7 บทวิเคราะห์โอกาสคว้าบัลลงดอร์ของฟานไดซ์หลังฮอนแลนด์ปราชัย

1.อารัมภบท

เวอร์กิล ฟานไดซ์คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ

เป็นกองหลังเพียงคนเดียวในปีนี้ที่ไม่มีใครสามารถเลี้ยงบอลผ่านเขาไปได้เลย

เขาคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลเก็บคลีนชีทได้มากที่สุด เสียประตูน้อยที่สุดในลีค (22 ลูก) และแพ้เพียงหนึ่งนัด

ทั้งหมดนั่นส่งผลให้เขาคู่ควรกับรางวัลบังลงดอร์ในปีนี้มากที่สุด แต่… คู่แข่งรายสำคัญของเขาอย่างเลโอเนล เมสซี่ก็ไม่น้อยหน้า

เพราะแม้ว่าเมสซี่จะไม่สามารถคว้ายูฟ่าแชมป์เปียนลีคได้ แต่เขาก็คว้าแชมป์ลาลีก้า และเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีคที่ทำประตูได้ถึง 34 ลูกอีกด้วย

อ่านดูแล้วยังไงๆ เวอร์กิล ฟานไดซ์ก็มีภาษีเหนือกว่าใช่ไหมครับ

แต่ถ้าคุณคิดว่าฟานไดซ์ มีภาษีเหนือกว่าในกว่าคว้าบังลงดอร์แล้วละก็ คุณ…คิดถูกแล้ว แต่การเหนือกว่าของฟานไดซ์นั้นก็เป็นเพียงการเหนือกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เพราะหลังจากที่เนเธอแลนด์ปราชัยให้กับโปตุเกสในฟุตบอลยูฟ่าเนชั่นลีคไป เว็ปไซต์นักลงทุนสำหรับชาวฟุตบอลได้ออกมาปรับราคา สำหรับเต็งคว้าบังลงดอร์เอาไว้โดยที่ราคาจ่ายระหว่างฟานไดซ์กับเมสซี่นั้นแทบไม่ต่างอะไรกันเลย

เวอร์กิล ฟานไดซ์ (ลง 11 จ่าย 10)

เลโอเนล เมสซี่ (ลง 1 จ่าย 1)

เท่านั้นเอง

2.การตัดสิน

ถ้าเป็นไปตามที่เว็ปไซต์นักลงทุนกะเกณฑ์ เวอร์กิล ฟานไดซ์ จะต้องเป็นฝ่ายได้บัลลงดอร์ไปครองแน่

แต่คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า กว่าการตัดสินนี้จะเกิดขึ้นก็ต้องอดทนรอจนถึงเดือนธันวาคมโน่นแหนะ

และที่สำคัญนะครับ ฟานไดซ์กับเมสซี่ ยังมีการแข่งขันอีก 2 ถ้วยสำคัญรอคอยให้ตัดสินก่อนถึงเดือนธันวาคมอีกด้วย

นั่นหมายความว่า แชมป์ของแต่ละรายการจะส่งผลต่อการโหวตบังลงดอร์แน่นอน

แต่ใครมีถ้วยอะไรให้ตัดสินบ้าง ไปดูกันครับ

ฟานไดซ์ – มีศึก Uefa supercup และ คอมมูนิตี้ชิล (ลงดวลกับเรือใบสีฟ้าและสิงโตน้ำเงิน เวอร์ชั่นไม่มีเอเดน อาซาร์)

เมสซี่ – มีศึก Copa America และ Spanish super cup

หมายเหตุเพิ่มเติมให้อีกนิดหนึ่ง *** มีนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า แชมป์ที่จะตัดสินบังลงดอร์ในปีนี้คือ การเล่นโคปา อเมริกาของ อเจนติน่า มนุษย์ต่างดาวอย่างเมสซี่ไม่เคยคว้าแชมป์รายการใดกับทีมชาติได้เลย การที่เขาสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอล และเป็นฟุตบอลระดับทวีปได้จะต้องเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ ซึ่งคนโหวตบังลงดอร์ก็เป็นนักข่าวเองด้วย

ส่วนถ้วยที่ลิเวอร์พูลจะต้องชนะให้ได้หากหวังให้ฟานไดซ์คว้า บังลงดอร์ก็ต้องเป็น Uefa super cup เพราะเป็นการจับเอาแชมป์กับแชมป์มาชนกันครับ

3.ก่อนถึงธันวา

นอกจากทัวนาเมนต์ที่ทั้งสองคนลงเตะจะเป็นตัวตัดสินผลบังลงดอร์แล้ว อันดับในลีคในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก (ก่อนถึงเดือนธันวาคม) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวตัดสินอีกเช่นกัน

