ทำความรู้จัก Sepp van den berg จากเด็กปั้นของตำนานแมนยูสู่อนาเดมี่หงส์แดง

ตลาดนักเตะเปิดมาได้ราวๆ เดือนนึง แต่ความเคลื่อนไหวการซื้อขายของลิเวอร์พูลนั้นเงียบเหมือนเป่าสาก พอสื่อนอกตีข่าวลิเวอร์พูลให้ความสนใจนักเตะคนใด สื่อในอย่างลิเวอร์พูลเอคโค่ก็ออกมาปฏิเสธเสียเกือบหมด

สถานการณ์การซื้อของลิเวอร์พูลมันเป็นอย่างนั้น จนกระทั่งบ่ายแก่ๆ ของวันที่ 25 มิถุนายน 62 สื่อทุกสำนักแม้แต่ลิเวอร์พูลเอคโค่ก็รายงานตรงกันว่า ลิเวอร์พูลสามารถคว้าตัว Sepp van den berg ได้สำเร็จและจะเซ็นสัญญาในวันที่ 26 มิถุนายน 62 นี้

แต่ Sepp van den berg เป็นใคร ? และไอ้หนูคนนี้มีดีแค่ไหน

ในบทความนี้ผมไปทำการขุดประวัติทั้ง 5 มิติมาให้แฟนหงส์แดงทุกท่านครับ

เริ่มกันเลย

1.ฝีมือไว้ทีหลัง

Sepp van den berg สามารถแปลออกมาในภาษาไทยแล้วมีความหมายว่า เซฟแห่งขุนเขา ชื่อนี้ได้แต่ใดมาไม่อาจทราบ แต่มันช่างเขากันดีกับตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คของเด็กคนนี้จริงๆ

ฝีมือฝีเท้ายังไม่ต้องคุยกันมาก เอาแค่ชื่อก็ขี่คู่ต่อสู้ออกไปแล้วหนึ่งกระรัต

2.อาแจ๊กการันตี

ไอ้หนูเซฟ ปัจจุบันอายุเพียง 17 ปี แต่นี่คือนักเตะที่บาเยิร์น มิวนิค และอาแจ๊กอันเตอร์ดัมหมายตา

จุดน่าสนใจมันอยู่ตรงนี้ครับ เหตุผลที่อาแจ๊กหมายตาเด็กคนนี้ เป็นไปได้สูงเลยใช่ไหมครับว่า เพราะต้องการหาตัวแทนของมํธไทน์เดอลิกซ์ที่พวกเขารู้แน่ว่าจะต้องเสียไปในเร็ววัน

ดังนั้นการหมายตาของอาแจ๊ก จึงการันตีทิศทางของไอ้หนูเซฟได้ในระดับหนึ่ง

3.กองหลังแมนยูเทรนมา

เอาจริงๆ ไม่ต้องนั่งวิเคราะห์เรื่องอาแจ๊กอยากได้ไอ้หนูเซฟหรืออะไรก็ได้ เพราะความจริงแล้วนี่คือนักเตะที่ได้รับการปลุกปั้นมาจาก ยาป สตัม หรือตำนานกองหลังแมนยูไนเต็ด

ใจเย็นๆ นะครับอย่าเพิ่งเอาอคติขึ้นมาบดบังเพราะโค้ชของเซฟเป็นแมนยู ลองนึกภาพถึงความเก่งกาจของ แฮรี่ วิลสัน ที่ได้รับการโค้ชจากแฟรงค์ แลมพาร์ดดูก็น่าจะพอเห็นภาพว่าการได้มืออาชีพที่ลงสนามด้วยตัวเองมาโค้ชนั้นสามารถพัฒนาศักยภาพของนักเตะได้ขนาดไหน

