“เก็บตกหงส์แดง” 5 ประเด็นหลังเกมลิเวอร์พูลพ่ายเซบียา 2-1

1.อย่าเรียกกระชับมิตรเลย

แม้เกมการแข่งขันที่เกิดขึ้นวันนี้จะเป็นเพียงแมทซ์พรีซีซั่นธรรมดาๆ แต่นักเตะของเซบีย่าคงเห็นแมทซ์นี้เป็นรอบชิงชนะเลิศบอลถ้วยรายการใหญ่รายการหนึ่ง !

โดยเฉพาะ นักเตะหมายเลข 10 ที่ชื่อบาเนก้าแห่งเซบีญ่า เขาเพียงคนเดียวก็เปลี่ยนแมทซ์การแข่งขันครั้งนี้ให้จริงจังขึ้นมาอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

ที่สำคัญไปกว่านั้น เหมือนบ้านพี่เขาถูก แฮรี่ วิลสัน ยกเค้าไปประมาณสิบรอบ

เกิดอะไรขึ้นหรือ ? ผมสรุปไทม์ไลน์มาให้อ่านสั้นๆ กันครับ

หนึ่ง – เริ่มเกมมาได้ไม่นาน ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิกในระยะหวังผล แฮรี่ วิลสันเป็นคนจบฟรีคิกนั้น แต่บาเนก้าทำผิดกฏกำแพง เขากระโดดเข้าขว้างทางบอล กรรมการจึงให้วิลสันจบฟรีคิกอีกครั้ง บาเนก้าแสดงสีหน้าไม่พอใจ โดยการเข้าไปคุยกับกรรมการ

สอง – นาทีที่ 12 เกิดการฟาวส์ขึ้นอีกครั้งโดยตัวบาเนก้า กรรมการเป่าให้เป็นบอลของลิเวอร์พูล บาเนก้าขว้างฟุตบอลลงพื้น ด้วยอาการหัวร้อน (เกมพรีซีซั่นนะครับพี่่นอง) เหตุการณ์นี้ลงเอยที่คนอารมณ์ร้อนถูกใบเหลืองเป็นการเตือน

สาม – สุดท้ายในนาทีที่ 45+1 พี่บาเนก้าฟาดศอกใส่ แฮรี่ วิลสัน จนขวัญใจแฟนหงส์ร่วงลงไปนอนกับพื้น แพทย์สนามวิ่งเข้ามาตรวจอาการ ดูท่าไม่ดีจึงให้วิลสันพักข้างสนามจนหมดเวลา

สุดท้ายเวลาหมด วิลสันถูกเปลี่ยนออกตามแทคติคของคลอปป์ และบาเนก้าก็ถูกเปลี่ยนออกเช่นกัน

สี่ – ถ้ายังไม่เห็นภาพว่าเกมนี้เซบีย่าจริงจังแค่ไหน ก็ดูสถิติหลังเกมเอาเถิดว่า ทำไมทีมพี่เขาถึงโดนใบเหลืองไปร่วม 2 ใบ และใบแดงอีก 1 ใบ แถมทำฟาวส์ใส่ลิเวอร์พูลไปถึง15 ครั้ง และเล่นแรงกันขนาดที่ลาลูซี่ ถูกหามขึ้นเปลออกจากสนามไปเลย (ผมบอกแล้ว พี่เขาทำเหมือนแข่งชิงแชมป์อยู่)

คลอปป์ออกมาอัพเดทอาการว่าดีขึ้นแล้ว แต่ต้องรอตรวจระเอียดอีกที

โชคร้ายของวิลสันและลาลูซี่ที่ต้องเจอกับเกมดุเดือดตั้งแต่พรีเมียร์ลีคยังไม่เริ่มต้น

แต่ก็โชคดีเหมือนกัน เพราะจะได้เรียนรู้ที่จะรับมือเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นการเตรียมความพร้อมรับแรงกระแทกจากใหญ่ๆ อย่าง เกมแดงเดือดและเมอซ์ซี่ไซด์ดาร์บี

2.บทเรียน

อย่างไรก็ดี มาพิจารณาดูอย่างละเอียดความจริงเราจะต่อว่า ผู้เล่นของเซบีย่าก็ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ เพราะคิดดูนะครับว่า ตอนนี้ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่พึ่งคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่หกมา ในสายตาของคู่แข่ง ลิเวอร์พูลในเวลานี้ไม่ด้อยไปกว่า บาเซโลนา บาเยิร์น มิวนิค หรือทีมระดับโลกใดๆ เลย

การเอาชนะลิเวอร์พูลได้แม้จะเป็นเพียง พรีซีซ่นก็ตามแต่นั่นหมายถึงเกียรติยศที่สามารถล้มแชมป์ได้

