“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวหงส์แดงหลังจากฉลองแชมป์ชื่นมื่น

บรรยากาศการฉลองแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีคสมัยที่ 6 ของลิเวอร์พูลมีแฟนบอลเข้าร่วมการฉลองแชมป์ครั้งนี้ราว ‘เจ็ดแสนห้าหมื่น’ คน

นั่นเป็นตัวเลขที่น่าอบอุ่นหัวใจ แต่แชมป์สมัยที่หกไม่ได้เติมเต้มความสุขของแฟนบอลเพียงแค่ เจ็ดแสนห้าหมื่นคนเท่านั้น หากแต่มันสามารถเติมเต็มความสุขของแฟนบอลหงส์แดงทั่วทุกซอกมุมของโลกเลยต่างหาก

อย่างไรก็ตาม ความฟินของแฟนบอลลิเวอร์พูลจะให้จบลงเพียงแค่การฉลองแชมป์อย่างนั้นหรือ ?

ไม่หรอกครับ วันนี้ผมอาสาตามหาความเคลื่อนไหวต่างลิเวอร์พูลหลังการฉลองชัยมาให้ เพื่อนพี่น้องชาวไทยหัวใจหงส์ได้มีความสุขกันอีก เริ่มกันที่ข่าวแรกเลยนะครับ

1.ข้อความจากมือขวา

มือขวาคนปัจจุบันของคลอปป์หรือเป๊ป ลินเดอร์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ความในใจของเขาถึงการความแชมป์ของลิเวอร์พูลในครั้งนี้ว่า

“ผมภูมิใจจริงๆ ที่เราสามารถคว้าแชมป์ใบที่ใหญ่ที่สุดในโลกสโมสรฟุตบอลมาได้ พวกเราเอามันกลับมาบ้าน มันคือความฝันของพวกคุณใช่ไหม แฟนบอลหงส์แดงทุกคน  ?

“ผมอยากจะบอกว่า สิ่งที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้คือสิ่งที่เรียกว่า การอุทิศจิตวิญญาณ ของทีมงานและนักเตะทุกคน พวกเรามาถึงจุดสูงสุดวันนี้ไม่ได้หากไม่ทำงานด้วยการทุ่มเททั้งหมดของจิตวิญญาณ แต่ผมอยู่รอบๆ คนเหล่านั้น ทั้งนักเตะและทีมงานที่พร้อมจะใส่ทั้งหมดที่มีไปเพื่อสิ่งมหัศจรรย์สิ่งนี้

“ผมอยากบอกกับแฟนบอลทุกคนนะครับ อยากจะบอกว่า ได้โปรดอย่าเพิ่งพอใจในสิ่งที่เราได้มา ได้โปรดส่งความปรารถนาของพวกคุณมายังพวกผม ทำให้พวกผมมีแรงแบบที่มีในวันนี้สำหรับก้าวต่อไปของซีซั่น ได้โปนดเถอะครับ

“ผมอยากจะบอกอีกอย่างหนึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายแล้วละนะ ผมอยากจะบอกว่า ในทุกสุดเราก็ก้าวขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุดของเอเวอร์เรสแห่งโลกฟุตบอล เราพิชิตเจ้ายุโรปได้สำเร็จ และมันจะไม่หยุดลงแค่นี้ ผมสัญญา

“ขอบคุณครับ พวกเราทุกคนคือสโมสรลิเวอร์พูล”

2.เพื่อนผมก็แค่มนุษย์คนหนึ่ง

แอนดี โรเบิร์ตสันแบ็คซ้ายจอมขยันของลิเวอร์พูลออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความเก่งกาจของผู้รักษาประตูอย่างอลีสซงเบกเกอร์ว่า

“ความจริงเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งนะ ใช่ไหมละ แต่เป็นมนุษย์ที่สามารถแบกรับความกดดันทั้งหมดทั้งมวล และเป็นคนที่สามารถปฏิเสธบอลยากๆ ทั้งหลายแหล่อีกด้วย ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเขาคือมนุษย์คนหนึ่งจริงๆ

เขาอยู่ในคลาสคนละระดับกับนักเตะทั่วไปแล้ว คลีนชีทที่เข้าเก็บได้เหมือนทำได้เพียงใจนึก”

แหม ชมเพื่อนออกนอกหน้าจริงๆ นะแอนดี้ แต่ความจริงอลีสซงยังมีไม้เด็ดมากกว่าการเซฟประตูที่ผู้อ่านหลายท่านอาจลืมไปแล้ว นั่นก็คือ ความสามารถในการเล่นด้วยเท้าแบบที่เยอร์เก็น คลอปป์สั่งห้ามเด็ดขาดว่าห้ามทำหลังจากเป็นสาเหตุในการเสียประตูเมื่อต้นฤดูกาล

