“เก็บตกหงส์แดง” 7 ประเด็นหลังสิ้นสุดพรีเมียร์ลีคทั้ง38แมทซ์ของเด็กหงส์

1.จบลงอย่างสมศักดิ์ศรี

พรีเมียร์ลีคทั้ง 38 นัดจบลงไปแล้ว ลิเวอร์พูลสามารถทำแต้มได้สูงถึง 97 คะแนน แต่ลิเวอร์พูลไม่ได้แชมป์ เพราะแมนซิตี้ทำได้มากกว่า 1 คะแนน

อย่างไรก็ดี 97 แต้มที่ลิเวอร์พูลทำได้ในซีซั่นนี้ มีเพียงทีมเดียวเท่านั้นที่สามารถทำได้เหนือกว่านั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ซิตี้ในฤดูกาลนี้และฤดูกาลที่แล้ว (98แต้ม และ 100 แต้มตามลำดับ)

แม้จะมันจะชวนให้เจ็บลงไปในใจลึกๆ เพราะสุดท้ายทีมที่อยู่เหนือกว่าเราหนึ่งกระรัตกลับเป็นทีมที่มาจากเมืองแมนเชสเตอร์เช่นเคย แต่…คราวนี้มันเปลี่ยนจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นแมนเชสเตอร์ซิตี้เสียแล้ว

โมฮาเม็ด ซาลาห์ ทิ้งข้อความสั้นๆ ตอนรับรางวัลรองเท้าทองคำถึงแฟนลิเวอร์พูลเอาไว้ว่า

“ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เราทำเต็มที่แล้วในซีซั่นนี้ เราแพ้เพียงแค่ 1 เกมเท่านั้นและได้แต้มสูงถึง 97 คะแนน ผมยินดีกับแมนซิตี้ด้วยจริงๆ ฤดูกาลหน้าเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อกลับมาทวงถ้วยพรีเมียร์ลีคใบนี้ให้จงได้

2.ดุดันที่สุด

นี่คือซีซั่นที่การแย่งชิงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีคดุดันที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะเป็นซีซั่นที่ต้องลุ้นกันจนถึงวินาทีสุดท้าย และหากย้อนกลับไปครั้งล่าสุดที่พรีเมียร์ลีคต้องลุ้นกันจนถึงวินาทีสุดท้ายเช่นนี้ ก็คือปี 2013-2014 หรือปีเดียวกับที่ลิเวอร์พูลและแมนซิตี้เบียดแชมป์กันอีกนั่นแหละ

เท่านั้นยังไม่พอคุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าตำแหน่งจ่าฝูงในซีซั่นนี้ถูกเปลี่ยนมือกันไปมาระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนซิตี้กว่า 30 ครั้ง

3.สาเหตุที่แท้จริง

สาเหตุจริงๆ ที่ลิเวอร์พูลพลาดแชมป์ในปีนี้ทั้งๆ ที่ได้คะแนนสูงถึง 97 แต้ม นั้นไม่ใช่เพราะว่าลิเวอร์พูลขาดความเฉียบคมหรือแมนซิตี้ที่เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า หรือเกี่ยวกับโชคชะตาใดๆ ทั้งสิ้น

สาเหตุประการเดียวที่ทำให้ลิเวอร์พูลพลาดแชมป์ ก็คือคำพูดสั้นๆ ของผู้ชายคนหนึ่งที่กล่าวเอาไว้ก่อนเริ่มฤดูกาลที่ว่า

“ผมคิดว่าลิเวอร์พูลจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีคในปีนี้” เปเล่ กล่าว

4.พ่อณเดชสุดหล่อ

ปีนี้มีคนคว้ารางวัลรองเท้าทองคำหรือดาวซัลโวถึง 3 คน คือ ซาลาห์ มาเน่ และโอบาเบยอง ด้วยจำนวน 22 ประตู และทั้งสามคนคือนักเตะจากแอฟฟริกันด้วยกันทั้งสิ้น

