“เล่าข่าวหงส์” 5 ข่าวความเคลื่อนไหวของลิเวอร์พูลในปัจจุบัน

1.คำประกาศของกัปตัน[ในดวงใจ]

ลิเวอร์พูลในสถานการณ์ปัจจุบันเหลือการแข่งขันเพียงแค่ สองเกมการแข่งขันเท่านั้น

เกมแรกคือนัดชิงแชมป์ยูฟ่ากับท๊อตแน่มฮอตสเปอร์ส

เกมที่สองคือ แมทซ์สุดท้ายในพรีเมียร์ลีต กับวูฟแฮมตัน – เกมการแข่งขันที่อาจชี้ชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีคสมัยแรกของลิเวอร์พูลได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามล่าสุด เวอร์กิล ฟานไดซ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การลุ้นแชมป์ทั้งสองถ้วยของลิเวอร์เบิร์ดเอาไว้ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่จุดจบของความสำเร็จ แต่มันเป็นเพียงแค่ก้าวเล็กๆ ของจุดเริ่มต้นต่างหาก

“นี่แค่เริ่มต้นนะครับ และผมหวังว่าเราจะได้ลุ้นแชมป์แบบนี้ไปอีกในทุกๆ ปี

“ตอนนี้ทีมของเราอยู่ในโมเมนต์ตัมที่ดีมากๆ พวกเรามีนักเตะที่มีอายุตั้งแต่ 20-29 ปี ดังนั้นทีมชุดนี้จะสามารถเติบโตไปได้อีกสักราวๆ สองปีเป็นอย่างน้อย และผมคิดว่าการเติบโตของทีมจะมีผลต่อความสำเร็จของสโมสรแน่ๆ”

แหม ทัศนคติสมกับเป็นกัปตัน(ในดวงใจ) จริงๆ เลยครับ

อย่างไรก็ดี เวอร์กิล ฟานไดซ์ ยังทิ้งบทสัมภาษณ์ถึงคู่แข่งที่สำคัญอย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้เอาไว้อย่างให้เกียรติเอาไว้ว่า เขานั้นหวังว่าทีมของเขาจะสามารถท้าทายแมนเชสเตอร์ซิตี้ไปจนถึงวินาทีสุดท้าย เพราะเรือใบสีฟ้าคืออีกหนึ่งทีมที่มีความแข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่งของโลก

“พวกเรือใบสีฟ้าแข่งแกร่งมาก ถ้าคุณได้ดูเกมที่พวกเขาเล่นจะรู้เลยว่า แมนเชสเตอร์ซิตี้เป็นทีมที่เก็บทุกๆ รายละเอียด พวกเขามีฤดูกาลที่มหัศจรรย์ แต่ถ้าจะให้พูดตามตรงเราเองก็มีฤดูกาลที่มหัศจรรย์ไม่แพ้กัน

“ตอนนี้พวกเราทั้งคู่กำลังลุ้นกันจนถึงวินาทีสุดท้าย และในโลกของฟุตบอลพวกคุณก็รู้ดีนี่ว่า อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้เสมอ”

ใช่ครับ กัปตัน

2. พ่อมดน้อยฝันสลาย?

ข่าวนี้อาจไม่ใช่ข่าวลิเวอร์พูลโดยตรง แต่จะว่าไม่เกี่ยวกับหงส์แดงเลยมันก็ไม่ถูกเสียทีเดียว

เพราะล่าสุดสำนักข่าว espn ได้รายงานว่า แหล่งข่าวภายในของบาเซโลนาได้ออกมายืนยันว่าทีมสตาฟโค้ชทั้งหลายในบาเซโลน่าต่างพากันไม่ปลื้มกับฟอร์มการเล่นของ (อดีต)พ่อมดน้อย

หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับทีมเก่าอย่างลิเวอร์พูลและไม่สามารถ “ทำอะไรได้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียว และเขาจะถูกบอร์ดพิจารณาปล่อยตัวออกไปในซัมเมอร์นี้แน่ๆ”

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้านี่เป็นข่าวจริง บอร์ดบริหารของบาซ่าจะใจแคบเกินไปหรือเปล่า ? เพราะ…

ถ้าหากเราพิจารณาดีๆ ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คูตินโย่จะไม่สามารถทำอะไรลิเวอร์พูลในชุดนี้ได้ ก็นักเตะกว่าครึ่งของหงส์แดงในชุดดังกล่าวเคยร่วมเล่นร่วมซ็อมกับคูตินโย่ด้วยกันทั้งนั้น

นอกจากนั้นแล้ว ใช่ว่าคูตินโย่จะเป็นคนเดียวที่เล่นไม่ออก เพราะทั้งหลุยซัวเรส เมสซี่ก็ถูกกองหลังของหงส์แดงจับทางด้วยการทำการบ้านมาดีทั้งนั้น

