“คุยกันแบบหงส์” 5 เหตุผลที่ลิเวอร์พูลไม่ควรประมาทวูฟแฮมตัน

นอกจากแมนซิตี้แล้ว วูฟแฮมตันคืออีกหนึ่งทีมที่สามารถเอาชนะลิเวอร์พูลได้ในซีซั่นนี้ โชคดีที่มันไม่ใช่เกมในพรีเมียร์ลีค ดังนั้นสถิติการพ่ายแพ้ของลิเวอร์พูลจึงยังคงมีแค่ 1 ครั้ง

หลายคนอาจเถียงว่า ความจริงแล้ว นัดที่ปราชัยต่อวูฟแฮมตันเป็นเพราะ เยอร์เก็น คลอปป์โรเตชั่นนักเตะถึง 9 ตำแหน่งและต้องการโฟกัสกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีคที่ตอนนั้นลิเวอร์พูลเป็นจ่าฝูงนำห่างจากแมนซิตี้

แต่…ทราบหรือไม่ว่า แม้เยอร์เก็น คลอปป์ไม่โรเตชั่นนักเตะในเกมนั้น วูฟแฮมตันก็สามารถต่อกรกับลิเวอร์เบิร์ดตัวนี้ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ และต่อไปนี้คือ 5 เหตุผลที่สาวกหงส์แดงไม่ควรประมาททีมน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ที่มีชื่อว่าวูฟแฮมตัน

1. ผู้สยบยักษ์

วูฟแฮมตันทีมที่ดูเผินๆ แล้วก็เป็นเพียงสโมสรฟุตบอลกลางตารางอันดับ 7 และมีแต้มตามหลังโคตรทีมมหากาฬอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดถึง 9 แต้ม (ปัจจุบันแมนยูไนเต็ดมี 66 และวูฟแฮมตันมี 57)

แต่ผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า วูฟแฮมตันทีมเดียวกันนี้กลับเป็นทีมที่สามารถหยุด (หมายถึงเสมอกับชนะ) บิ๊กทีมทั้ง 6 ในซีซั่นนี้ (รวมทุกรายการ) ไปแล้วทั้งสิ้น 10 ครั้ง อันประกอบไปด้วย

เสมอเรือใบสีฟ้า (ครั้งที่ 1)

ชนะเชลซี (ครั้งที่ 2) และเสมอเชลซีอีก (ครั้งที่ 3)

ชนะลิเวอร์พูลในศึกเอฟเอคัพ (ครั้งที่ 4)

ชนะแมนยูในเอฟอัพ (ครั้งที่ 5) ชนะแมนยูอีกในพรีเมียร์ลีค (ครั้งที่  6) และเสมอแมนยูในพรีเมียร์ลีคอีก (ครั้งที่ 7)

ชนะสเปอร์ส (ครั้งที่ 8)

ชนะอาเซน่อลในพรีเมียร์ลีคนัดแรก (ครั้งที่ 9) ยันเสมออาเซน่อลในพรีเมียร์ลีคอีก (ครั้งที่ 10)

ฤดูกาลนี้ฉายาแจ๊คผู้สยบยักษ์ต้องยกให้วูฟแฮมตันจริงๆ

2. มาไกล

วูฟแฮมตันปัจจุบันทำคะแนนสะสมในพรีเมียร์ลีคไปแล้วทั้งสิ้น 57 คะแนน

สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลที่ทำไป 94 แต้มแล้วอาจมองว่ามันจิ๊บจ๊อย

แต่ทราบหรือไม่ว่า 57 แต้มของวูฟแฮมตันนี้มีเพียงทีมน้องใหม่ (ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้น) ทีมเดียวเท่านั้นที่สามารถทำแต้มได้มากกว่าวูฟแฮมตัน นั่นก็คือสโมสร อิปสวัช ทาวน์ ที่ทำแต้มไปทั้งสิ้น 61 คะแนนในฐานะทีมน้องใหม่ เมื่อฤดูกาล 2000 – 01

