“เล่าข่าวหงส์” 4 ความเคลื่อนไหวลิเวอร์พูลหลังเกมกับดอทมุนส์

1.จุดโทษของบริวสเตอร์

หลังเกมเมื่อวานนี้มีหลายเพจออกมาเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของริอาน บริวสเตอร์ ที่พูดเอาไว้ว่า เขาเป็นคนขอเฮนเดอร์สันทำจุดโทษประตูที่ 2 ของลิเวอร์พูลและกัปตันเฮนโด้ก็มอบประตูนั้นให้กับบริวสเตอร์ด้วยหัวใจกัปตัน

แต่บทสัมภาษณ์ที่เอามาลงส่วนใหญ่นั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ ผมเลยอาสาบุกไปถึงเว็ปไซต์อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูล และแปลบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มหลังเกมการแข่งขันของ ริอาน บริวสเตอร์ โดยมีใจความดังนี้ครับ

บริวสเตอร์พูดถึงจังหวะจุดโทษ :

“ตอนนั้นกัปตันเขากำลังจะเดินไปวางฟุตบอลอยู่แล้ว แต่เขาหันมาถามผมว่าผมอยากเป็นคนจบมันหรือเปล่า ผมตอบทันทีว่า ‘แน่นอนครับ’ จากนั้นเขาก็พูดว่า ‘ลุยเลยไอ้หนู’

“มันเป็นประตูที่ดีลูกหนึ่งของผมเลยครับ แต่ถ้าผมมีเวลามากกว่านี้ ผลออกมาอาจไม่ใช่สกอร์แบบนี้ก็ได้”

บริวสเตอร์พูดถึงเฮนเดอร์สัน :

“สำหรับผมเขาเท่พอตัวนะที่สร้างความมั่นใจให้กับผม และผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นเลยถ้าเป็นรองกัปตันอย่างมิลนี่ เขาจะเอาบอลไปจบมันด้วยตัวเองแน่ๆ มันเป็นเรื่องดีนะถ้าพวกเขาศรัทธาในตัวของผม และผมก็โชคดีพอที่จะไม่ทำให้มันผิดพลาด”

บริวสเตอร์พูดถึงรูปเกม :

“มันต่างจากฟุตบอลอังกฤษมากเลยครับ พวกเขาเป็นทีมที่ดี และมันยากจริงๆ ครับที่ต้องลงเป็นเล่นในช่วงที่ดอทมุนส์กำลังเครื่องติดแล้ว พวกเขาทำให้เราต้องเหนื่อยกว่าเดิมเป็นสองเท่า

“แต่ผมก็คิดว่ามันจะดีกว่านี้นะ ถ้าผมได้เวลามาเพิ่ม สกอร์อาจจะไม่เป็นแบบนี้ แต่เอาเถอะครับหวังว่าความพ่ายแพ้ในครั้งนี้จะผลักดันเราไปข้างหน้าได้”

2.ฟานไดซ์กับบัลลงดอร์

เกมดับดอทมุนส์ เหมือนกับที่ผมเขียนไปใน 5 ประเด็นหลังเกมว่า ฟานไดซ์นั้นลงมาเปลี่ยนเกมรับของลิเวอร์พูลจากหน้ามือเป็นหลังมือจริงๆ

นั่นทำให้สื่อเมืองนอกเริ่มพูดถึงความคงเส้นคงวาของกองหลังกังหันลมรายนี้ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นสื่อยังพูดถึง บัลลงดอร์กับฟานไดซ์ อีกครั้งแล้วด้วย

สโมสรลิเวอร์พูลเหมือนจะรู้เรื่องนี้ดี พอเกมการแข่งขันจบลง ก็ปล่อยบทสัมภาษณ์ของ เวอร์กิล ฟานไดซ์ ที่พูดถึงบังลงกอร์ออกมาเสียเลย

ตอนนี้คุณเป็นเต็งหนึ่งในการคว้าบัลลงดอร์เลยนะ คุณมีจุดยืนยังไงกับเรื่องนี้บ้างครับ ?

