“เก็บตกหงส์แดง” 4 ประเด็นหลังเกมลิเวอร์พูลชุดเด็กแสบถล่มทรานเมียร์ครึ่งโหล

1.อย่าเรียกว่ากระชับมิตรเลย

ลิเวอร์พูล ปะทะ ทรานเมียร์ในค่ำคืนที่ผ่านมา เป็นเพียงแมทซ์กระชับมิตรที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ส่วนใหญ่แล้วผู้เล่นของหงส์แดงที่เป็นทีมใหญ่กว่าจะไม่ทุ่มสุดกำลังเพื่อเอาชนะทีมคู่แข่งที่เป็นทีมขนาดเล็กกว่า

แต่เกมกระชับมิตรที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ดูเหมือนว่ามันจะแตกต่างออกไป

คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า เกมนัดกระชับมิตรที่เกิดขึ้นและไม่ได้ลงเล่นที่แอนฟิลด์นี้เอง ลิเวอร์พูลกลับเป็นฝ่ายครองบอลปิดสนามถึง 69 เปอร์เซ็น ในขณะที่ทรานเมียร์มีโอกาสครองบอลเพียงแค่ 31 เท่านั้น

ยังไม่จบแค่นั้นครับ สำคัญไปกว่าการครองบอลของหงส์แดง โอกาสการจบสกอร์ของลิเวอร์พูลยังสูงถึง 19 ลูก สุดท้ายส่งบอลไปกองหลังตาข่ายได้ 6 ประตู (ตาข่ายเกือบขาด !) แถมเรียงหน้ากันมาจบสกอร์ตั้งแต่นักเตะรุ่นเก่าอย่าง นาธาเนียล ไคลน์ – บริวสเตอร์ – เคอร์ติส โจนส์ – ดิวอก โอริกี้ ไปจนถึง ญาติของเจอร์ราดอย่าง บอบบี้ดันแคน

ตูมตามขนาดนี้อย่าเรียกว่านัดกระชับมิตรเลย  เพราะถ้าเรียกมันว่าแมทซ์คัดดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่น่าจะสมเหตุสมผลกว่าครับ (ฮ่าๆ)

2.เข้าใจสักที

พอเห็นเด็กๆ เรียงหน้ากันทำประตูขนาดนี้ (รวมโอริกี้ที่เอาบอลลงเหมือนรองเท้ามีแม่เหล็กจับฟุตบอลแล้ว) ก็ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่า เพราะอะไรซีซั่นนี้เยอร์เก็น คลอปป์ถึงยังไม่รีบร้อนซื้อนักเตะใหม่ตัวจี๊ดๆ เข้าทีมสักที

เพราะมันเห็นกันอยู่เต็มสองตาว่า ไพ่ที่อยู่ในมือคลอปป์นั้นไม่ขี้เหร่แต่ประการใดเลย นอกจากนั้นแล้วการได้ปล่อยให้เด็กๆ โชว์ลีลาให้เต็มที่ในช่วงพรีซีซั่นยังเป็นเหมือนหมากการซื้อขายอีกเกมหนึ่งกับทีมคู่ค้าอีกด้วย

ลองคิดดูนะครับ มันมีโอกาสเป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะใช้เด็กๆ ที่ฟอร์มแจ่มแมวในพรีซีซั่นเป็นเงื่อนไขการซื้อขายให้ต่อราคาได้ถูกลง หรือจะใช้เด็กๆ เหล่านี้เป็นเครื่องมือต่อรองแสดงให้คู่ค้าเห็นว่า แท้จริงแล้ว ลิเวอร์พูลไม่ได้ต้องการนักเตะของคุณมากขนาดที่จะยอมทุ่มเงินร้อยล้านปอนด์เพื่อซื้อนักเตะที่ไม่รู้ว่าจะเข้ากับระบบทีมหรือเปล่า

เพราะทางฝั่งเราก็มีเด็กๆ ที่รู้งานกันดีอยู่แล้ว แม้ฝีเท้าอาจจะตามไม่ทันสักหนึ่งช่วงหรือสองช่วง แต่เดี๋ยวคนอย่างคลอปป์ก็ปั้นเอาเองก็ได้ ของถนัดอยู่แล้ว

แต่ขอบิ๊กดีลสักดีลก็ดีนะ…บอสสสสส

3.ความโดดเด่นของนักเตะแต่ละ (ฉบับคนเขียน)

ความโดดเด่นของผู้เล่นแต่ละคน (ตามความเห็นของผม) ไล่ระดับจากโดดเด่นมากไปน้อยมีดังนี้ครับ

ริอาน บริวสเตอร์ – นี่คือนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในเกม เกมๆ นี้เพียงเกมเดียวผมว่าอาจจะเป็นหลักฐานสำคัญแล้วว่าทำไมคลอปป์ถึงยังไม่จบดีลกองหน้าเลยสักดีลหลังจากซื้อ โม ซาลาห์ เข้ามา

