“คุยกันแบบหงส์” เมื่อความฝันของพ่อมดน้อยไม่อาจโรยด้วยกลีบกุหลาบ

การเดินทางไปสู่คัมป์นูของคูตินโย่อาจเป็นการเดินทางไปสู่ความฝันก็จริง แต่เส้นทางของมันไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลายเลยแม้แต่กลีบเดียว

ก่อนการย้ายออกจากแอนฟิลด์ คลอปป์ยกปลอกแขนกัปตันพ่อมดน้อยเป็นจอมทัพเพื่อซื้อใจ และยังเคยมีการเปิดเผยเบื้องหลังในช่วงที่คูตินโย่ต้องการยย้ายทีมอย่างหนักถึงบทสนทนาของคลอป์เคยกล่าวกับคูตินโย่เอาไว้ว่า

“ถ้านายย้ายไปที่บาเซโลนา นายจะเป็นได้เพียงแค่นักเตะธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ถ้านายอยู่ที่นี่พวกเขาจะสร้างอนุสาวรีย์ให้นาย”

ดูเหมือนว่าวันนี้คำที่เยอร์เก็น คลอปป์ทำนายชะตาคูตินโย่เอาไว้จะไม่ผิดไปเลยแม้แต่คำเดียว ทุกวันนี้คูตินโย่ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักเตะธรรมดาของบาเซโลน่า แต่เป็นนักเตะธรรมดาๆ ที่กำลังจะถูกขายทิ้ง !

เพราะหลังจากที่บาเซโลน่าถูกยัดเยียดความปราชัยไปถึง 4-3 ระหว่างกับเล่นทั้งสองเกมกับลิเวอร์พูลจนตกรอบแบบไม่น่าเป็นไปได้ สำนักข่าวจากสเปนก็ตีข่าวว่าบอร์ดบริหารของบาเซโลนาเตรียมพิจารณาขายฟิลลิปเป้ คูตินโย่ออกจากทีมภายในซัมเมอร์นี้ทันที

ตอนแรกผมคิดว่านี่เป็นเต้าข่าวหลอกๆ แต่พอได้รู้ว่าสำนักข่าวที่ตีข่าวนี้คือ ESPN สื่อคุณภาพที่ข่าวส่วนใหญ่สัก 85 % เป็นข่าวที่ถูกต้องแม่นยำ บวกกับการที่ ฟิล ธอมสันอดีตนักเตะของลิเวอร์พูลออกมาให้ทัศนะว่า ‘นี่คือโอกาสที่ลิเวอร์พูลควรดึงตัวพ่อมดน้อยกลับมา’ มันก็ยิ่งทำให้เห็นว่าการพิจารณาขายคูตินโย่ของบาเซโลนานั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การขายข่าวทั่วไปอีกแล้ว แต่มันคือความฝันที่กำลังจะพังทลายของคูตินโย่โดยแท้จริง

 

รอยร้าวบนทางฝัน

การถูกพิจารณาขายคูตินโย่ในสถานการณ์เวลานี้ดูเหมือนว่าจะเป็นรอยร้าวเกือบครั้งสุดท้ายในทางฝันของพ่อมดน้อยแล้วจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ ฟิลลิปเป้ คูตินโย่ต้องเผชิญหน้ากับรอยร้าวบนทางฝันที่ตัวเองเลือกเดินอย่างมากมาย ซึ่งผมจะขอเรียบเรียงเอาไว้ดังนี้

หนึ่ง – ตอนที่คูตินโย่ย้ายออกจากลิเวอร์พูลเขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่บาเซโลน่าว่า ตัวเขาอยากคว้าแชมป์กับยอดสโมสรทีมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับถ้วยแชมป์เปียนลีค … ปรากฏว่าบาเซโลนาตกรอบในถ้วยดังกล่าวสองปีติดและเป็นลิเวอร์พูลที่เป็นสโมสรเข้าชิงถ้วยดังกล่าง 2 ปี โดยไม่มีชื่อของคูตินโย่ในรอบชิงเลย