นอกจากนั้นแล้ว เกมการแข่งขันวันนี้รวมถึงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาน่าจะพิสูจน์ให้คลอปป์เห็นแล้วว่า แม้ลิเวอร์พูลชุดเด็กผสมชุดใหญ่จะพอมีเขี้ยวเล็บ สามารถทำสกอร์ใส่คู่ต่อสู้ได้ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอจะเอาชนะคู่แข่งอยู่ดี

ดังนั้นถึงเวลาแล้วละครับที่คลอปป์จะใช้เวลาอีกเพียง 10 กว่าวันที่เหลือเดินหน้าเจรจาหาดีลสัก 1 – 2 คนเพื่อเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ ก่อนที่ทุกๆ อย่างจะสายเกินไป

3.จัดอับดับความโดดเด่น

ถ้าให้จับอันดับ นักเตะที่โดดเด่น 3 คนของลิเวอร์พูล ผมจะจัดอันดับออกมาได้ดังนี้ครับ

หนึ่ง.โอริกี้ – เกมนี้มหาเทพโอริกี้ยังคงคุณภาพของตัวเองได้แบบเต็มพิกัด คือสามารถทำประตูในช่วงสุดท้ายของเกม (โอริกี้ทำประตูในนาทีที่ 44 ของครึ่งแรกก่อนที่ตัวเองจะถูกเปลี่ยนออก) ที่สำคัญประตูนี้เกิดจากการยืนถูกที่ถูกเวลา เหมือนโชคชะตาอำนวยให้เกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น

สอง.เชมเบอร์เลน – เกมนี้เหมือนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ฟอร์มการเล่นของช่างเชื่อมเริ่มกลับมาเข้าฝักแล้วอีกครั้งหนึ่ง 45 นาทีของเชมเบอร์เลนในสนามเราจะได้เห็นการจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาสหลายๆ ครั้ง และนั่นคือสิ่งที่ลิเวอร์พูลตามหาสำหรับกองกลางตัวรุกที่กำลังขาดไป

สาม.โลเนอร์แกน – เห็นชื่อนี้แล้วคุณอาจจะคิดว่าเขาคือดาวรุ่งคนใหม่ แต่เปล่าเลย ที่จริงแล้วนายคนนี้เป็นประตูที่อายุ 35 แล้ว ซึ่งลิเวอร์พูลเช่าตัวมาเป็นสำรองมือสองกดดันมินโยเลต์ (ฮ่าๆ)

ความโดดเด่นของโลเนอร์แกน ไม่ใช่การกดดันมินโย่เลต์แต่เพียงอย่างเดียวครับ เกมนี้เขาได้ลงเล่น 45 นาที โดนทำไปหนึ่งประตู (เป็นประตูที่หมดสิทธิ์เซฟจริงๆ) แต่ในจังหวะที่เซฟยากๆ ลุงโลเนอร์แกนก็สามารถเซฟได้ โดยในเกมนี้เขาสามารถปฏิเสธบอลจากเซบีญ่าไปถึง 3 ครั้ง ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในนาทีที่ 12* 44* และ 45+3* ครับ

ปีนี้เหนื่อยอีกแล้วนะ มินโยเลต์

4.ตามหาคนหาย

ลิเวอร์พูลในเวลานี้มีนักเตะตัวหลักที่ไม่มีชื่อติดสำรองเลย 7 คน ประกอบไปด้วย ซาลาห์ มาเน่ เฟอร์มิโน่ อลีสซง เกอิต้า ชากิรี่ และ(คนที่แฟนหงส์แดงคาดไม่ถึง) อดัม ลัลลานา

สี่คนแรกกำลังพักร้อนหลังกรำศึกทีมชาติเสร็จ ในขณะที่ 2 คนถัดมากำลังเผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บ

แต่อดัม ลัลลานา พึ่งลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลในตำแหน่งหมายเลข 6 เมื่อ 2 เกมก่อน

หลายคนชื่อชมว่าเป็นตำแหน่งใหม่ที่เข้ากันดีกับพ่อทองม้วน แต่ทำไมสองเกมที่ผ่านไม่ปรากฏลัลลานาในสนามเลยแม้แต่เงา

ดังนั้นผลสรุปของลัลลานาอาจเป็นได้สามทางครับ หนึ่ง.บาดเจ็บแต่คลอปป์ไมได้ออกมาประกาศอะไร สอง.แค่เรียกความฟิตไม่ถึงเฉยๆ คลอปป์ไม่ต้องมานั่งบอกว่าใครฟิตไม่ฟิต สาม.อาจมีดีลเกิดขึ้นอาจเทพเจ้าทองม้วนของเราแล้วก็ได้

รอดูกันไปครับ เกมหน้าเราอาจจะเห็นเขากลับมาก็ได้นะ