ขอแวะชมซาดิโอมาเน่(พระเอกสุดหล่อของผม) นิดนึง เพราะอันที่จริงแล้ว ส่วนตัวผมมองว่ามาเน่คู่ควรกับรางวัลรองเท้าทองคำมากที่สุด เพราะในบรรดาสามคนที่ทำได้ 22 ประตูในฤดูกาลนี้ มีเพียงแค่มาเน่คนเดียวเท่านั้นที่ไม่จบสกอร์ด้วยจุดโทษเลยแม้แต่ประตูเดียว

เท่านั้นยังไม่พอ คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ซาดิโอ มาเน่ ในซีซั่นนี้คือนักเตะที่ทำประตูออกนำให้กับลิเวอร์พูลเยอะที่สุดในบรรดานักเตะคนอื่นๆ โดยซาดิโอ มาเน่ทำประตูออกนำให้กับลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ไปทั้งสิ้น 9 ประตูด้วยกัน

ยังไงก็อยู่ด้วยกันต่อไปนะ พ่อณเดช อย่าไปหลงคารมคนหัวโล้นๆ แถวเมืองมาดหริดเสียก่อนละ

5.ก้าวย่างของเยอร์เก็น คลอปป์

คนที่สมควรได้เครดิตมากที่สุดเมื่อลิเวอร์พูลคว้า 97 แต้มนั้นหนีไม่พ้นผู้ชายที่ชื่อเยอร์เก็น คลอปป์จริงๆ

หากจะกล่าวว่า ในฤดูกาลนี้คลอปป์พาทีมมาสู่จุดที่สูงที่สุดเท่าที่ลิเวอร์พูลเคยทำมา มันก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธจริงๆ

สถิติที่ ชนะ 30 ครั้ง เสมอ 7 แพ้ 1 ที่เยอร์เก็น คลอปป์สร้างเอาไว้ให้กับลิเวอร์พูลในซีซั่นนี้ ซึ่งน่าจะอีกยาวนานเลยกว่า ที่ใครจะเทียบรอบเท้าได้

และต่อไปนี้คือความรู้สึกของผู้ชายผู้ขับเคลื่อนให้ลิเวอร์พูลมาไกลจนถึงวันนี้ได้

เยอร์เก็น คลอปป์กล่าวเอาไว้หลังจบพรีเมียร์ลีคนัดที่ 38 เอาไว้ว่า

“อันดับแรก ผมต้องแสดงความยินดีกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ด้วยจริงๆ ฤดูกาลนี้พวกเขายอดเยี่ยมจริงๆ แม้ผมจะไม่อยากให้เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้ก็เถอะ แม้พวกเราก็ทำได้ดีพอๆ กับพวกเขา ต่างกันแค่คะแนนเดียว แต่สุดท้ายชัยชนะย่อมตกเป็นของผู้ที่มีคะแนนมากกว่า พวกเขาชนะ ผมดีใจกับเป๊ปและทุกคนในแมนเชสเตอร์ซิตี้ด้วยจริงๆ

“แต่ซีซั่นนี้ของพวกเรามหัศจรรย์เท่าที่จะมหัศจรรย์ได้ มันเหลือเชื่อนะในความร็สึกของผม ทุกครั้งที่เปิดสถิติดู มันคือการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่จากวันที่ผมเข้ามาคุมทีมวันแรกจริงๆ ผมจำได้ในแต่ละปีพวกเราพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ดังนั้นผมก็เลยคิดว่า ถ้าเราจะเสียใจที่พลาดแชมป์ในปีนี้ไปมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันเป็นเรื่องที่สมควรที่จะเสียใจจริงๆ