สอง – พอย้ายมาบาเซโลน่านอกจากถูกวิจารณ์จากสาวกหงส์แดงว่าทิ้งทีมจากไปในเวลาที่สำคัญแล้ว ผู้อ่านยังทราบหรือไม่ว่า แฟนบอลบาเซโลน่าก็ไม่ต้อนรับฟิลลิปเป้คูตินโย่เท่าไหร่นัก เขามักจะถูกโห่ใส่เสมอๆ

มีครั้งหนึ่งตอนที่คูตินโย่ทำประตูใส่โคตรทีมมหากาฬอย่างแมนเชสเตอร์นูไนเต็ดได้ เจ้าตัวแสดงท่าดีใจด้วยการเอานิ้วอุดหูเป็นนัยยะว่า เขาไม่ต้องการได้ยินเสียงโห่จากแฟนบอล

และยังมีอีกครั้งตอนที่บาเซโลน่าเปิดรังอัดลิเวอร์พูลไป 3-0 ในการแข่งขันแชมป์เปียนลีครอบรองชนะเลิศในเลกแรก เลโอเนล เมสซี่ได้ออกมาทวีตข้อความติงแฟนบอลที่โห่ใส่คูตินโย่ที่เค้นฟอร์มในวันนั้นไม่ออกจนถูกเปลี่ยนออกว่า เป็นการกระทำที่ไม่สมควร

สาม – พ่อมดน้อยมักจะถูกเปรียบเทียบบ่อยๆ ว่าเขาเป็นนักเตะที่ดีไม่เท่ากับเดมเบเล่ เพราะคูตี้สามารถทำประตูในตำแหน่งปีกซ้ายได้ 6 ประตู 3 แอสซิสต์ในการลงเล่นทั้งหมด 26 เกม

ขณะที่เดมเบเล่ลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายเพียงแค่ 14 เกมก็สามารถทำประตูได้ 6 ประตูเท่าคูตินโย่กับอีก 2 แอสซิสต์อีกด้วย

สี่ – การพิจารณาขายคูตินโย่ในครั้งนี้ไม่ใช่ข่าวที่เกิดขึ้นครั้งแรก ในช่วงต้นเดือนมกราคมของปีนี้ ถ้ายังจำกันได้มีข่าวหลุดออกมาว่าคูตินโย่ต้องการย้ายออกจากบาเซโลนา เพราะได้นั่งสำรองบ่อยเกินไป และในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเองคูตินโย่ก็ตกเป็นข่าวอย่างหนักหน่วงกับโคตรทีมมหากาฬอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แม้ภายหลังในช่วงเวลานั้น บาเซโลน่าจะออกมาประกาศว่า คูตินโย่นั้นยังคงเป็นนักเตะที่อยู่ในแผนการทำทีมและพวกเขาไม่มีแผนจะขายพ่อมดน้อยคนนี้เลย (แต่ตอนนี้มีแล้วนะ)

 

การขายคูตินโย่นั้นเป็นไปได้แค่ไหน ?

อาจมีหลายคนแย้งว่ามันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่บาเซโลนาจะปล่อยคูตินโย่ออกจากทีมได้ เพราะซื้อมาค่าตัวสถิติโลก จะมีทีมไหนเงินถึงเป๋าตุงขนาดยอมจ่ายราคาไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ราคาที่บาเซโลน่าตั้งเป้าเอาไว้) ได้

แต่ถ้าเราได้ทราบเงื่อนไขข้อหนึ่งที่อยู่ในสัญญาซื้อขายระหว่างลิเวอร์พูลกับบาเซโลนาที่ว่า ค่าตัวของคูตินโย่ที่ 140 ล้านปอนด์นี้ ลิเวอร์พูลได้สดๆ มาราวๆ 120 ล้านปอนด์ อีก 20 ล้านอยู่ในสัญญาการตกลงซื้อขายและถ้าบาเซโลนาสามารถปล่อยพ่อมดน้อยออกไป ‘ภายในซัมเมอร์นี้’ ได้จริงๆ

20 ล้านปอนด์ที่อยู่ในสัญญาจะถือว่าเป็นอันยกเลิกทิ้งทันที

แต่ใครจะยอมซื้อ ?

หากพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา จริงอยู่ที่ 100 ล้านปอดน์อาจดูสูงมากในสายตาของสโมสรส่วนใหญ่ แต่ถ้าเป็นเชลซีที่กำลังจะเสียเอเดน อาร์ซา ตำแหน่งกลางรุกไป ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะไม่สนใจคูตี้ (หมายเหตุเอาไว้ตัวโตๆ ถ้าเชลซีโชคดีได้เลื่อนโทษแบนห้ามซื้อขายนะ)

นอกจากนั้นยังมีแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่เจ้าของทีมพร้อมจะทุ่มเงินไม่อั้นอยู่แล้ว ถ้าเกิดไปตกหลุมรักนักเตะคนไหนขึ้นมา

หรือจะเป็นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่เคยมีข่าวก่อนหน้านี้ ที่ตอนนี้ต้องการเสริมทัพใหม่ เพราะไปโทษว่านักเตะเล่นไม่ให้ใจสโมสรอย่างหนักหน่วง

แต่ถ้าคูตี้ย้ายไปแมนยูจริงๆ เขาจะกลายเป็นโอเวนที่สองขึ้นมาทันที และจะถูกแฟนลิเวอร์พูลถล่มยับเสียยิ่งกว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้เสียอีก

หรือจะโผบินกลับรัง ?

อย่างไรก็ดีถ้าพิจารณากันแบบไม่มีอคติแล้ว ความจริงแม้ลิเวอร์พูลในตอนนี้จะมีอาโนลกับชากิรี่ที่สามารถสร้างประตูจากลูกฟรีคิกอยู่ แต่คนที่แม่นยำในการสร้างฟรีคิกและเป็นตัวกลางรุกที่ดีที่สุดในยุคคลอปป์ก็ยังเป็นคูตินโย่อยู่ดี

นอกจากนั้นแล้วความจริงการขายคูตินโย่ก็ยังเป็นกำไรอันมหาศาลให้กับลิเวอร์พูลในการได้ตัวอลีซซงและฟานไดซ์เข้าทีมอีกด้วย

ค่าตัวของอลีสซงกับฟานไดซ์อยู่ที่ 66 ล้านปอนด์และ 75 ล้านปอนด์ บวกกันแล้วก็จะได้ 141 ล้านปอนด์ ในขณะที่ค่าตัวคูตินโย่อยู่ที่ราวๆ 140 ล้านปอนด์

แต่ถ้ามองโดยไม่มีอคติอีกเช่นกัน การกลับมาของพ่อมดน้อยอาจทำให้สมดุลของทีมเสียไปเลยก็ได้ ลองคิดดูนะครับ คลอปป์กำลังสร้างทีมขึ้นมาโดยที่เขาไม่ต้องการปล่อยนักเตะฝืเท้าดีให้ออกไปจากทีมอีกแล้ว (เห็นได้จากการขึ้นค่าแรงโมซาลาห์เป็น 2 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์)

การรับคูตินโย่กลับมาอาจทำให้นักเตะรู้สึกว่า เห็นไหมละ ถ้าคุณไปจากลิเวอร์พูลยังไงคุณก็ยังมีคอนเนคชั่นกับเยอร์เก็น คลอปป์สามารถกลับมาทำทีมร่วมกับเขาในเวลาจำเป็นได้อยู่แล้ว ดังนั้นในตอนนี้จะย้ายทีมไปตามทางฝัน (แต่ระวังรอยร้าว) ของตัวเองก็ไม่เป็นไร

นี่แหละมั้งครับ คืออีกหนึ่งเหตุผลที่คลอปป์ไม่ดึงนักเตะเก่าจากดอทมุนส์มาเข้าลิเวอร์พูลเลยสักคน แม้จะมีข่าวกับ พลูลิซิซ โอบาเบยอง เกิทเซ่และใครต่อใครก็ตาม ทั้งหมดนั่นก็เพื่อยืนยันกับนักเตะว่า คอนเนคชัน่ส่วนตัวระหว่างเขากับนักเตะอาจจะมีอยู่ แต่นั่นไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงแผนการทำทีมของเขาได้เลย…ไม่ว่าใครก็ตาม