ตรงนี้สำคัญเพราะ ดูเหมือนว่า เมสซี่จะกุมความได้เปรียบเหนือฟานไดซ์ตรงที่ เมสซี่เป็นผู้เล่นตำแหน่งแนวหน้า และการจบสกอร์ได้นั้น เป็นธรรมดาอยู่แล้วว่า ‘จะสร้างไฮไลท์’ ให้กับตัวเขา มากกว่าการเข้า tackle บอลของกองหลัง

4.สัจธรรมของโลฟุตบอล

เจมมี่ คาราเกอร์ อดีตกองหลังของลิเวอร์พูลออกมาให้สัมภาษณ์โดยตอกย้ำความจริงข้างต้นเอาไว้ว่า

“ในโลกของฟุตบอล มันยากมากนะที่ผู้คว้ารางวัลจะเป็นกองหลัง

“ครั้งล่าสุดที่ผมเห็นกองหลังทำได้นั่นต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2006 กับ แคนนาวาโร่ แต่นั่นก็เพราะเขาสามารถเอาชนะฟุตบอลโลกได้นะ แชมป์ที่คุณได้มีผลต่อรางวัลนี้อยู่แล้ว

ผมจะยกอีกหนึ่งตัวอย่างให้ฟัง นักเตะกองหลังสองคนที่ที่เคยคู่ควรกับรางวัลบังลงดอร์ อย่างปิเก้ (บาซ่า) และรามอส (มาดริด) ก็ไม่เคยได้รับรางวัลนี้เลย ทั้งๆ ที่พวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ได้พอๆ กับเมสซี่และโรนัลโด้แท้ๆ นี่แหละผมถึงบอกว่า มันยากนะที่กองหลังจะคว้ารางวัลนี้”

ฟังแล้วหายใจไม่ทั่วท้องเลยแหะ แต่โลกฟุตบอลอะไรๆ ก็เป็นไปได้

5.เกียรติยศ

รางวัลแชมป์ระดับโลกมีผลต่อการตัดสินบังลงดอร์จริงๆ ครับ หากยังจำกันได้ปีที่ลูก้า โมริดคว้ารางวัลนี้ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่สามารถได้แชมป์ยูฟ่าและพาโครเอเชียบุกเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ในขณะที่โรนัลโด้ทำได้แค่แชมป์ยูฟ่าเพียงอย่างเดียว

เกียรติยศมีผลต่อการตัดสินจริงๆ ครับ

6.ศักราชใหม่

ดูเหมือนว่านับแต่นี้เป็นต้นไป จะหมดยุคมนุษย์ต่างดาวที่ผลัดกันได้บัลลงดอร์แล้วนะครับ

7.คนเดียวในรุ่น

อลีสซง เบคเกอร์เป็นผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวที่มีชื่อติด 1 ใน 10 สำหรับนักฟุตบอลที่จะคว้ารางวัลนี้ หลังจากโชว์ฟอร์มอันยอดเยี่ยมกับลิเวอร์พูล ปฏิเสธทุกการจบสกอร์ของสเปอร์ในนัดชิงชนะเลิศ จนทีมคว้าแชมป์

อย่างไรก้ตามหากย้อนเวลากลับไป ผู้รักษาประตูที่สามารถคว้าบัลลงดอร์ได้นั้น เกิดขึ้นเมื่อปี 1963 (ประมาณ ครึ่งศษตวรรษ) และเขาคนนั้นมีชื่อว่า  เลว์ ยาสซิน (Lev Yashin)

8.กำลังใจ

เพิ่มเติมให้อีกข้อที่เป็นบทสัมภาษณ์ และไม่เกี่ยวข้องกับบทวิเคราะห์ครับ

จินี่ ไวนาดุม เพื่อนร่วมทีมชาติและสโมสรของฟานไดซ์ ออกมาให้กำลังใจผ่านเว็ปไซต์อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูลเกี่ยวกับตำแหน่งบังลงดอร์ในปีนี้เอาไว้ว่า

“เขามีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมนะ คนที่เลี้ยงบอลผ่านหน้าเขาจะถูกเขาหยุดเอาไว้ทั้งหมด แต่มันก็ไม่เกี่ยวกับเราอยู่ดีนั่นแหละ ใช่ไหม พวกเราไม่ใช่คนที่จะตัดสินรางวัลนี้อยู่แล้ว แต่สำหรับผมเขาคู่ควรกับรางวัลนี้ เขาคือกองหลังที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลก”

สรุป

หากหวังให้ฟานไดซืคว้าบังลงดอร์จะต้อง เชียร์ไม่ให้อาเจนติน่าคว้าแชมป์ทวีป ซึ่งเป็นเกียรติยศรองจากแชมป์โลก

ลิเวอร์พูลต้องคว้าแชมป์ 2 รายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูฟ่าซุเปอร์คัพ นี่จะพลาดไม่ได้

เปิดฤดูกาล 2019-20 จนถึงเดือนธันวา ฟานไดซ์จะต้องคงเส้นคงวา และพาทีมติดอันดับบนๆ ของตารางเข้าไว้

ถ้าทำได้ตามนี้ บังลงดอร์จะหนีไปไหนกันเชียว