3 นักเตะเวิร์ลคลาสยอมใจยกแอนฟิลด์เป็นสนามที่หินที่สุด

ตลอดทั้งฤดูกาล 2018-19 ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ลิเวอร์พูลเป็นเจ้าบ้านเปิดสนามแอนฟิลด์ พญาหงส์แดงไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้เลยแม้แต่นัดเดียว ในทุกรายการ !

ที่สำคัญ ‘ไม่เคยพ่ายแพ้’ ของลิเวอร์พูลยังเป็นการเก็บชัยชนะได้ซะส่วนใหญ่อีกด้วยนะครับ เพราะตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา หงส์แดงเปิดรังเสมอ ทีมเยือนเพียงแค่ 4 ทีมเท่านั้น นั่นประกอบไปด้วย

เวสแฮม เลสเตอร์ซิตี้ บาเยิร์นมิวนิค และแมนเชสเตอร์ซิตี้

ใขณะที่พวกเขาสามารถเอาชนะทีมใหญ่ๆ และสร้างปาฏิหารย์ขึ้นอย่างมากมายยกตัวอย่างเช่น

เอาชนะปารีสต์ แซง แมงค์ที่ขนนักเตะตัวจริงมาหมดอย่าง คาวานี่ เอ็มปั้ปเป้และเนย์มาร์

เอาชนะบาเซโลน่า 4 ประตูพลิกเข้ารอบชิงยูฟ่า โดยที่โดนนำห่างออกไปถึง 3 ลูกในเลกแรก

เอาชนะนาโปลีแบบหลังชนฝา โดยเกมนั้นถ้าลิเวอร์พูลเกิดแพ้หรือเสมอขึ้นมา พวกเขาจะตกรอบยูฟ่าทันที แต่ก็ชนะได้ด้วยสกอร์ 1-0

เอาชนะเอฟเวอร์ตัน 1 – 0 ในนาทีที่ 90+6

ทั้งหมดที่ผมยกขึ้นมาคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใน แอนฟิลด์ ด้วยกันทั้งสิ้น

เป็นไปได้ไหมครับว่า คำที่คนคุยกันเล่นๆ ว่า แอนฟิลด์เป็นสนามที่มีผู้เล่นหมายเลข 12 ดีที่สุดในโลก จะไม่ใช่แค่เรื่องคุยสนุกปากแต่เตือความจริงอยู่ไม่น้อยเลย ?

และเป็นไปได้ไหมครับว่า เสียงเชียร์ของผู้เล่นหมายเลข 12 เหล่านั้นจะนำมาซึ่งชัยชนะแบบปาฏิหารย์และ ‘การไร้พ่าย’ ของลิเวอร์พูล ?

เป็นไปได้สิครับ ผมยืนยัน ที่สำคัญไม่ใช่ว่าผมคิดเองเขียนเองนะครับ แต่เป็นนักเตะที่เคยมาสัมผัสมนต์ขลังในแอนฟิลด์ออกมาให้สัมภาษณ์เอาไว้ต่างหาก และต่อไปนี้ ผมขอเรียบเรียงบทสัมภาษณ์ของนักเตะที่ถูกพลังของผู้เล่นหมายเลข 12 สยบจนอยู่หมัด

เริ่มกันเลย

1.มิเคล อาเตต้า

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สื่อใหญ่อย่ง ESPN ได้ออกมาเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ Mikel Arteta (อดีตนักฟุตบอลของปารีส เอเวอร์ตันและอาเซ่น่อล) โดยเขาระบุว่า สนามแข่งขันฟุตบอลที่เดียวที่สามารถทำให้เขาเสียสูญได้นั้นคือสนามที่มีชื่อว่า แอนฟิลด์ และนั่นเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เขามาเยือนและถูกถล่มยับ 5 ประตู

อาเตต้ากล่าวเอาไว้ว่า

“ในตลอดทั้งอาชีพการค้าแข้งของผมนั่น แอนฟิลด์คือสนามแข่งขันแห่งเดียวที่ทำให้ผม สับสน ก้าวขาไม่ค่อยออก เหมือนติดอยู่ในภวังค์ของบางสิ่งบางอย่าง

มีอยู่แมทซ์หนึ่งที่ผมต้องลงฟาดแข้งกับกับลิเวอร์พูล ตอนนั้นผมอยู่อาเซน่อลและพวกเราโดนยำไป 5 ประตู ผมพูดกับตัวผมเองว่า มันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่รู้จริงๆ ว่าจะหยุดสิ่งเหล่านี้ยังไง เพราะผมไม่รู้จริงๆ ว่าสถานที่ๆ กำลังยืนอยู่มันคือสนามฟุตบอลหรืออะไรกันแน่”

2.ปิเก้และเมสซี่

นอกจากอาเตต้าแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อไม่นานมานี้ ในเกมที่ลิเวอร์พูลทำต้มยำต่างดาวไป 4 ประตูพลิกเข้ารอบชิงชนะเลิศแชมป์เปียนลีคได้สำเร็จ ผู้เล่นตัวสำคัญอย่างปิเก้และเมสซี่ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองเดียวกับที่อาเต้ต้าพูดเอาไว้เหมือนกันครับ

ขอเรียงลำดับตั้งแต่ปิเก้นะครับแล้วค่อยเมสซี่

ปิเก้กล่าวเอาไว้ว่า “วันที่พวกผมปราชัย พวกเขา(ลิเวอร์พูล) กระหน่ำใส่เราไม่ยั้ง ดังนั้นเราต้องทำงานหนักมากๆ ในเกมรับ ทุกอย่างที่ซ้อมมามันเป็นได้แค่เพียงการฝึกซ้อมเพราะไม่สามารถเอามาปรับใช้ในสถานการณ์จริงได้เลย และนอกจากการกระหน่ำใส่ไม่ยั้งของลิเวอร์พูลแล้วนะครับ ที่นั่น (แอนฟิลด์) ก็คำรามกึกก้องสะท้อนดังไปมาเหมือนกัน

“สิ้นเสียงนกหวีดในเกมนั้น ผมยังคงจมอยู่กับความทรงจำในความพ่ายแพ้ของพวกเราอยู่เลย มันยากมากๆ ที่จะก้าวต่อไป ผมลืมเรื่องวันนั้นไม่ได้ มันยากจริงๆ ครับ”

มาต่อกันที่เมสซี่ มนุษย์ต่างดาวที่กำลังเบียดลุ้นบังลงดอร์กับฟานไดซ์กล่าวถึงเกมที่เขาปราชัย 4 ประตูตกรอบถ้วยรุโปรเอาไว้ว่า

“ที่นั่น (แอนฟิลด์) ทำให้พวกเราไปไม่เป็น พวกเรามีแต่ความผิดพลาดที่นั่น ผมไม่กล้าดูบันทึกการเล่น ผมรู้สึกว่ามันก็แค่เรื่องซ้อนทับระหว่างโรม่ากับลิเวอร์พูลแค่นั้น รางวัลต่างๆ ที่ผมได้ในซีซั่นนี้มันไร้ความหมายจริงๆ มันเยียวความเจ็บปวดจากวันนั้นไมได้เลย”

นี่แหละครับคุณผู้อ่าน ความยิ่งใหญ่ของ This is Anfield