“สำหรับผมมันคือเกียรติยศนะและมันก็ทำให้ผมดีใจมากๆ ที่ผู้คนพูดถึงเรื่องนี้ แต่คุณเข้าใจใช่ไหมว่า ความจริงผมทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้เท่าไหร่ ผมเองก็อยากได้รางวัลนี้นะ แต่มันไม่มีอะไรที่ผมทำได้เลย คนที่ทำได้จริงๆ ก็คือพวกคุณทุกคนและสำคัญเลยก็คือคนที่เป็นคนตัดสินนั่นแหละ

“ผมไม่สามารถปฏิเสธได้หรอกว่า ฤดูกาลที่แล้วของผมมันยอดเยีย่มแค่ไหน ดังนั้นสิ่งเดียวที่ผมสามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือการมีสมาธิอยู่กับฤดูกาลใหม่ต่างหาก เรียกความฟิต รักษามันไว้และหวังว่าฤดูกาลนี้มันจะยอดเยี่ยมยิ่งกว่าฤดูกาลที่แล้วละนะ”

3.จากคนอื่นคนไกล

เอเดน อาซาร์ อดีตนักเตะเชลซีที่ปัจจุบันย้ายไปอยู่เรอัล มาดหริดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ให้สัมภาษณ์ถึงเวอร์กิล ฟานไดซ์ ว่า

“ในความเป็นจริง ผมไม่เคยกลัวกองหลังคนไหนเลยในพรีเมียร์ลีค แต่เพื่อความยุติธรรมผมจะยืนยันกับพวกคุณตรงนี้ก็ได้ว่า เวอร์กิล ฟานไดซ์คือหนึ่งใน นักเตะแนวรับที่ดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยเจอมา เขาโดดเด่น แข็งแกร่งราวกับกำแพงไฟ

ปีที่ผ่านมาเขารับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีด้วย เขาคู่ควรกับมันจริงๆ เท่าที่ผมจำได้ตอนผมอยู่เชลซีปีล่าสุด ผมถูกจับไปเล่นตำแหน่งสไตร์คเกอร์และเรื่องที่แย่คืออะไรรู้ไหมครับ เรื่องที่แย่ก็คือ ผมพยายามที่จะกระโดดปะทะใส่เวอร์กิลฟานไดซ์ ผมลองมันหลายครั้ง และก็ร่วงกลับมาทุกที่

มันไม่มีโอกาสเลยจริงๆ ถ้าเราเผชิญหน้ากับเขา”

เพิ่มเติม*** สำหรับคนแปลบทสัมภาษณ์อยู่บ่อยๆ อย่างผมขอยืนยันว่า

เอเดน อาซาร์เป็นนักเตะที่พูดถึงลิเวอร์พูลในทางที่ดีมาตลอดนะครับ นอกจาเรื่องของฟานไดซ์แล้ว คุณผู้อ่านยังทราบหรือไม่ว่า ความจริง เขาเป็นเพื่อนกับโม ซาลาห์ และทุกครั้งที่ซาลาห์ฟอร์มตก เราจะเห็นบทสัมภาษณ์ของอาซาร์ที่เขาชื่นชม โม ซาลาห์ เป็นกำลังใจเสมอครับ

น่าเสียดายนะ น่าจะมาลิเวอร์พูลให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

4.หลังเกมกับคลอปป์

เยอร์เก็น คลอปป์ออกมายอมรับความพ่ายแพ้หลังเกมการแข่งขัน โดยให้สัมภาษณ์ถึงทีมเก่าอย่างดอทมุนส์เอาไว้ความว่า

“สิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ยังมีทีมฟุตบอลอื่นที่เต็มไปด้วยนักฟุตบอลคุณภาพอยู่เหมือนกัน และดอทมุนส์ก็คือทีมๆ นั้น พวกเขาสามารถแก้ปัญหาไลน์อัพได้ดีเยี่ยม พวกเขายังคงทำให้ผมประทับใจจริงๆ

นอกจากนั้นแล้วคลอปป์ยังแวะพูดถึงเรื่องสนามนอร์ททราดรามอีกด้วย

“มันเป็นสนามที่ยอดเยีย่มนะ อะไรหลายๆ อย่างทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้น แต่มันเป็นสนามที่ยากด้วยเพราะว่ามันไม่ใช่สนามฟุตบอล หรือสนามที่ถูกออกแบบมาเพื่อฟุตบอลตั้งแต่ต้น พวกเขาเอาสนามญาติมาปู แต่ไม่ได้ปลูกมันขึ้นมา แฟนบอลทุกคนนั้นรู้ดีว่าทั้งสองทีมสามารถเล่นได้ดีกว่านี้ มันทำให้เล่นยากขึ้น แต่ผมก็ยังชอบสถาปัตยกรรมของมันอยู่นะ”