ความจริงเรื่องนี้หากมีใครสักคนผิด คนๆ นั้นก็ควรจะเป็นบัลเลเต้ โค้ชของบาเซโลน่าเองนั่นแหละที่ไม่ฉุกใจคิดเลยแม้แต่นิดเดียวว่า

คนที่จะเอาคูตินโย่ได้อยู่หมัดก็คือผู้ชายที่ชื่อเยอร์เก็น คลอปป์ (คนๆ เดียวกับที่ปลุกปั้นให้พ่อมดกลายเป็นดวงดาวในโลกฟุตบอล)

3.อยู่ต่อเลยได้ไหม

มีข่าวสะพัดออกมาว่า เยอร์เก็น คลอปป์เตรียมให้สัญญาฉบับใหม่กับดิวอก โอริกี้ นักเตะที่อดทนยอมเป็นตัวสำรองแต่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทีมได้ตลอด ทั้งปาฏิหารย์ให้เกมกับเอฟเวอร์ตัน นิวคาสเซิ่ลและเลกสองกับบาเซโลน่า

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจทำให้สาวกหงส์แดงจุกอกนิดๆ เพราะดูเหมือนว่าการตามหาหน้าเป้าธรรมดาชาติคนใหม่จะมีแววจางลงไปทุกที (แต่ไม่เป็นไร อีกหน่อยโอริกี้เทพแน่นอน ผมมั่นใจ)

4.สัญญาเมื่อ(ยังไม่)สายัน

นอกจากสัญญากับโอริกี้แล้ว อีกหนึ่งข่าวที่กำลังสะพัดอยู่ในขณะนี้ก็คือ สัญญาฉบับใหม่ระหว่างลิเวอร์พูลกับเยอร์เก็น คลอปป์ที่อาจจะต่อยาวไปอีก ห้าปี และได้ค่าเหนื่อยราวๆ สิบล้านปอนด์ต่อปีอีกด้วย

(ใครที่ฟังข่าวนี้แล้วร็สึกเฉยๆ ก็ไม่ว่ากัน เพราะคลอปป์ยังไม่เคยสร้างความสำเร็จใดๆ ให้กับลิเวอร์พูลเลยแม้แต่ถ้วยเดียว แต่สำหรับผม การที่ลิเวอร์พูลสามารถกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีค แถมมีรายการเข้าชิงทุกถ้วยในทุกๆ ปีนี่ถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งแล้ว – และปีนี้แหละที่จะได้เห็นสักถ้วยหนึ่ง ผมมั่นใจโคตรๆ)

5.ข้อความจากโปเชติโน่

หลังจากที่ท๊อตแน่มฮอตสเปร์สสามารถผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมป์เปียนลีคได้สำเร็จ (เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์) โปเชติโน่ หรือผู้จัดการทีมได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมการแข่งขันและถูกนักข่าวถามถึงความรู้สึกของเขาที่ต้องลงฟาดแข้งกับลิเวอร์พูล

โปเชติโน่ตอบกลับอย่างติดตลกเอาไว้ว่า

“ขอให้ผมได้พักหายใจแปปนึงนะ เพราะเรากำลังพูดถึงลิเวอร์พูลใช่ไหม” นั่นแน่ ทำเป็นพูดดี

“อันดับแรกผมต้องแสดงความดีใจกับเยอร์เก็น คลอปป์และนักเตะทุกคนในลิเวอร์พูลด้วยจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น มันวิเศษมากๆ”  เอ้ะ ทำไมมันพูดดีแปลกๆ ใช่โปเชติโน่ตัวจริงหรือเปล่า ?

“ผมและลูกทีมทุกคนได้ดูเกมการแข่งขันในวันนั้น และขอบอกตามตรงเลยว่าพวกคุณคือฮีโร่ของพวกผม คือแรงบัลดาลใจให้พวกเราสามารถสร้างปาฏิหารย์ได้ในเกมที่ผ่านมา และผมขอให้สัญญาเลยว่าโปรแกรมการแข่งขันระหว่างพวกเราจะไม่ใช่การแข่งขันธรรมดาแน่นอน

“แต่มันจะเป็นอีกหนึ่งเกมมหัศจรรย์ที่ทีมกับอังกฤษได้ลงฟาดแข้งด้วยกันเอง ผมจะตั้งตารอเลย”

เดี๋ยวผมไปเช็คแปปนึงว่า ที่แปลมามันคือที่โปเชติโน่พูดจริงๆ

เออ มันพูดจริงๆ ด้วยครับ ฮ่าๆ