3. ขนาดโคตรทีมมหากาฬยังยอมสยบ

โคตรทีมมหากาฬอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่สามารถเอาชนะวูฟแฮมตันได้เลยในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในรายการใดก็ตาม (แบ่งเป็นเสมอ 1 แพ้ 2)

แต่อย่างไรก็ตามสถิติตัวนี้อาจใช้ยืนยันความน่ากลัวของวูฟแฮมตันไม่ได้ เพราะซีซั่นนี้ใครๆ ก็สามารถหยุดโคตรทีมมหากาฬอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ทั้งนั้น

ขนาดฮัจเดอร์ฟิลทาวน์ สโมสรที่ตกชั้นอย่างแน่นอนแล้ว ยังสามารถยันเสมอแมนยูไนเต็ดได้เล้ย

4. ใครๆ ก็หมายตา

ไหนๆ ก็พูดถึงแมนยูไนเต็ดแล้ว ผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ในช่วงที่แมนยูระส่ำระสายใกล้ปลดโฆเซ่ มูรินโย่เต็มที  หนึ่งในแคนดิเดตที่บอร์ดบริหารแมนยูพิจารณาก็คือ เอสปิริโต้ ซานโต้ หรือผู้จัดการทีมวูฟแฮมตันคนปัจจุบันนี่แหละ

เห็นไหมละว่าโค้ชเขาของดีถึงขนาดที่แมนยูยังอยากได้ อืมม์ ถ้าได้โค้ชไปทีมระดับพระเจ้าอย่างแมนยูคงเอาชนะวูฟแฮมตันในฤดูกาลนี้ได้สักครั้งละมั้ง

แต่สุดท้ายก็อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า โอเล่ กุนน่า โซลชา ได้ตำแหน่งโค้ชไปครอง และผมขอแสดงความดีใจกับเอฟปิริโต้ด้วยจริงๆ ที่ไม่ต้องไปอยู่ในบ่วงกรรมบ่วงนั้น (ฮ่าๆ)

5. ทำไมเอ็งชอบชนะถ้วยเอฟเอจังวะ ?

แม้ว่าลิเวอร์พูลจะปราชันต่อวูฟแฮมตันในศึกเอฟเอคัพนัดแรก (เพราะโรเตชั่นนักเตะไปถึง 9 ตำแหน่ง)

แต่ผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่วูฟแฮมตันสามารถส่งลิเวอร์พูลตกรอบเอฟเอคัพได้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 ลิเวอร์พูลภายใต้การกุมบังเหียนของเยอร์เก็น คลอปป์ ก็ถูกวูฟแฮมตันยัดเยียดความปราชัยในศึกเอฟเอคัพด้วยเช่นกัน

ตอนนั้นวูฟแฮมตันยังอยู่ในแชมป์เปียนชิบ และการแข่งขันครั้งนั้นคือการแข่งขันในรอบที่ 4 แล้วด้วย

ฮึ่มมมม

ส่งท้าย

อย่างไรก็ตาม แม้เหตุผลต่างๆ จะบอกว่าการเก็บชนะชัยนัดสุดท้ายจากวูฟแฮมตันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

หากเทียบกับแมนซิตี้ที่เจอไบร์ทตันแล้วดูเหมือนว่าเรือใบสีฟ้าจะได้งานง่ายกว่าเป็นไหนๆ

แต่ความจริง หากมองในอีกแง่หนึ่ง การเจอกับวูฟแฮมตันมันก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน เพราะแม้จะสร้างความกดดันให้นักเตะลิเวอร์พูลอยู่บ้าง แต่ลิเวอร์เบิร์ดตัวนี้ประหลาดอยู่อย่างหนึ่งตรงที่

ยิ่งเป็นเกมที่ยากเท่าไหร่ กดดันมากเท่าไหร่ พวกเขามักจะเค้นฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นออกมาได้เสมอ

ดังเช่นที่เกิดขึ้นในเกมถล่มบาเซโลน่า เอาชนะปารีสต์ และสยบบาเยิร์น มิวนิค แต่ดันเสมอเลสเตอร์ซิตี้กับเวสต์แฮม ซะงั้น !