แต่คิดไปคิดมา ยาฟสตัม นั่นแหละที่ต้องกุมขมับ แทนที่เด็กที่ตัวเองพร่ำฝึกมาจะไปได้ดีในโรงลิเก… เอ้ย โรงละครแห่งความฝัน แต่ดั้นตาสว่างเห็นทางอนาคตย้ายมาแอนฟิลด์ซะอย่างนั้น ดีใจกับเด็กมันจริงๆ

4.ไม่เชื่อข้อสามมีหลักฐานให้ชม

ที่พูดมาข้างต้นไม่ได้กล่าวอย่างลอยไปลอยมานะครับ เรื่องนี้กระบอกเสียงหลักของลิเวอร์พูลอย่างเอคโค่ ออกมาเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ Johan inan ผู้สื่อข่าวประจำทีม PEC Zwolle ที่ได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้เอาไว้

ความว่า

“ยาฟสตัม เขาเข้ามาเป็นเฮดโค้ชที่นี่ราวๆ ธันวา หรือ มกราได้ ด้วยความีที่เขาเป็นกองหลังด้วย เขาก็เลยจริงจังกับแนวรับเป็นพิเศษและคนที่ได้รับภารกิจหนักสุดในงานนี้ก็คือไอ้หนูเซฟนั่นแหละ

“สตัม พูดกับไอ้หนูคนนี้หลายครั้ง หลังจากหมดเวลาซ้อมหลักแล้ว ผมยังเห็นว่าพวกเขายังเปิดไฟซ้อมบอลกันต่ออีกด้วย ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของสตัมและเซฟไม่ใช่แค่โค้ชกับนักเตะ แต่เป็นครูกับลูกศิษย์ต่างหาก

“ยาฟสตั้ม ทุ่มเทหลายสิ่งหลายอย่างลงไปที่เด็กคนนี้จริงๆ”

5.คนบ้านเดียวกัน

ไอ้หนูเซฟแม้จะอายุเพียง 17 ปี แต่รอไม่กี่ปีเดี๋ยวเด็กมันก็โต พอเวลาผ่านผันไปสัก 2 ปี เซฟก็จะอายุ 19 เท่ากับตอนที่อาโนลลงดวลกับคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ในนัดชิงแชมป์เปียนลีคที่เคียฟ

สำคัญอีกอย่างถ้า ไอ้หนูเซฟเค้นศักภาพความเก่งกาจออกมาจากแก่นได้จริง เผลอๆ แฟนหงส์แดงอาจได้เห็นเซ็นเตอร์แบ็คกังหันลมยืนคู่กัน ตระง่านอย่างสวยงามอีกด้วย

ดังนั้น ลิเวอร์พูลจึงไม่ได้มองดีลนี้ในระยะหวังผล (ส่งลงเล่นทีมชุดใหญ่เลย) แต่เป็นการวางแผนในระยะยาวมากกว่า การเอากองหลังเนเธอแลนด์เข้ามาอยู่ในทีมจึงเป็นหมากสำคัญที่วางลิเวอร์พูลไปสู่อนาคต

คิดดูนะครับ ไอ้หนูเซฟจะได้รับการเทรนโดยใครถ้าไม่ใช่ ลูกพี่ใหญ่อย่างเวอร์กิลฟานไดซ์ ที่ปัจจุบันลุ้นบังลงดอร์เทียบชั้นกับเมสซี่ (มีกองหลังกี่คนที่สามารถทำแบบนี้ได้บ้าง ?) เท่านั้นยังไม่พอ ทั้งคู่ยังเป็นคนประเทศเดียวกัน ซึ่งลองนึกภาพ ผู้ใหญ่ไทยฝึกบอลเด็กไทย กับผู้ใหญ่ไทยฝึกบอลเด็กเวียดนาม เท่านี้ก็ตรงกับเนื้อเพลงที่เคยฮิตอยู่ช่วงหนึ่งแล้วว่า…

คนบ้านเดียวกัน แค่มองตาก็เข้าใจอยู่ รู้ว่าเล่นแบบไหน ต้องสกัดแบบไหน บนหนทางสู้…

แล้วครับ