ่งตรงเข้ากรอบสูงถึง 7 ครั้ง

2.วิเคราะห์

จากสถิติที่กล่าวมาข้างต้นทำให้เห็นว่า

กองหน้าที่คลอปป์พยายามดันขึ้นมาทดแทนอย่างเชมเบอร์เลน และ ไวนาดุมนั้น ไม่สามารถทดแทนสามประสาน SMF ได้จริงๆ

เรื่องนี้ธรรมดาครับ เพราะสามประสานตัวหลักของหงส์มาจากแนวรุกธรรมชาติ ในขณะที่ไวนาดุมกับเชมเบอร์เลนนั้น เป็นกองกลางที่ถนัดการมองหาช่องจ่ายบอลมากกว่ามองหาช่องทำประตู นอกจากนั้นยังมีเรื่องการล้ำหน้าที่เป็นสิ่งที่กองหน้าต้องท่องให้ขึ้นใจมากกว่ากองกลางเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย (ความจริงไวนาดุมทำ 1 ประตู แต่มาจากลูกล้ำหน้าครับ)

ถ้าคลอปป์อยากดันจินี่กับช่างเชื่อมจริงๆ เวลาเท่านั้นครับที่จะหล่อหลอมให้กองกลางกลายเป็นกองหน้าได้ (นี่เพิ่งลงเป็นแนวรุกแค่ 2 เกมเอง)

อีกประเด็นหนึ่งที่เราเห็นได้ก็คือ เกมนี่ไม่มีใครโทษมินโย่เลต์ เพราะแต่ละประตูที่มันพุ่งเข้ามานั้น…ยากเกินมาตรฐานโกลธรรมดาจะรับได้จริงๆ ครับ ดังนั้นทางเดียวที่ลิเวอร์พูลจะคืนฟอร์มประตูสุดแกร่งได้ก็คือ

นำ อลีสซง เบคเกอร์ นายประตูเพียงคนเดียวที่สามารถคว้า 3 ถุงมือทองคำพร้อมกันในหนึ่งฤดูกาลกลับมาเฝ้าเสา นี่คือผู้รักษาประตูที่ถูกขนานนามว่าอ่านจังหวะตัดบอลและเซฟจังหวะปาฏิหารย์ได้ดีที่สุดคนหนึ่ง

3.นักเตะใหม่สองคน

วันนี้นอกจากความพ่ายแพ้แล้ว อีกหนึ่งความชื่นอกชื่นใจของแฟนหงส์แดงก็คือ การได้เห็นนักเตะใหม่อย่างเซปป์ ฟาน เดน เบิร์ค และ ไอ้หนู ฮาวีย์ เอลเลียตลงสนามพร้อมๆ กันนี่แหละครับ

เซปป์ลงสนามในนาทีที่ 79 แทน รุ่นพี่กังหันลมอย่างเวอร์กิล ฟานไดซ์

เช่นกัน เอลเลียตลงมาในนาทีที่ 79 แทนเจม มิลเนอร์ ฟอร์มการเล่นใช้ได้ น่าจับตามองต่อไป

4.สนามซ้อมที่ไม่มีเธอ

ฟอร์มการเล่นในวันนี้ ผมเชื่อครับว่าทำให้พี่น้องลิเวอร์พูลหลายๆ คนคิดถึงผู้เล่นตัวจริงอย่างซาลาห์ ฟีโน่แล้ว ซึ่งไม่ใช่แค่แฟนบอลนะครับ เพราะหลังเกมการแข่งขัน  แอนดี้ โรเบิร์ตสันยังออกมาให้สัมภาษณ์ว่า

“การกลับมาของพวกเขาจะทำให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม คุณอาจจะไม่เข้าใจว่าการไม่มีพวกเขาอยู่มันเป็นอย่างไร แต่มันส่งผลต่อช่วงเวลาซ้อมเหมือนกันนะครับ”

เป็นไปได้ใช่หรือไม่ครับว่าเกมรับที่หละหลวมของลิเวอร์พูลกับนาโปลีนี้ จะเกิดขึ้นเพราะ ไม่มี ตัวรุกแนวหลักคอยควบคุมคุณภาพในเวลาซ้อม อย่างซาลาห์ มาเน่และฟีมิโน่

อย่างไรก็ตาม วันนี้จะเป็นวันที่ ซาลาห์ ฟีโน่และอลีสซงกลับมาประจำทีมครับ (ส่วนมาเน่ยังอยู่ในช่วงพักร้อน)

5.หลังเกมกับคลอปป์

ในเมื่อเราเห็นทั้งสถิติและบทวิเคราะห์ไปแล้ว คราวนี้มาฟังความเห็นของคนที่ใกล้ชิดกับเกมและนักเตะที่สุดอย่างเยอร์เก็น คลอปป์กันดีกว่าครับ

บอสกล่าวหลังเกมเอาไว้ (แปลแบบเต็มๆ) เอาไว้ว่า

“เกมวันนี้มีเรื่องที่ดีและไม่ดีอยู่ เรื่องที่ดีก็คือบรรยากาษในสนามตั้งแต่เราก้าวเท้าเข้าไป มันน่ามหัศจรรย์มากๆ กับบรรยากาศที่แฟนบอลรอต้อนรับพวกเรา

“ส่วนอีกเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็คือ เราเล่นได้โดดเด่นเพียงแค่ต้อนเริ่มและจบเกมเท่านั้น ตอนที่ผมส่งดาวรุ่งลงไปมันคือช่วงจบเกม พวกเขามีความสดใหม่ ซึ่งเปลี่ยนเกมได้มาก แต่เกมสวนกลับของนาโปลีนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ และทางเดียวที่จะเอาชนะเกมสวนกลับนี้ได้คือทำเกมสวนกลับให้เหนือกว่า แย่งบอลเขามา และวางรูปแบบสวนกลับอย่างรัดกุม พูดตรงๆ นะ ความจริงเราได้ทำทั้งหมดนั่นนั่นแหละ ลูกทีมของผมมีโอกาสจบสกอร์สวยๆ 2 ครั้ง ลูกแรกนั้นงามหมดจดจริงๆ

“ผมอยากมองหาคำแก้ตัวสักข้อ เพราะผมไม่ต้องการความพ่ายแพ้ในวันนี้เลย แต่ในความจริงแล้วนาโปลีจะเริ่มฤดูกาลของพวกเขาในวันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เริ่มหลังจากเรานานถึง 3 สัปดาห์ พวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรัดในเรื่องอะไร พวกเขาซ้อมกันอย่างช้าๆ เนิบๆ

“ในขณะที่เวลาในพรีซีซั่นของเรามีแค่ 4 สัปดาห์เท่านั้น และทางเลือกเดียวของพวกเราก็คือ ซ้อมโดยที่ไม่เหลืออะไรไว้ให้เลือกเลย แต่ก็นั่นแหละ นี่คือวิถี่ฟุตบอลพาพวกเรามา บางครั้งเราจะรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างหนักเป็นกิโลๆ เราจำเป็นต้องมีเวลาพักสัก 1 สัปดาห์เต็มๆ เพื่อเรียกความสดใหม่

“ความพ่ายแพ้ในวันนี้ย้ำเตือนข้อเท็จจริงที่ว่าผมต้องสร้างเกมรับที่แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ในขณะที่ข้อดีของเรื่องนี้ก็คือ มันเป็นแค่พรีซีซั่นที่ผมกล้าให้คำมั่นสัญญากับพวกคุณเลยว่า เราจะเล่นดีขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอนเมื่อฤดูกาลเริ่มต้นขึ้น”

เชื่อมือบอสครับ