“เก็บตกหงส์แดง” 5 ประเด็นหลังเกมลิเวอร์พูลเสมอลิสบอน 2-2

1.สามประสานคลอปป์ประดิษฐ์

หลังจากพ่ายแพ้เพราะส่งดาวรุ่งลงสองเกมติด

คลอปป์ จึงส่งตัวจริงลงเต็มสนามตลอด 60 นาทีแรก ในเกมกับสปอร์ตติง ลิสบอนซะเลย แม้ตำแหน่งกองหน้าจะเป็น ‘กองหน้าคลอปป์ประดิษฐ์’ ที่ใช้ส่วนผสมแบบ งงๆ มึนๆ อย่างเชมเบอร์เลน โอริกี้ และจินี่ไวนาดุมลงเป็นสามประสาน (ไม่รู้บอสแกคิดอะไรอยู่ ฮ่าๆ)

แต่ผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ทั้งสองประตูที่หงส์แดงจบสกอร์ใส่คู่ต่อสู้ในครั้งนี้ได้ ล้วนเกิดขึ้นจาก ‘กองหน้าคลอปป์ประดิษฐ์’ 3 คนนี้ทั้งนั้น

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ลูกที่ดิวอก โอริกี้ทำได้ในนาทีที่ 20 เป็นการยืนถูกที่ถูกเวลา และเป็นบอลที่ซ้ำจังหวะพลาดของเพื่อนร่วมทีม โดยการทำประตูลักษณะนี้ดูเหมือนจะเป็นลายเซ็นประจำตัวของโอริกี้ เปิดพรีซีซั่นมา 3 เกม โอริกี้ทำไป 2 ประตู และทั้งสองลูกคือจังหวะซ้ำความผิดพลาดของเพื่อนร่วมทีมด้วยกันทั้งสิ้น

เป็นสไตล์กองหน้าที่หายากจริงๆ ครับ

ในขณะที่ประตูขึ้นนำที่ 2 ของลิเวอร์พูล นาทีที่ 44 เป็นบอลที่เกิดจากการแอสซิสต์ของเชมเบอเลน และผู้จบสกอร์คือ จินี่ ไวนาดุม ทั้งสองคนคือกองหน้าประดิษฐ์ โดย เยอร์เก็น คลอปป์ส่งเข้าประดวกเช่นกันครับ

แม้ดูเหมือนจะถูลู่ถูกังอยู่พอสมควร แต่ก็สามารถจบสกอร์ได้นะจ้ะ

2.นัดดูใจ

ก่อนเกมการแข่งขัน ผมโพสต์ลงบนเพจไปอย่างติดตลกว่า เกมการแข่งขันวันนี้ไม่ใช่เกมอุ่นเครื่องทั่วไป แต่จะเป็นเกมที่คลอปป์ใช้ดูฟอร์มนักเตะที่เป็นข่าวกับลิเวอร์พูลอย่าง บรูโน่ แฟร์นันเดส ต่างหาก

ใครจะคิดว่า เกมนี้ดันกลายเป็นเกมที่โดดเด่นของแฟร์นันเดสจริงๆ และคลอปป์ก็เห็นเต็มสองตาผ่านเลนซ์แว่นของตัวบอสอีกด้วย

เพราะทั้ง 2 ประตูที่ สปอร์ตติง ลิสบอน ทำใส่ลิเวอร์พูลได้นั้น ล้วนเป็นบอลที่มีแฟร์นันเดสมีส่วนร่วมด้วยกันทั้งสิ้น

ในนาทีที่ 4 แฟร์นันเดสเป็นคนจบสกอร์จากตำแหน่งเสาสอง (อันนี้เป็นทั้งความสามารถของแฟร์นันเดสและความผิดพลาดของมินโย่เลต์ด)

ในนาทีที่ 55 แฟร์นันเดสลากบอลผ่านทางกาปซ้าย ง้างเท้าหลอก ก่อนกระชากเข้าขวา จ่ายบอลให้เพื่อน และนั่นคือ ประตุแอสซิสต์ที่บรูโน่ทำได้ในเกมนี้

เท่ากับว่า เขาทำ 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ประตู

ไม่รู้ว่าจะเข้าตาเยอร์เก็น คลอปป์ไหม แต่เข้าตาแฟนบอลหลายๆ คนแน่นอน

ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นถัดไป คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ฤดูกาลที่แล้วของบรูโน่นั้นเป็นฤดูกาลที่ไม่ธรรมดาเลย บรูโน่ลงเล่นทั้งหมดในลีค 33 เกม ทำประตูไปได้ถึง 22 ลูก กับอีก 13 แอสซิสต์ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ผู้เล่นตำแหน่งกองหน้า

น่าคิดเหมือนกันนะครับว่า ถ้าเราคว้าแฟร์นันเดสมาได้จริงๆ นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่จะมาช่วยสามประสานส่งบอลไปกองหลังตาข่ายได้เหมือนกัน เราจะได้ไม่ต้องรอลุ้นเพียงแค่บอลอยู่ในเท้าของมาเน่ ฟีโน่ และซาลาห์อีกต่อไป

3.เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง

มินโย่เลต์ยังคงเป็นผู้รักษาประตูที่ฟอร์มเหวี่ยงเหมือนเครื่องเล่นโรเลอร์โคสเตอร์อยู่เช่นเคย

บทจะดีพี่แกก็ดีใจหาย บทจะแย่ก็อาจทำให้ความดันของใครหลายๆ คน ขึ้นได้

นาที่ที่ 4’ ลิเวอร์พูลถูกขึ้นนำ 1 ลูกจากความผิดพลาดของมินโย่เลต์ที่รับบอลกระฉอก ที่ไม่มีความแรงเท่าไหร่จากเสาสอง

นาทีที่ 45+1’ จู่ๆ ความรู้สึกผิดทั้งหลายก็กลายเป็นแรงใจให้มินโย่เลต์เซฟบอลที่ห่างไม่ถึงช่วงแขน จากลูกคลุกคลิกหน้าประตู การปฏิเสธบอลลูกนั้นทำให้ลิเวอร์พูลยังคงขึ้นนำ 2-1 จนจบครึ่งแรก

เห็นฟอร์มกำลังดีแบบนี้ น่าเสียดายที่โดนจบสกอร์อีกครั้งจนได้ในนาทีที่ 53 (ลูกนี้ไม่มีใครว่ามินนี่ เพราะถ้าเอาอลีสซงมายืนก็ใช่ว่าจะรับได้เหมือนกัน)

แต่อย่างไรก็ตาม ไหนๆ คาริอุสก็ทำท่าจะไม่กลับบ้านแล้ว เอ็งช่วยเค้นฟอร์มมาตรฐานกลับมาได้ไหม ครั้งนี้จะให้อภัยแต่ถ้ายังพลาดลูกง่ายๆ อีก ความดันแฟนหงส์เขาจะขึ้นกันนะโว้ย

(ยิ้มอ่อน)

4.อย่าลืมกลับ

เกมอุ่นเครื่องวันนี้ ในที่สุดเราก็ได้เห็น นักเตะที่ลิเวอร์พูลซื้อเข้าทีมลงสนามเสียที

คนๆ นั้นไม่ใช่ ใครที่ไหน แต่เป็นไอ้หนูเซปป์ วาน เดน เบิร์ค ครับ

แม้จะได้ลงเล่นเพียงไม่ถึง 5 นาที แต่ผมจดตัวเลขสำคัญสำหรับ คนที่จะลงทุนซื้อความหวังงวดนี้มาให้สองตัวเลข ! ดังนี้

ไอ้หนูเซปป์สวมเสื้อเบอร์ 72 และ ลงสนามในนาทีที่ 88.57

สำคัญกว่าอื่นใด ‘อย่าลืมกลับ’ นะครับ

5.ไปต่อ

ข้อหน้าสังเกตุสำหรับเกมวันนี้ก็คือ ดูเหมือนว่าคลอปป์จะลดความสำคัญของผู้เล่นดาวรุ่งลงและหันกลับมาประดิษฐ์ เปลี่ยนผู้เล่นกองกลางขึ้นมาทดแทนกองหน้า แบบที่ผมเขียนไว้ในประเด็นแรก

ดังนั้นดาวรุ่งที่ได้ลงเล่นในเกมวันนี้จะต้องมีความสำคัญจริงๆ ครับ และเราสามารถอนุมานจากเรื่องนี้ได้ว่า ดาวรุ่งเหล่านี้เป็นนักเตะที่มีโอกาสขึ้นสู่ตำแหน่งตัวจริงสูงกว่าคนอื่นๆ โดยวันนี้มีดาวรุ่งได้ลงสนามเพียง 5 คนเท่านั้น…ประกอบไปด้วย

แฮรี่ วิลสัน ลงมาแทนเชมเบอร์เลน (ตำแหน่งกองหน้า) ในนาทีที่ 62

ไรอันเคนท์ลงสนามมาแทนโรเบิร์ตสัน ในนาทีที่ 62

บริวสเตอร์ลงมาแทนโอริกี้ (หน้าเป้า) ในนาทีที่ 77

เคอติส โจนส์ ลงมาแทนไวนาดุม ในนาทีที่ 77

และสุดท้าย ฟานเดนเบิร์ค ลงมาแทนมาติปในนาทีที่ 88.57 (อย่าลืมกลับ) ครับ

เป็นไปได้สูงทีเดียวครับที่ 4 คนนี้จะได้ขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ต่อไป (ไม่นับฟานเดนเบิร์คเพราะยังไงก็ได้ขึ้นอยู่แล้ว)