เพราะเพียงแค่พรีซีซั่นเล็กๆ เกมเดียว เอ็มบัปเป้แห่งแอนฟิลด์ก็ส่งบอลไปกองตาข่ายแล้วสองลูก (ถ้าใครได้ดูเกมจะรู้เลยว่าเกิดขึ้นจากสัญชาตญานกองหน้าล้วนๆ) สำคัญไปกว่านั้น คนที่ไม่ได้ดูเกมอาจจะยังไม่รู้ว่าบริวสเตอร์นั้นมีโอกาสลงสนามเพียงแค่ครึ่งแรกเท่านั้นก็เปลี่ยนออก นั่นหมายไอ้หนูคนนี้สามารถ จบสองประตูในเวลาเพียงแค่ 45 นาที

แฮรี่ วิลสัน – ถ้าจะมีใครสามารถ้าชิงตำแหน่งแมนออฟเดอะแมทซ์กับบริวสเตอร์ได้ ผมว่าก็หนีไม่พ้น แฮรี่ วิลสัน นี่แหละครับ มีโอกาสปั่นฟรีคิกหนึ่งลูก แต่น่าเสียดายติดกำแพง แต่ประตูลูกแรกที่บริวสเตอร์โหม่งเข้าไปก็มาจากการแอสซิสต์ของวิลสันนี่แหละครับ (ไม่รู้ผมคิดไปคนเดียวไหม ดูแล้วเหมือนเห้นอนาคตคู่หูคู่ใหม่ ระหว่างเพลย์เมคเกอร์กับกองหน้าตัวเป้า)

ดิวอก โอริกี้ – ลงมาเล่นครึ่งหลัง โจเอล มาติปสาดบอลขึ้นหน้าแบบหวังผลครึ่งใจ แต่ช่วงบอลตกมหาเทพโอริกี้ใช้เท้าดูดบอลเหมือนแม่เหล็กลงแบบเนี๊ยบสนิทก่อนดึงจังหวะและส่งบอลไปกองหลังตาข่าย (นี่คือผลของการเซ็นสัญญาฉบับใหม่แน่ๆ)

บ้อบบี้ ดันแคน – ตอนแรกผมนึกว่าจะดังเพราะเป็นญาติเฮียเจิดเฉยๆ แต่ญาติเฮียเจิดคนนี้สามารถจบสกอร์ได้ด้วยหนึ่งลูก ไม่ธรรมดาจริงๆ

คียาน่า ฮูเวอร์ – ไอ้เด็กคนนี้เล่นแบ็คขวา ส่วนตัวผมมองว่าต้องส่งไปเก็บเลเวลเหมือนวิลสันสักหนึ่งฤดูกาล รับรองครับว่าสามารถผลัดกับอาโนลหรือโกเมสได้สบายๆ

เคอร์ติส โจนส์ – มิดฟิลด์ตัวนี้วิ่งไลน์สวย ส่องบอล รับบอลอย่างเด็ด แถมยังส่งบอลไปจบหลังตาข่ายได้ด้วย

เชมเบอร์เลน – วันนี้เงียบผิดปกติ โดนเด็กๆ กลบความโดดเด่นหมดเลย

ไรอัน เคนท์ – มีความพริ้วไหวแต่เสียบอลง่ายไปนิดหนึ่ง โดยรวมแล้วแฮรี่วิวสันโดดเด่นกว่า

ซิมง มินโย่ต์ – อะแฮ่มอย่าคิดว่าคนนี้ไม่โดดเด่นนะครับ แกเซฟหลายจังหวะอยู่

4.บางคนหายไป

ถ้าใครสักเกตุสักหน่อยก็จะมีข้อสงสัยเหมือนกันกับผมว่า ทำไมเกมนี้ที่ส่งดาวรุ่งลงเยอะมาก แต่กลับไม่ปรากฏไอ้หนูเซปป์ ฟาน เดน เบิร์ค แต่ประการใดเลย ?

ผมไปนั่งค้นคำตอบมาก็พบว่าแม้การเซ็นสัญญาจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยความที่ระยะเวลามันกระชั้นเกินไป ไอ้หนูเซปป์กับทางลิเวอร์พูลยังเคลียร์เอกสารต่างๆ กับทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษไม่สำเร็จ นั่นทำให้เกมนี้เราจึงไม่ได้เห็นกองหลังทีมชาติรุ่นน้องของฟานไดซ์นั่นเองครับ

น่าเสียดายอยากเห็นฟอร์มในเสื้อหงส์สักหน่อย แต่อีกไม่นานเกินรอรับรองครับได้เห็นชัวส์

(ฟานไดซ์)