แต่ผู้เขียนนึกสนุกอยากเห็นอีกจริงๆ ฮ่าๆ (ขออภัยคนเป็นโรคความดัน)

3.เล่นด้วยหัวใจ

พูดถึงอลีสซงแล้ว บทสัมภาษณ์ของพ่อหมีที่มีต่อถ้วยแชมป์เปียนลีคใบนี้ก็คือ

“ผมรู้สึกดีใจกับทุกคนนและผมก็รู้สึกด้วยว่าพวกเราคู่ควรกับรางวัลที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เพราะอันที่จริงเราทำทุกอย่างได้ยอดเยี่ยมสุดๆ แล้ว อ่าใช่ คุณถามถึงวันที่พวกเราได้แชมป์ใช่ไหม วันนั้นผมไมได้เล่นด้วยร่างกายแต่ลงเล่นด้วยหัวใจทั้งหมด ผมใส่ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ผมเล่นฟุตบอลมาลงไปกับเกมๆ นั้น และสุดท้ายผมก็ทำได้ เรากลายเป็นแชมป์ที่ผมดีใจที่สุดในชีวิต”

4.ดาวเด่นของมู

ข่าวนี้ไม่เกี่ยวกับหงส์แดงโดยตรง แต่เกี่ยวอ้อมๆ และฮาดี

หลังจากลิเวอร์พูลได้แชมป์ โจเซ่ มูรินโย่ที่ปัจจุบันผันตัวไปเป็นนักวิเคราะห์ได้ออกมาเลือกนักเตะที่ดีที่สุด 6 คนในแชมป์เปียนลีค

เรื่องตลกก็คือ นักเตะจำนวน 3 คนหรือครึ่งหนึ่งที่จ่ามูเลือกให้เป็นนักเตะที่สุดของยูฟ่านั้นคือนักฟุตบอลจากลิเวอร์พูล  และที่สำคัญ ใน 6 คนนั้นไม่มีนักเตะแมนยูเลยแม้แต่คนเดียว

อลีสซง เบคเกอร์ – นัดชิงชนะเลิศของยูฟ่าแชมป์เปียนลีคเขาทำผลงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทุกครั้งที่แผงหลังป้องกันไม่ได้หรือพลาด เขาเก็บงานได้ละเอียดยิบ

อาโนลและโรเบิร์ตสัน – ผมชอบฟูลแบ็คคู่นี้นะ พวกเขาดุดันและในภาษาฟุตบอลของผม พวกเขาคือความอหังการ (arrogance หรือสะอีกความหมายว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจครับ) ทั้งสองคนสามารถดวลกับใครก็ได้บนโลก แม้คนหนึ่งจะเพิ่งมาจากทีมเล็กๆ อย่างฮัล ซิตี้ ส่วนอีกคนเป็นเด็กในโลกฟุตบอลเท่านั้นเอง

ฟานไดซ์ – ผมไม่ได้มองในเรื่องความสามารถในฟุตบอลของเขา แต่เรื่องบุคลิคความเป็นผู้นำของฟานไดซ์คือสิ่งที่ผู้นำต้องการ เขาผู้บัญชาการที่สโมสรหนึ่งควรมีเอาไว้

อีกสามคนที่จ่ามูเลือกคือ เดอลิก (คนนี้ที่มีข่าวกับหงส์) อิลิกเซ่น และเมสซี่ครับ

5.ปราการหลังระดับโลกมาเอง

ผมขอปิดท้ายบทสัมภาษณ์นักเตะที่ผมชอบในที่สุดในลิเวอร์พูลชุดนี้หลังจากคว้าแชมป์นะครับ

เดยัน ลอฟเลน ปราการหลังระดับโลก (เขาชมตัวเอง) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังทีมของเขาคว้าแชมป์ได้สำเร็จว่า

“บางครั้งคนเราก็ล้มลงเพื่อที่จะลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง ผมคิดว่าทีมนี้คือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผม ปีที่แล้วเราล้มลง แต่พวกเราและแฟนบอลไม่เคยหยุดเชื่อในตัวเราเลยสักครั้ง พวกคุณคือของขวัญสำหรับพวกเรา ทั้งหมดที่ผมจะบอกก็แค่ ขอบคุณนะ แฟนบอลที่น่าทึ่งทั้งหลาย”

เอ้ะ คราวนี้ทำไมให้สัมภาษณ์ไม่ฮาเลยครับ