“ในความรู้สึกของผม ผมรู้สึกว่าแฟนบอลทุกคนชื่นชมกับสิ่งที่นักเตะของผมทุกคนทำให้ในปีนี้ มันมหัศจรรย์มาก ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกคุณหายจากความเจ็บปวดแล้ว เราจะมาก้าวต่อไปด้วยกันอีกครั้ง และมันจะเป็นก้าวที่พาเราไปไกลกว่าเดิม นั่นแหละคือแผนการถัดไปของผมล่ะ”

6.ที่สุดในประวัติศาสตร์

ย้อนกลับมาที่เกมกับวูฟแฮมตันอีกนิด เมื่อคืนซาดิโอ มาเน่ทำสองประตูติดกัน และในการแข่งขันเราจะเห็นว่า อเล็กซานเดอร์ อาโนลคือนักเตะที่ทำแอสซิสต์ติดกันทั้งสองครั้งด้วย

นั่นทำให้สถิติการแอสซิสต์ของไอ้หนูอาโนลขยับขึ้นไปอยู่ที่ 13 ครั้ง สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การทำแอสซิสต์ของวิงแบ็คในพรีเมียร์ลีค

แต่…เดี๋ยวก่อน จริงอยู่ที่อาโนลเป็นคนเปิดบอลทั้งสองครั้งจนสามารถจบสกอร์ได้ แต่ประตูลูกแรกที่ลิเวอร์พูลทำได้นั้น บอลดันแฉลบโดนผู้เล่นของวูฟแฮมตันก่อนที่มาเน่จะจบมันลงไปหลังตาข่าย

ดังนั้นอาโนลจึงไม่ได้เครดิตแอสซิสต์ประตูดังกล่าว ทำให้สถิติการแอสซิสต์ของอาโนลหยุดอยู่เพียงแค่ 12 ครั้ง แต่นั่นก็ยังคงเป็นสถิติการทำแอสซิสต์สูงสุดของวิงแบ็คคนหนึ่งอยู่ดี

7.เกียติยศไม่รู้จบ

พูดถึงเรื่องสถิติแล้วก็ขอต่อสถิติต่างๆ ของผู้เล่นลิเวอร์พูลอีกนิดหน่อยดังนี้

หนึ่ง – อาโนลกับโรเบิร์ตสันทำแอสซิสต์รวมกัน 23 ครั้ง ถือว่าเป็นจำนวนที่ประสบความสำเร็จของวิงแบ็คมากๆ

สอง – อลีสซง เบคเกอร์ยังคงรักษาเกียรติยศของผู้รักษาประตูมือถึงบราซิลเอาไว้ได้ โดยสามารถทำคลีนชีทได้สูงถึง 21 ครั้ง มากกว่าเอเดอสัน(ผู้รักษาประตูมือสองของบราซิล) ที่ทำได้ 20 ครั้ง และยังมากกว่าสถิติเก่าที่เปเป้ เรน่า อดีตผู้รักษาประตูของลิเวอร์พุลที่ทำเอาไว้ 20 ครั้งอีกด้วย

สาม – จากสถิติข้างต้นทำให้พ่อหมีรับรางวัลถุงมือทองคำไปในที่สุด

สี่ – นอกจากรางวัลถุงมือทองคำแล้ว ปีนี้นักเตะลิเวอร์พูลยังได้รับรางวัลต่างๆ อีกมากมาย เช่น รางวัลรองเท้าทองคำสองคน (ซาลาห์ มาเน่) เวอร์กิล ฟานไดซ์รับรางวัลPFA และยังได้ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำพรีเมียร์ลีคอีกด้วย

ห้า – เราแพ้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้นในซีซั่นนี้ ดังนั้นอย่าเสียใจเลยครับ แต่ถ้าใครยังคงเสียใจ คุณก็จะไม่เสียใจลำพังแน่นอน เพราะนี่คือทีมที่ไม่เคยทอดทิ้งกันในยามที่ใครคนใดคนหนึ่งกำลังตกที่นั่งลำบาก YNWA คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย